ตามสันดาน! กกต.เร่งยุบเพื่อไทย สลายขั้ว ปชต. ลุอำนาจ จ่อสั่งตัดสิทธิ์ 10 ปี

ตามสันดาน! กกต.เร่งยุบเพื่อไทย สลายขั้ว ปชต. ลุอำนาจ จ่อสั่งตัดสิทธิ์ 10 ปี

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มี 5 กกต. ที่มาจากการสรรหา หรือที่สังคมไทยรับรู้กันเป็นอย่างดีว่าเป็นการลากตั้ง โดยคนกลุ่มหนึ่งเพียงไม่กี่คนที่เป็นคณะกรรมการสรรหาและไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเจ้าของเสียงในประเทศอย่างแท้จริง อยู่ในระหว่างการเร่งดำเนินการอย่างหนักจัดทำสำนวนการสอบสวนและส่งเรื่องดำเนินการยุบพรรคเพื่อไทย (พท.) ภายหลังเกิดการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดย คสช.

แหล่งข่าวระดับสูงจาก กกต.เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนได้มติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีก  9 คน ประกอบด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ และรวมไปถึง พล ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเดินทางหาเสียง ด้วยการลงพื้นที่พบปะและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ เชียงใหม่ ลำปาง เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกศ กาฬสินธุ์ เลย ยโสธร กรุงเทพมหานคร และระยองในระหว่างที่มีการยุบสภาและอยู่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะมีผลทำให้ต้องเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งและมีผลให้ยุบพรรคเพื่อไทย ตามที่ทุกฝ่ายคาดหมายว่าเมื่อเกิดการรัฐประหารจะต้องมีการดำเนินการทุกอย่างเพื่อยุบพรรคเพื่อไทย เหมือนครั้งรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะอนุฯ กกต. ได้พิจารณาที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น โดยมีโทษหนัก คือ มีความผิดฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 181(4) มีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง จำคุก 1 – 10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี และหากเป็นกรรมการอาจมีผลให้ยุบพรรค

สำหรับ กกต.ชุดนี้นั้นได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนเป็นจำนวนมากกว่าปฏิบัติตัวเหมาะสมกับการได้ชื่อว่าเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญและเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริงหรือไม่ เนื่องจากในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่ง กกต. จะต้องมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย กลับมีท่าทีอิดออดไม่ยอมจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศหลายครั้ง นอกจากนี้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อ กกต.อีก  4 คนที่เหลือยังปรากฎภายถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ชุมนุมเรียกร้องให้กองทัพออกมาโค่นล้มประชาธิปไตยและในช่วงสถานการณ์การเมืองตรึงเครียดยังเขียนกลอนยอมรับว่าจำเป็นต้องเอียงข้าง เนื่องจากทำงานใหญ่อยู่

 

source :: https://www.hereandthere.today/?p=199

 

คำสั่งปิตุฆาต ฉ.108/2557 เตือน สื่อ ASTV สะเทือน บลูสกาย “กรรม” ติดจรวด!

z_198

คำสั่งปิตุฆาต ฉ.108/2557 เตือน สื่อ ASTV สะเทือน บลูสกาย “กรรม” ติดจรวด!

กลายเป็นประเด็นร้อน ขึ้นมาทันที เมื่อ คณะรัฐประหาร คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 108 /2557 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2557 ตักเตือนไปยัง หนังสือพิมพ์ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ฉบับ 253 วันที่ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม ว่า ตีพิมพ์ข้อความหลายเรื่องด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยมีเจตนาไม่สุจริต เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช.และร้องขอให้องค์กรวิชาชีพสื่อดำเนินการสอบสวนทางจริยธรรมแห่งการประกอบวิชาชีพกับบุคคลเหล่านั้น แล้วรายงานผลการดำเนินการให้ คสช.ทราบ

ในสายตาของคนทั่วไป ดูเหมือนกับเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เป็น “ปิตุฆาต” ครั้งใหญ่ในสังคมไทยที่กำลังปกคลุมด้วยเผด็จการทหาร

เนื่องด้วยด้วย หนังสือพิมพ์ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ก็คือหนึ่งในเครือของ ASTV ผู้จัดการ หรือ เว็บไซด์เมเนเจอร์ออนไลน์ ของ  สนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการสนับสนุนให้มีการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะ คสช.เอง

ซึ่งถ้าพูดกันให้ระเอียดลึกลงไปถึงความสัมพันธ์ของเครือข่ายสนธิ (ลิ้ม) กับ คสช. ก็คือ ในระหว่างการชุมนุมของ กปปส.นั้น เว็บไซด์เมเนเจอร์ออนไลน์ และ ASTV ผู้จัดการ ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ก็เป็นอีกกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการชุมนุม

เพราะไม่เพียงถ่ายทอดสดการชุมนุม และนำเสนอข่าวในเชิงสนับสนุนแนวทางล้มประชาธิปไตยของ กปปส.เท่านั้น แต่หลายครั้ง สนธิ ลิ้มทองกุล เองก็ยกโขยงไปสมทบกับการเคลื่อนไหว

โดยเฉพาะในครั้งที่ กปปส.เคลื่อนพลไปบุกยึดสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ในวันที่ 9 พฤษภาคม 2557 สนธิ ลิ้มทองกุล ก็ได้ขึ้นเวทีกองทัพธรรม ปลุกระดมให้ “ทหารออกมายึดอำนาจ” ด้วยตัวเอง

“วันนี้ประชาชนชนะแล้ว แต่ยังไม่ชนะน็อก จะน็อกได้ต้องใช้ทหารเท่านั้น มีทางเดียว และไม่ต้องเคอะเขิน คนที่บอกว่าทหารไม่ต้องออก ประชาชนปฏิวัติเอง นั่นเป็นการเพ้อฝัน โลกสวย การรัฐประหารไม่มีอะไรน่ากลัว ยึดอำนาจคนชั่วมาเพื่อให้สังคมเริ่มต้นใหม่ในทิศทางที่ดี เสียหายตรงไหน ไม่มีอะไรน่าอายเลย” คือ คำพูดที่ สนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวเอาไว้ในขณะขึ้นปราศรัยเวทีดังกล่าว 

ดังนั้นเมื่อ “คสช.” ตัดสินเคลื่อนกำลังออกมารัฐประหาร ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 จึงไม่แปลกที่จะถูกสังคมมองว่า ได้รับการ ปูทางที่โรยด้วยกรีบกุหลาบ จาก กปปส. อันมีสื่อในเครือ ASTV ผู้จัดการและเว็บไซด์ผู้จัดการออนไลน์เป็นกำลังสำคัญ

เปรียบ ASTV ผู้จัดการก็คือ หนึ่งในผู้ร่วม ถากถางทาง ให้กำเนิด คสช.ออกมา จนถึงทุกวันนี้  

pss

 

แต่ผลปรากฏว่าเมื่อมีการรัฐประหาร จนสำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้ว กลับปรากฏว่า สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV กลับถูกสั่งให้ “จอดำ” ไม่ได้รับอนุญาตจาก คสช.ให้ออกอากาศตามปกติ จนถึงวันนี้ก็ 2 เดือนกว่าเข้าไปแล้ว

ซึ่งผลจากการไม่ได้ออกอากาศ ทำให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV ขาดรายได้เลี้ยงดูสถานี และต้องออกเร่ร่อนขายของเก่าไปในพื้นที่ต่างๆ เพื่อหาทุนรอนมาประทังชีวิต

ไม่ต่างกันกัน สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย แชนแนล ของ กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งเป็น ตัวหลัก ในการขับเคลื่อนการชุมนุมของม็อบ กปปส. มาตลอดเกือบ 7 เดือ

ตั้งแต่ปลุกระดม ร่วมจัดเวทีการชุมนุม ขึ้นเวทีในฐานะแกนนำผู้ชุมนุม และปราศรัยให้เหตุผล ไปจนถึงร่วมปลุกปั่นสร้างสถานการณ์เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเชื้อเชิญกองทัพ ให้เคลื่อนกำลังออกมาทำการรัฐประหารล้มประชาธิปไตย

ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังต้องจมอยู่กับ “จอดำ” ตามคำสั่งคณะรัฐประหาร คสช.

โดยระยะเวลา 2 เดือนกว่าๆที่ บลูสกาย แชนแนลไม่ได้ออกอากาศ ก็มีอาการเช่นเดียวกับ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ASTV คือ ต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทนพนักงานผลิตสื่อสนับสนุนเผด็จการนับร้อยคน โดยไม่มีรายได้ที่ถูกต้องตามกฎหมายไหลเข้าระบบของสถานี

สถานการณ์ขณะนี้ บลูสกาย แชนแนล จึงทำได้เพียงหาโอกาสและจังหวะในการที่จะปลุกระดมมวลชนของตัวเอง ผ่านทั้งช่องทางโซเชียลมีเดีย ในแบบ ออนไลน์ และการเคลื่อนไหวออฟไลน์ ผ่านคอนเน็กชั่นต่างๆ เพื่อสะกิดให้ “คสช.” ได้พิจารณาเปิดโอกาส ให้รอดพ้นจาก “วิกฤตจอมืด”

แต่ที่ร้ายแรงกว่า คือ ผลจากคำสั่ง 108/2557 ที่ส่งคำเตือนไปยังหนังสือพิมพ์ผู้จัดการสุดสัปดาห์ ยังส่งสัญญาณที่ไม่ดีนัก กับสื่อ โทรทัศน์ดาวเทียม ที่สนับสนุนการรัฐประหารของเผด็จการ ทั้ง ASTV ผู้จัดการและ บลูสกาย แชนแนล ที่หวังเมตตาจากคณะรัฐประหาร ให้ได้กลับมาออกอากาศอีกครั้ง

ดังนั้นจึงต้องจับตาดูเป็นพิเศษว่า ทั้ง ASTV ผู้จัดการ และ บลูสกาย แชนแนล ที่ถือว่าเป็น ฟูมฟักสถานการณ์และช่วยกันเบ่งคลอด คสช.ออกมาจนเป็นตัวเป็นตนในขณะนี้ จะทำอย่างไรต่อไปกับ สิ่งที่ คสช.ยังไม่สนองให้

โดยเฉพาะ ยี่ห้อ สนธิ ลิ้มทองกุล ที่ “ขบเหลี่ยม” กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรัฐประหาร คสช. มายาวนาน ถึงขั้นที่ครั้งหนึ่งขุนทหาร ต้องยกพลไปตบเท้า ถึง หน้าบ้านพระอาทิตย์ ที่ทำการสถานีโทรทัศน์ ASTV มาแล้วนั้น ไม่น่าจะที่นิ่งเฉยได้กับ คำสั่ง ฉ.108

ซึ่งไม่ว่า หลังจากนี้จะเป็นอย่างไร

ASTV ผู้จัดการและ บลูสกาย แชนแนลจะปฏิบัติการณ์อย่างไรต่อ คสช.

ทั้งหมดทั้งมวลนี้  “กรรม” กำลังทำหน้าที่อย่างขะมักเขม้น

ASTV ผู้จัดการสื่อที่ปลุกระดมให้กองทัพออกมาทำลายประชาธิปไตย ในเหตุการณ์19 กันยายน 2549 และ 22 พฤษภาคม 2557 กลับต้องการไร้เสรีภาพ ต้องถูกคำสั่ง “เผด็จการ” ไม่ให้ดำเนินการใดๆ แม้แต่ทำมาหารับประทานตามปกติ

บลูสกาย แชนแนล สื่อที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการปลุกปั่น เพื่อให้ทหารเคลื่อนทัพออกมาทำลายประชาธิปไตย ก็ต้องถูกคำสั่งเผด็จการ ตัด “สิทธิ์” ของตัวเอง แม้แต่การจะขยับพูดอะไรสักอย่าง

หลังจากนี้ ล้วนแต่เป็นหน้าที่ “กรรม” ที่จะสนองคืนกลับผู้ที่ได้สร้างกรรมเอาไว้

และเมื่อ “ช้าวสาร” จะ “ชน” กันครั้งใหญ่ ประชาชนผู้นิยมประชาธิปไตย ก็คงได้แต่ นั่งบนภู รอดู … กัดกัน !!!

psp

 

Source :: https://www.hereandthere.today/?p=176

 

รุมด่าสนั่นเน็ต พนักงานไทยในโรงแรม Shangri-La (ปารีส) สุมหัวกับเพื่อนหาทางกลั่นแกล้งนายกฯยิ่งลักษณ์

z_197

รุมด่าสนั่นเน็ต พนักงานไทยในโรงแรม Shangri-La (ปารีส) สุมหัวกับเพื่อนหาทางกลั่นแกล้งนายกฯยิ่งลักษณ์

วันที่ 24 กรกฎาคม 2557 – ผู้ใช้การสื่อสารสังคมออนไลน์ที่รักการเป็นธรรมได้ส่งต่อภาพพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพนักงานโรงแรม Shangri-La (ปารีส) ซึ่งเป็นพนักงานคนไทยที่โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Athichapat Thai-Liccio โดยมีเนื้อหาว่า The Ancien PM of Thailand is here where I work “What’s else ?!?” ทักษิณเล่นมาพักที่ทำงานทำเอาไม่มีกระจิตกระใจที่จะทำงานเลย !!!! กำ

หลังจากนั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กไอดีดังกล่าวและเพื่อนๆ ที่มีพฤติกรรมเช่นเดียวกันได้พูดคุยถึงวิธีการในการจะกลั่นแกล้งต่างนาๆ พร้อมกับระบุว่า ได้พยายามนัดแนะกับพนักงานของโรงแรมบางส่วนเพื่อให้ความร่วมมือในการที่จะวางแผนกลั่นแกล้ง โดยผู้ใช้การสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ต่างตำหนิความคิดและการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรง อาทิ พวกสลิ่ม ไม่ว่ามันจะไปอยู่ที่ไหนสันดานไม่เคยเปลี่ยน, ต้องแชร์ให้ถึงเจ้านายมัน ทัศนะแบบนี้ต้องไล่ออก, น่าจะมีใครแปลข้อความที่นางเขียนแล้วส่งเมลล์เข้าโรงแรมที่นางทำงานนะคะเพราะมีคนบอกว่าเคยทำมาแล้วอีกด้วย

2027202220192018200632121

 

 

source :: https://www.hereandthere.today/?p=144

 

 

เชื่อง! สภาการ นสพ.น้อมรับคำสั่ง คสช.สอบMGR กระฉ่อนเน็ต องค์กรสื่อฯ ขอส่วนแบ่งสภาปฏิรวบ

z_196

เชื่อง! สภาการ นสพ.น้อมรับคำสั่ง คสช.สอบMGR กระฉ่อนเน็ต องค์กรสื่อฯ ขอส่วนแบ่งสภาปฏิรวบ

ความคืบหน้าล่าสุด กรณีที่ คสช.ได้มีคำสั่ง ฉบับที่ 108/2557  ตักเตือนไปยังสื่อในเครือผู้จัดการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล และสั่งให้สมาคมวิชาชีพสื่อดำเนินการตรวจสอบและรายงานให้ คสช.ทราบ ก่อนหน้านี้นั้น  ปรากฏว่า ในวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ที่ประชุมคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มีมติมอบหมายให้ นายสิทธิโชค ศรีเมือง รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์ฯ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์ ให้ดำเนินการสอบสวนข้อร้องเรียนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตามประกาศ คสช.ฉบับที่ 108/2557  ที่กล่าวหาว่าหนังสือเอเอสทีวีผู้จัดการสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 251 ประจำวันที่ 26 ก.ค. – 1 ส.ค.57 มีการพาดหัวข่าวและตีพิมพ์เนื้อหาหลายเรื่องที่เป็นข้อความเสียดสีและเป็นเท็จซึ่งอาจทำให้สาธารณะเข้าใจผิดว่าหัวหน้า คสช.อยู่เหนือสถาบันเบื้องสูง มีเจตนาไม่สุจริตทำลายความน่าเชื่อถือของ คสช.

โดย นายจักรกฤษณ์ เพิ่มพูล ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องทุกข์จะส่งข้อร้องเรียนดังกล่าวไปให้หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการสุดสัปดาห์เพื่อดำเนินการชี้แจง แก้ไข ตามที่ คสช.ร้องเรียน หากทางหนังสือเอเอสทีวีผู้จัดการสุดสัปดาห์พิจารณาแก้ไขและขอโทษผู้ร้องเรียน หากผู้ร้องเรียนพอใจถือว่าเรื่องเป็นที่ยุติ

สำหรับกรณีที่เกิดขึ้นระหว่าง คสช. สภาการหนังสือพิมพ์และสื่อในเครือผู้จัดการของนายสนธิ ลิ้มทองกุล นั้นน่าแปลกใจอย่างยิ่งที่ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่ยืนยันมาตลอดเวลาสื่อมวลชนควรมีอิสระจากอำนาจทั้งปวง โดยเฉพาะอำนาจเผด็จการนั้นกลับทำตามคำสั่ง คสช.อย่างว่าง่าย

เป็นที่น่าสนใจว่า ในจังหวะที่เกิดเรื่องราวดังกล่าวอยู่นี้ นายอธึกกิต แสวงสุข คอลัมนิสต์ชื่อดังนามปากกา “ใบตองแห้ง” ได้โพสต์ข้อความลงในwww.facebook.com/baitongpost เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 ระบุว่า “ข่าวสารวงการสื่อ มีเสียงไม่ลือเล่าอ้างว่า องค์กรวิชาชีพสื่อกำลังหารือเรื่องส่งตัวแทนเข้าร่วมสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยหะแรก องค์กรวิชาชีพสื่อยังกึ๊กกั๊กยักท่าทำเง็ดงาม แบบ-เราไม่ควรผลีผลามเข้าร่วมกับเผด็จการ เด๋วจะซ้ำรอย 3 นายกสมาคมไปเป็น สนช.ปี 49 อื้อฉาวเหม็นคาวจนทุกวันนี้
แต่แร้ว ก็มีสุ้มเสียงอันปรารถนาดี มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง จะมากระมิดกระเมี้ยนทำเป็นปฏิเสธรัฐประหารไปทำไม ไหนๆ ก็หันตูดกระดิกหางให้เขาแล้ว เอ๊ย ไม่ใช่ ไหนๆ ก็รัฐประหารไปแล้ว คสช.ท่านเปิดโอกาสให้เราเข้าร่วมปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่ สร้างชาติไทยเหนือใครในโลก สภาปฏิรูปไม่เห็นเกี่ยวกับการใช้อำนาจของทหาร ไม่ได้อยู่ในมาตรา 44 เราไม่ได้ปราบปรามใคร เขาเปิดโอกาสให้แล้วก็ควรเข้าร่วม เพื่อปฏิรูปให้สื่อมีเสรีมากขึ้น ถ้าเราไม่เข้าร่วม แล้วเขาลิดรอนสิทธิเสรีภาพสื่อจะทำไง โวยวายทีหลังก็ไม่ได้ เขาเปิดโอกาสให้แล้วไม่เข้าเอง วงการสื่อจะเสียหาย น้องๆนุ่งจะว่าเอาได้ อย่ากระนั้นเลย
แม่-ก็พูดกันอย่างนี้ทุกที มาตั้งแต่ปีมะโว้
อย่าเผลอกัดแย่งเก้าอี้กันก็แล้วกัน”

p1

 

source – https://www.hereandthere.today/?p=216

 

กรรมชี้เจตนา โผครม.รัฐบาล คสช. ท็อปบูทแห่จองเก้าอี้ หลักฐานบ่งชี้ เหตุผล รปห.57!

z_195

กรรมชี้เจตนา โผครม.รัฐบาล คสช. ท็อปบูทแห่จองเก้าอี้ หลักฐานบ่งชี้ เหตุผล รปห.57!

ทันทีที่มีการประกาศใช้ “รัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557” ฉบับ คสช.เรียบร้อย ก็เป็นที่คาดหมายกันว่า หลังจากนี้ คสช.ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีการวางตัว “สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)” และเริ่มก่อร่าง “คณะรัฐมนตรี” จัดวางตัวบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่ง “รัฐมนตรี” มีอำนาจเหนือกระทรวงต่างๆ

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อประเทศไทย ถูกค่ำล้มทำลายประชาธิปไตยลงอย่างราบคาบ และมีการสถาปนา “ระบอบเผด็จการทหาร” ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ

“ตำแหน่งทางการเมือง” ต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ถือครองอำนาจและผลประโยชน์ ย่อมตกอยู่ในกำมือของ “ทหาร” เสียเป็นส่วนใหญ่ ตามแบบฉบับ การปกครองของเผด็จการทหารโดยทั่วไป

ล่าสุด สื่อสารมวลชนของไทยได้พยายามคาดเดากันว่า ในระยะที่ใกล้จะมีการจัดตั้ง “รัฐบาล คสช.”มีใครกันบ้างที่ “คสช.” จะจัดวางให้มาครองอำนาจในตำแหน่งต่างๆ หลายรูปแบบ

โดย ครม.แบบที่  1 คาดหมายกันว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง

แล้วมี พล.อ.ประวิทย์ วงศ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม รัฐบาลประชาธิปัตย์ จะเข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. , พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ปัจจุบันดูงานด้านยุติธรรมและกฎหมายของ คสช., พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร., พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รองผบ.ทบ. ที่มีส่วนสำคัญในการสลายการชุมนุมของประชาชน ในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 เข้ามารับเก้าอี้ “รัฐมนตรี” กันพร้อมหน้า

นอกจากนี้สื่อมวลชน ยังคาดการณ์กันถึง หน้าตา ครม.แบบที่ 2 ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแบบแรกแต่ระบุตำแหน่ง-เก้าอี้แต่ละคนชัดเจนขึ้นคือ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จะควบตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. จะมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรืออาจจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรืออาจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ควบปลัดกระทรวงกลาโหม

พล.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ.เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม 

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ถูกคาดหมายว่าจะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. แทน พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเกษียณอายุราชการและไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ซึ่งแต่ละรายชื่อ ล้วนมีอิทธิพลและบทบาทต่อทั้งกองทัพและ คสช.

ที่สำคัญคือ แต่ละรายชื่อ ล้วนแต่เป็นบุคคลที่รายล้อมรอบตัวและใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คือ “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” 

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.ก็คือผู้บรรจงส่งมอบเก้าอี้ “ผบ.ทบ.” ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือนตุลาคม 2553

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ.ก็เคยยืนเคียงคู่มากับ พล.อ.ประยุทธ์ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553

ส่วน นายทหาร คนอื่นๆ ก็ล้วนแต่เป็นผู้ร่วมคณะยึดอำนาจ โค่นล้มประชาธิปไตย เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ไม่มากก็น้อย

หน้าตา ครม.ที่ออกมา น่าจะให้คำตอบที่ชัดเจนกับประชาชนมากขึ้นว่า การยึดอำนาจ ที่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียประชาธิปไตยนั้น สุดท้ายผลประโยชน์ไปตกอยู่กับใคร ?

ซึ่งนั่นน่าจะเป็น เหตุผลที่แท้จริงของการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 !!!

 

source :: https://www.hereandthere.today/?p=205

 

 

ลูกหาบแป๊ะลิ้ม ฉุน! คสช.เตือน MGR เปิดศึก ทวิตจวกเละ จ้องรังแก

ลูกหาบแป๊ะลิ้ม ฉุน! คสช.เตือน MGR เปิดศึก ทวิตจวกเละ จ้องรังแก

ภายหลังจากที่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งฉบับที108/2557 เรื่องการตักเตือนสื่อสิ่งพิมพ์ซึ่งฝ่าฝืนข้อห้าม โดยในคำสั่งระบุถึง หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ สุดสัปดาห์ ที่มีการตีพิมพ์ข้อความหลายเรื่อง ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จโดยมีเจตนาไม่สุจริตเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ล่าสุดทวิตเตอร์ @kittinunn ซึ่งเป็นของ นายกิตตินันท์ นาคทอง ผู้สื่อข่าวการเมือง รีไรท์เตอร์ หนึ่งในทีมผู้ดูแล @astvpolitics และสื่อสังคมออนไลน์หมวดข่าวการเมือง ประจำกองบรรณาธิการ ASTVผู้จัดการออนไลน์ ได้ทวิตข้อความโจมตีคำสั่งดังกล่าวของ คสช. อย่างรุนแรง ดังเช่น “สื่อมวลชนสำนักอื่นลงข่าวเสี้ยม ไม่เห็นประยุทธ์จะออกคำสั่ง แบบนี้เลย ทีออฟฟิตตรูปิด ASTV เรียกคุณสนธิไปขังหลายวัน จะรังแกกันไปถึงไหน”, “คำสั่ง คสช. ที่ 108/2557 พาดพิงออฟฟิศ ระบุว่า “ตีพิมพ์ข้อความหลายเรื่อง ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ” แต่ไม่บอกว่าเรื่องอะไร แปลกดีเหมือนกัน”

1 4z9(6)

 

source :: https://www.hereandthere.today/?p=185

 

 

ตบเท้าแห่ร่วมชิงเก้าอี้ “สภาปฏิรูป” เปิดโฉมหน้า “ตัวเต็ง” ยกโขยง

ตบเท้าแห่ร่วมชิงเก้าอี้ “สภาปฏิรูป” เปิดโฉมหน้า “ตัวเต็ง” ยกโขยง

 

 

รับสภาพ บลูสกาย “ตายอย่างสงบ” หัวแถวโพสต์เผยอาการร่อแร่ “ตาลอย” เยิ้ม แฟนคลับแนะบวชล้างบาป

รับสภาพ บลูสกาย “ตายอย่างสงบ” หัวแถวโพสต์เผยอาการร่อแร่ “ตาลอย” เยิ้ม แฟนคลับแนะบวชล้างบาป

ทีมงาน บลูสกาย แชนแนล สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม ม็อบ กปปส.และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเพิ่งตะโกนไชโยโห่ร้องเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.สั่งเคลื่อนรถถังทำการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 เนื่องจากเข้าใจว่านั่นคือ ชัยชนะภายหลังจากที่พวกเขาร่วมกันชุมนุมเพื่อโค่นล้มรัฐบาลประชาธิปไตย มายาวนานกว่า 7 เดือน

แต่ปรากฏว่า ภายหลังการรัฐประหารโดย คสช.ที่ผ่านไปแล้วกว่า 2 เดือน บลูสกาย แชนแนล ที่ต้องจอมืดไม่ได้ออกอากาศกลับมีอาการร่อแร่ ทรุดหนัก เนื่องจากทุนรอนกระสุนดินดำใกล้หมดสต็อก จึงพยายามดิ้นรนอย่างหนักในลมหายใจเฮือกสุดท้าย เพื่อเอาชีวิตรอดด้วยวิธีการต่างๆนาๆ

ล่าสุดได้มีการตรวจสอบพบว่า มีผู้เปิดเพจ ฟรีบลูสกายแชแนล (FreeBLUESKYChannel)เพื่อผลักดันการส่งสัญญาณอ้อนวอน ไปยังผู้มีอำนาจในคณะรัฐประหาร คสช. เพียงเพื่อขออนุญาตอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยให้บลูสกาย แชนแนลสามารถมาออกอากาศสนองตัณหาแฟนคลับ กปปส.อีกสักครั้ง

นอกจากนี้ยังพบว่า นายเถกิง สมทรัพย์ ผู้บริหารบลูกสาย แชนแนล ได้เขียนระบายความรู้สึกลมหายใจสุดท้ายของบลูสกาย แชนแนล เอาไว้ในเพจ เถกิง สมทรัพย์ อย่างหดหู่โดยท่อนหนึ่งระบุว่า

“นับวัน…พวกเราที่บลูสกายก็ตาลอยกันมากขึ้น

คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง

เพราะมองหาอนาคตไม่เจอ…

แต่เพราะเรายังมีความหวัง….

หวังที่ได้มีโอกาสทำงานต่อไปเหมือนเดิม

หรือถ้าจะหมดลมก็ขอตายกันอย่างสงบ…”

โดยมีผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์เข้ามาคอมเม้นท์ให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก อาทิ ผู้ที่ใช้ไอดีว่าNarasak Sriyot ได้คอมเม้นท์ว่า “55 ตาลอย 555”  และไอดี Suthi Thavorn คอมเม้นท์ว่า “เวลาล่วงไป ท่านทั้งหลาย จะเสียเปล่าประโยชน์ บวชหมู่อุทิศกุศลให้ผู้เสียชีวิต” 

556

 

557

 

558

 

source :: https://www.hereandthere.today/?p=165

 

 

ชัตดาวน์คืนสนอง “บลูสกาย” ไส้แห้ง ครวญ คสช.ปล่อยผี “ทีวีประชาธิปัตย์”

ชัตดาวน์คืนสนอง “บลูสกาย” ไส้แห้ง ครวญ คสช.ปล่อยผี “ทีวีประชาธิปัตย์”

หลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คสช. มีคำสั่งฉบับที่ ๖ ว่าด้วยเรื่อง ขอความร่วมมือระงับการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและสถานีวิทยุชุมชน โดยหนึ่งในนั้นมีสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมบลูสกายแชนแนล (Blue Sky Channel) ที่จะต้องยุติการออกอากาศตามคำสั่งนั้นด้วย ซึ่งนับจนถึงปัจจุบันก็ผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 กรกฏคม 2557 ที่ผ่านมาเริ่มมีความเคลื่อนไหวของทีมงานบลูสกาย เรียกร้องให้มีการเปิดช่องโทรทัศน์ของทางดาวเทียมบลูสกายแชนแนลกลับคืนมา โดยมีเปิดเป็นเพจเฟสบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “Free BlueSke” และเชิญชวนให้สมาชิกและสาวกของสถานีร่วมกัน แท๊กภาพกราฟฟิกที่มีข้อความ “FREE BLUE SKY” ไปติดเป็นภาพประจำตัว เพื่อร่วมกันทวงคืนบลูสกายกลับมา

ทั้งนี้ทางเพจ “Free BlueSke” ได้โพสต์บทความ “โค้งสุดท้าย..บลูสกาย…อยู่หรือไป ” ที่มีใจความตอนนึงพูดถึงเหตุผลของการต้องออกมาเรียกร้องให้เปิดบลูสกายแชนแนลกลับคืนมา ว่า

ทุนรอนในการทำงานของทีวีสื่อสารการเมือง ชัดเจนมานานกว่า 10 ปีแล้วว่า….ใครสายป่านยาวกว่ากัน…ใครดำน้ำได้อึดกว่ากัน….อีกไม่นานบลูสกายก็จะลาขาดเพราะหมดแรง…นั่นหมายความว่า กว่าจะสร้างช่องทางสื่อสารได้กว้างขวางครอบคลุมเหมือนที่ผ่านมา…สีฟ้าจะหายขาดไปนานปี…ขาดช่วงการสื่อสารไปช่วงใหญ่ๆไม่ต่อเนื่อง…

 

 

ร่อแร่เกินเยียวยา อิสระแน่นอก เร่งสถาปนาตัวขึ้น “พระของแผ่นดิน” ปางกวักทหาร เร่งสูบ กปปส.

ร่อแร่เกินเยียวยา อิสระแน่นอก เร่งสถาปนาตัวขึ้น “พระของแผ่นดิน” ปางกวักทหาร เร่งสูบ กปปส.

พุทธะอิสระ หรือ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ซึ่งเพิ่งออกมาเคลื่อนไหว โดยให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ใช้เงินในการชุมนุมร่วมกับ กปปส.ไปถึง 260 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นเงินของวัดอ้อน้อย โดยไม่ได้ใช้เงินบริจาคของ กปปส. ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.เป็นผู้บริหารจัดการและปัจจุบันยังต้องใช้เงินในการดำเนินการเกี่ยวกับคดีความของ การ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะที่ก่อเรื่องราวฉาวโฉ่ ทั้งใช้กำลังความรุนแรงและอาวุธสงครามทำร้ายประชาชนที่สัญจรไปมาในบริเวณนั้นจำนวนมากซึ่งล่าสุดหลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่ายังต้องใช้เงินในการดูแลคดีความทั้งหลายของการ์ด กปปส. ก็ปรากฏภาพและข่าวในโซเชี่ยลมีเดียเป็นจำนวนมาก ตลอดทั้งวันวันที่ 21 -22 กรกฎาคม 2557 ว่า นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ พุทธะอิสระ เกิดอาการป่วยกระทันหัน ด้วยอาการ “แน่นหน้าอก” และได้เข้าไปในโรงพยาบาลเพื่อเอาตัวรอด

ล่าสุดพบว่า ในช่วงระหว่างที่ นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พุทธะอิสระ ได้ยุติการชุมนุมไปภายหลังทหารได้ทำการรัฐประหารสำเร็จเมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ได้กลับไปอาศัยที่วัดอ้อน้อย และได้ดำเนินการจัดทำเหรียญนูนต่ำ และรูปเหมือน สูง 9 นิ้ว พุทธะอิสระ ท่ายืนถือพัดขนนก“พระของแผ่นดิน” รุ่น “กูคือผู้ชนะ” จัดจำหน่ายให้บรรดาสาวก ในทุกแบบทุกขนาด สนนราคาตั้งแต่ชิ้นละ 999 ถึง 88,888 บาท แบบไม่อั้น

113657

10530837_10152546867193446_8736747648297579034_n

10473413_10152546866783446_2927435635341678194_n

10371725_10152467337363446_7148124117037372465_n

10246509_10152467332553446_1312252590224278310_n

994441_10152526697218446_6651470764312651703_n