ครอบครัวนักข่าวที่ถูกไอซิสสังหาร ตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน

d_053

ครอบครัวนักข่าวที่ถูกไอซิสสังหาร ตั้งกองทุนช่วยเหลือผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน
Posted: 20 Sep 2014 07:55 AM PDT   (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)
ครอบครัวเจมส์ โฟลีย์ ผู้ถูกกลุ่มติดอาวุธไอซิสจับเป็นตัวประกันและสังหารเผยแพร่ผ่านวิดีโอ ตั้งกองทุนเพื่อเป็นเกียรติแก่ลูกและเพื่อช่วยเหลือนักข่าวรวมถึงญาติของผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ขณะเดียวกันก็ยังมีข้อถกเถียงเรื่องควรให้เงินประกันเพื่อไถ่ตัวประกันจากกลุ่มก่อการร้ายหรือไม่

20 ก.ย. 2557 ครอบครัวของเจมส์ โฟลีย์ นักข่าวชาวอเมริกันที่ถูกกลุ่มติดอาวุธไอซิสจับเป็นตัวประกันและสังหารโหดเผยแพร่ผ่านวิดีโอตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมนักข่าวชาวอเมริกันที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ความช่วยเหลือครอบครัวชาวอเมริกันที่มีญาติถูกจับเป็นตัวประกัน และส่งเสริมโอกาสการศึกษาของวัยรุ่นในเมือง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (19 ก.ย.) จอห์น และไดแอน โฟลีย์ พ่อและแม่ของเจมส์ประกาศก่อตั้งกองทุนเจมส์ ดับเบิลยู โฟลีย์ “เพื่อส่งเสริมความใฝ่ฝันและอุดมคติของคนยุคอนาคต”
หลังข่าวการสังหารโฟลีย์โด่งดังไปทั่วโลกครอบครัวโฟลีย์ซึ่งอาศัยในเขตนิวอิงแลนด์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ ก็กลายเป็นที่สนใจของสาธารณชนและได้ร่วมถกเถียงว่าจะจัดการกับปัญหาการลักพาตัวและเรียกค่าไถ่โดยกลุ่มติดอาวุธไอซิสอย่างไร
ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เจมส์ โฟลีย์ ถูกจับตัวไปขณะกำลังทำข่าวความขัดแย้งอยู่ในซีเรีย ในช่วงเวลานั้นเขาถูกทุบตีและทารุณกรรมจนกระทั่งถูกสังหารโดยกลุ่มไอซิสในที่สุด แต่กองทุนของโฟลีย์ซึ่งถูกตั้งขึ้นเพื่อให้ความช่วยเหลือครอบครัวที่ต้องทนทุกข์กับการที่ญาติถูกจับเป็นตัวประกัน ก็ทำให้นักข่าวผู้กล้าคนนี้เสมือนได้รับการเชิดชูเกียรติ
ครอบครัวโฟลีย์แถลงข่าวว่า “เป้าหมายอย่างแรกของกองทุนคือการสร้างศูนย์ทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของตัวประกันชาวอเมริกันในขณะที่พวกเขาต่อสู้เพื่อให้บุคคลอันเป็นที่รักของตนได้กลับบ้าน”
นี่เป็นประเด็นที่ครอบครัวโฟลีย์มีความรู้สึกร่วมอย่างลึกซึ้งกับครอบครัวที่ถูกกลุ่มไอซิส รวมถึงกลุ่มก่อการร้ายหรือกลุ่มอาชญากรอื่นๆ จับเป็นตัวประกัน
กองทุนของเจมส์ โฟลีย์ ไม่เพียงแค่ต้องการช่วยเหลือญาติของผู้ถูกลักพาตัวเท่านั้น แต่ยังต้องการให้เกียรติสิ่งที่โฟลีย์เคยทำไว้เช่นการเป็นครูสอนผู้ด้อยโอกาส
ข้อถกเถียงเรื่องเงินประกันตัว
ก่อนหน้านี้ครอบครัวโฟลีย์กล่าวให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อหลายสำนักโดยได้พูดถึงความไม่พอใจเรื่องที่ทางการสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือมากนักในการสืบสวนเพื่อปลดปล่อยตัวประกัน ทำให้พวกเขามีความรู้สึกโกรธแค้นและเศร้าเสียใจมาเป็นเวลาหลายเดือน ซึ่งครอบครัวอื่นๆ ที่มีญาติถูกจับเป็นตัวประกันก็แสดงความผิดหวังและไม่พอใจความไร้สมรรถภาพของการต่างประเทศสหรัฐฯ และทำเนียบขาวในการจัดการปัญหาตัวประกันเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ประเทศอย่างสหรัฐฯ และอังกฤษอ้างว่าพวกเขาหรือครอบครัวของตัวประกันไม่สามารถจ่ายเงินให้กับกลุ่มไอซิสเป็นค่าไถ่เพื่อให้ปล่อยตัวประกันได้เนื่องจากเป็นเรื่องผิดกฎหมายในประเทศของพวกเขา ซึ่งกฎหมายทำนองนี้มีขึ้นเพราะไม่ต้องการแสดงการสนับสนุนให้มีการลักพาตัวเพิ่มขึ้น สำนักข่าวบางสำนักเช่นโกลบอลโพสต์ บีบีซี และสำนักข่าวใหญ่ๆ ก็มีนโยบายไม่จ่ายเงินค่าไถ่ แต่จะติดต่อกับทางการให้ช่วยดำเนินการเรื่องตัวประกัน
แม้กฎหมายในสหรัฐฯ จะห้าม แต่ในประเทศยุโรปบางประเทศเช่นฝรั่งเศสและสเปนก็มีการพยายามรวบรวมเงินเพื่อช่วยเหลือตัวประกัน ซึ่งไดแอนก็พยายามทำอย่างเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมีพนักงานสืบสวนเอกชนที่ไม่ประสงค์ออกนามผู้หนึ่งวิพากษ์วิจารณ์การนำมาปฏิบัติอย่างสับสนและไม่คงที่ในกรณีนโยบายตัวประกัน เช่นกรณีหนึ่งที่พวกเขาปล่อยตัวนักโทษตอลีบาน 5 คน จากคุกกวนตานาโมเพื่อแลกกับการปล่อยตัวทหารยศสิบโทรายหนึ่ง
พนักงานสืบสวนเอกชนกล่าวอีกว่าครอบครัวผู้ถูกลักพาตัวควรมีสิทธิที่จะจ่ายค่าไถ่เพื่อแลกกับอิสรภาพของคนในครอบครัวพวกเขา ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความรู้สึกปกติของมนุษย์ต่อคนที่ตัวเองรัก
อลัน เดอโชวิตซ์ ศาตราจารย์ด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้ายกล่าวว่าเรื่องที่พ่อแม่ต้องการจะช่วยชีวิตลูกตัวเองเป็นเรื่องปกติและพวกเขาควรจะมีสิทธิช่วยเหลือ ซึ่งทางการอาจจะจ่ายค่าไถ่แต่ในอีกทางหนึ่งก็คิดถึงการทำลายกลุ่มก่อการร้ายไปด้วยได้
เดวิด โรห์ด นักข่าวรางวัลพูลิตเซอร์ที่เคยถูกจับโดยกลุ่มตอลีบานและสามารถแอบหลบหนีออกมาได้เขียนบทความเรียกร้องให้เรื่องการถกเถียงเรื่องเงินค่าไถ่ของคนที่ถูกจับโดยคนต่างชาติกลายเป็นเรื่องที่ยกมาพูดในที่สาธารณะได้โดยไม่มีการปกปิด อีกทั้งยังได้เรียกร้องให้ชาติตะวันตกมีการโต้ตอบการลักพาตัวอย่างคงเส้นคงวามากกว่านี้ ความไม่คงเส้นคงวาของพวกเขาทำให้เสี่ยงต่อความผิดพลาด
เรียบเรียงจาก
Foley family honors son with new nonprofit, Globalpost, 16-09-2014

http://www.globalpost.com/dispatches/globalpost-blogs/groundtruth/foley-family-honors-son-legacy-fund

 

ออสเตรเลีย – กลุ่มหัวรุนแรงเตรียมก่อการที่อาคารรัฐสภาในกรุงแคนเบอร์รา

d_012

Source :: บีบีซีไทย – BBC Thai FB

นายโทนี แอบบอตท์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียบอกว่ามีข้อมูลว่ากลุ่มหัวรุนแรงเตรียมก่อการที่อาคารรัฐสภาในกรุงแคนเบอร์ราและได้สั่งเพิ่มการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ออสเตรเลียได้ข้อมูลดังกล่าวในวันศุกร์ ขณะที่เมื่อวันพฤหัสบดีออสเตรเลียเพิ่งจู่โจมรวบตัวผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอสที่มีข้อมูลว่าเตรียมลงมือสังหารและจะฆ่าตัดคอที่นั่นด้วย

อีกด้านหนึ่งข่าวในเว็บไซต์ของ นสพ.จาการ์ตาโกลบรายงานอ้างคำพูดสำนักงานตำรวจแห่งชาติของอินโดนีเซีย ว่าจะตั้งข้อหาก่อการร้ายและการกระทำผิดกฎหมายเข้าเมืองชาวต่างชาติสี่คนที่จับกุมตัวได้ในเขตโปโส จังหวัดสุลาเวสีกลาง คนทั้งสี่เดินทางเข้าไปในอินโดนีเซียโดยซื้อพาสปอร์ตปลอมจากประเทศไทย

ผู้ต้องสงสัยทั้งสี่คือนายอับดุล บาสยิท อายุ 19 ปี นายอาห์เม็ด โบโซกลาน อายุ 28 ปี นายอัทลินซิ เบย์ราม 19 ปี และนายอัลฟิน สุไบดาน อายุ 27 ปีถูกตำรวจปราบปรามการก่อการร้ายจับได้ที่เขตโปโส ขณะนี้ยังไม่ทราบสัญชาติที่แท้จริงของคนทั้งหมด แต่เชื่อว่าคนทั้งสี่เป็นชาวอุยกูร์ จากมณฑลซินเจียงของจีน

ด้านเดอะสตาร์ของมาเลเซียรายงานเมื่อต้นสัปดาห์ว่า มีชาวต่างชาติวางแผนจะเข้าร่วมกับกลุ่มก่อการร้ายในจังหวัดสุลาเวสี ซึ่งเชื่อว่าสนับสนุนและระดมเงินทุนให้กับกลุ่มไอเอส และขณะนี้มีชาวอินโดนีเซียประมาณหนึ่งร้อยคนเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสในซีเรียและอิรักประมาณหนึ่งร้อยคนเข้าร่วมกับกลุ่มไอเอสในซีเรียและอิรัก

รัฐบาลกับกลุ่มกบฏนิยมรัสเซียเห็นชอบความตกลงเรื่องแผนสันติภาพ

d_015

Source :: บีบีซีไทย – BBC Thai FB

รัฐบาลกับกลุ่มกบฏนิยมรัสเซียเห็นชอบความตกลงเรื่องแผนสันติภาพในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งทางตะวันออกของยูเครนแล้วในการเจรจาที่เบลารุส โดยส่วนหนึ่งของข้อตกลงคือกำหนดให้จัดตั้งพื้นที่กันชนเป็นบริเวณ 30 กม. ห้ามเครื่องบินทหารบินผ่านพื้นที่ส่วนหนึ่งของยูเครนตะวันออกและให้ทั้งสองฝ่ายถอนทหารต่างชาติออกไป

การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายตั้งแต่เดือนเมษายน ทำให้มีคนตายไปมากกว่าสามพันคน

ก่อนหน้านี้รัฐบาลและกลุ่มกบฏเคยตกลงหยุดยิงกันมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อต้นเดือนนี้ แต่ก็มีเหตุรุรนแรงเกิดขึ้นหลายครั้ง ยูเครนนั้นกล่าวหารัสเซียว่าติดอาวุธให้กลุ่มแบ่งแยก ดินแดน และส่งทหารรัสเซียเข้ามาในภูมิภาค Donetsk กับ Luhansk ซึ่งรัสเซียปฏิเสธ

เมื่อคืนนี้ผู้แทนรัฐบาลยูเครน รัสเซีย และองค์การความร่วมมือเพื่อความมั่นคงของยุโรป กับกลุ่มกบฏเจรจากันถึงกลางดึก และเห็นพ้องกันว่าจะเริ่มทำตามข้อตกลงภายใน 24 ชั่วโมง

 

ชาวอังกฤษ เเละ สื่ออังกฤษ เเสดงความไม่พอใจกับคำพูดของท่านผู้นำ

y_2524

ชาวอังกฤษ เเละ สื่ออังกฤษ เเสดงความไม่พอใจกับคำพูดของท่านผู้นำ ที่พูดในเชิงต่อว่านักท่องเที่ยวที่ถูกฆาตกรรมว่า

“คนพวกนี้คิดว่าประเทศของเราสวยงามและปลอดภัย ก็เลยทำอะไรที่อยากทำ พวกเขาใส่บิกินี่และเดินไปไหนก็ได้”

“พวกเขาคิดว่าใส่บิกินี่แล้วปลอดภัยเหรอ…เว้นแต่ว่าไม่สวย?”

The Mirror ยังย้ำว่า กฏอัยการศึกของ คสช ยังทำให้ชาวต่างประเทศไม่สามารถซื้อประกันชีวิตสำหรับนักท่องเที่ยวได้ ปีนี้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง 10% จากปีที่เเล้ว

 

ข้อคิดจากคนไทย ที่หัวใจไม่เป็นขี้ข้าอำมาตย์

 

ทำไม ชาวต่างประเทศ ยังคิดที่จะมาท่องเที่ยวในประเทศไทย ในยามที่ประเทศไทยเป็นรัฐเผด็จการปกครองโดยทหารและชนชั้นศักดินา…????  คุณรู้หรือไม่ว่า คุณกำลังส่งเสริมเผด็จการ  ยิ่งการท่องเทียวดีขึ้น การค้าขายส่งออกไปต่างประเทศดีขึ้น.. ก็เท่ากับเป็นการส่งเสริมให้เผด็จการทหาร ปกครองประเทศไทยยาวนานขึ้น…จะบอกให้ทราบว่า “เผด็จการของไทย กำลังมีแนวคิดเช่นเดียวกับจีน  ที่ปกครองโดยเผด็จการผูกขาดอำนาจ ก็สามารถอยู่ในโลกนี้ได้  ทั่วโลกไปท่องเทียว ทั่วโลกทำการค้าด้วย…จึนก็ยังอยู่ยั้งยืนยงเป็นเผด็จการตลอดไป….”   เผด็จการไทย จะเอาอย่างนั้น ปกครองโดยชนชั้นศักดินา และทหาร … ต่างประเทศ หน้าโง่ ๆ ก็ยังสนับสนุน ทั้งการท่องเที่ยว และการค้าขาย…. ใช้สมองคิดกันเถิดค่ะ  อย่าใช้ส้นตีนคิดกันเลย… !!!!! 

 

เปิดศึก! สหรัฐฯลั่นกลองรบ ทิ้งบอมบ์ไอเอสใกล้กรุงแบกแดด

y_2308

เปิดศึก! สหรัฐฯลั่นกลองรบ ทิ้งบอมบ์ไอเอสใกล้กรุงแบกแดด

วันที่ 16 ก.ย. บีสำนักข่าวบีซีรายงานว่า ทางสหรัฐอเมริกาได้เปิดฉากถล่มทางอากาศครั้งแรกตามแผนการปราบปรามกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) บริเวณใกล้กรุงแบกแดดและใกล้กับภูเขาซินจาร์ของอิรัก หลังระดมความร่วมมือจากชาติต่างๆ รวมถึงในการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศ 40 ชาติ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

กองทัพสหรัฐแถลงว่า การโจมตีแรกเป็นไปตามแผนขยายความพยายามปกป้องชาวอเมริกัน และภารกิจด้านมนุษยธรรมของประธานาธิบดีบารัก โอบามาที่ได้ประกาศไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน และเพื่อช่วยเหลือทหารอิรักที่ถูกกลุ่มไอเอสโจมตี ซึ่งการโจมตีครั้งนี้ทำให้พาหนะของไอเอสเสียหาย 6 คัน ด้านแถลงการณ์ยังระบุว่า ฝูงบินสหรัฐออกจากพื้นที่โจมตีอย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ นับแต่เดือนสิงหาคม สหรัฐโจมตีไอเอสในอิรักไปแล้วทั้งสิ้น 162 ครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐและพลเมืองอเมริกัน ช่วยผู้อพยพชาวอิรักและป้องกันสาธารณูปโภคพื้นฐาน

ขณะเดียวกัน นายอิบราฮิม อัล-จาฟารี รัฐมนตรีต่างประเทศของอิรักกล่าวในการประชุมที่กรุงปารีสว่า การตัดสินใจไม่ชวนอิหร่านเข้าร่วมด้วยเป็นเรื่องน่าเสียใจ เพราะเชื่อว่าทุกประเทศทั่วโลกต่างวิตกกับภัยก่อการร้าย อิหร่านเป็นเพื่อนบ้านอิรัก สามารถช่วยเหลือและควรจะเข้าร่วมด้วย แต่อิรักไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่มีอำนาจในการเชิญประเทศใด อย่างไรก็ตามอิหร่านปฏิเสธคำชวนของสหรัฐเมื่อสัปดาห์ก่อน ด้วยข้อกล่าวหาว่าสหรัฐมือสกปรก และแทรกแซงประเทศอื่นไปทั่วเช่นในปากีสถาน

เรียบเรียงจาก ข่าวสดออนไลน์