อดีต ผวจ.ชาวญี่ปุ่นผู้ริเริ่ม “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งผลิตภัณฑ์” ต้นแบบ “โอท็อป” เสียชีวิตแล้ว

อดีต ผวจ.ชาวญี่ปุ่นผู้ริเริ่ม “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งผลิตภัณฑ์” ต้นแบบ “โอท็อป” เสียชีวิตแล้ว

Posted: 26 Aug 2016 07:19 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

โมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ เสียชีวิตแล้วด้วยวัย 92 ปี โดยเป็นผู้ริเริ่ม “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งผลิตภัณฑ์” ต้นแบบ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” ส่งเสริมการต้มสุราพื้นบ้าน “โชชู” จนดัง เคยเสนอแนวคิดให้ท้องถิ่นญี่ปุ่นมีอำนาจปกครองตนเองมากขึ้นด้วยการแยกออกเป็นหลายมลรัฐ ในมลรัฐประกอบด้วยกลุ่มจังหวัด ด้านยิ่งลักษณ์เขียนข้อความไว้อาลัยและยกย่องให้เป็นต้นแบบ “โอท็อป” เป็นแรงบันดาลใจ-ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างกว้างขวาง

โมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ (ที่มา: Japantimes)

26 ส.ค. 2559 เจแปนไทมส์รายงานเมื่อ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยอ้างสำนักข่าวเกียวโดว่า อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ ประเทศญี่ปุ่น โมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ ( Morihiko Hiramatsu) ซึ่งเป็นที่รู้จักว่าเป็นผู้พัฒนาโครงการ “หนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งผลิตภัณฑ์” (一村一品運動/OVOP) ของจังหวัดโออิตะ เสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยวัย 92 ปี

ฮิรามัตสึเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ เป็นเวลา 24 ปี จนถึงปี 2546 สำหรับโครงการ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” เป็นความริเริ่มของเขาสำหรับจังหวัดโออิตะ และต่อมาได้รับการนำเสนอไปยังประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ

ทั้งนี้เขาได้รับรางวัลแมกไซไซในปี 2538 สาขาบริการภาครัฐ หลังจากที่เขาพยายามสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยการพึ่งตนเองของจังหวัดโออิตะ ผ่านโครงการ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” และด้วยจิตวิญญาณของเขาที่เรียกร้องให้ผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นมีมาตรฐานสากล

เขายังมีบทบาทรณรงค์อย่างแข็งขันเพื่อให้ท้องถิ่นปกครองตัวเองมากขึ้น ด้วยการเสนอให้ญี่ปุ่นแบ่งออกเป็นหลายมลรัฐ และในมลรัฐประกอบด้วยหลายจังหวั

ฮิรามัตสึยังส่งเสริมการต้มกลั่นสุราพื้นบ้าน “โชชู” (shochu) ซึ่งมักใช้วัตถุดิบจากข้าว ข้าวบาร์เลย์ มันเทศ โซบะ น้ำตาลทรายแดง ฯลฯ ซึ่งต่อมาทำให้เกิดปรากฏการณ์ “shochu boom” นอกจากนี้เขายังประสบความสำเร็จที่ผลักดันให้จังหวัดโออิตะเป็นสถานที่หนึ่งสำหรับแข่งฟุตบอลโลกที่ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพในปี 2545 ด้วย

เขายังได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น Grand Cordon จากสมเด็จพระจักรพรรดิอะกิฮิโตะในปี 2547 ด้วย

ด้านนี้ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ยังได้เขียนข้อความในเฟซบุ๊ค เพื่อแสดงความไว้อาลัยต่อผู้ว่าราชการจังหวัดโออิตะ ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ “หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์” ต้นแบบ “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” หรือ OTOP

“ฉันเพิ่งทราบข่าวและรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งต่อการจากไปของคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ อดีตผู้ว่าการจังหวัดโออิตะ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มความคิดหนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ One Village, One Product โดยเริ่มจากการเข้าใจชุมชนของตนเองอย่างลึกซึ้งว่ามีผลิตภัณฑ์ใดที่มีศักยภาพเหมาะสมกับชุมชนของตนเองแล้วนำมาใส่เอกลักษณ์เฉพาะของชุมชนเข้าไป โดยเริ่มต้นจากภายในจังหวัดโออิตะของท่านก่อน จนแนวคิดนี้แพร่หลายไปทั่วประเทศญี่ปุ่น

ต่อมา ดร.ทักษิณได้นำเอาหลักการและกระบวนการคิดของคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ มาปรับปรุงให้เข้ากับประเทศไทยจนกลายเป็น “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP)” ที่มุ่งส่งเสริมท้องถิ่นให้พัฒนาสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง โดยโครงการโอท็อปนี้ได้กระตุ้นให้ชาวบ้านหันมาพัฒนาคุณภาพสินค้าชุมชนตนเองจนกลายเป็นโอท็อปห้าดาวที่สะท้อนคุณภาพของสินค้าจากชุมชนเหล่านี้ และผลสำเร็จของโครงการนี้ได้มีผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งสร้างงานสร้างอาชีพเกิดการสร้างสรรค์ทางความคิดอีกมากมาย

หลังจากที่ดิฉันได้มาเป็นรัฐบาลก็ต่อยอดพัฒนา “หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์” ให้ชาวบ้านด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าโอท็อปเหล่านี้ให้มีเอกลักษณ์และสอดคล้องกับความต้องการของตลาดต่างประเทศ พร้อมกับผนวกความรู้สมัยใหม่ให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาคุณภาพและขยายการผลิตได้มากขึ้น ตลอดจนเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายถาวรในพื้นที่ทั่วประเทศโดย ใช้สถานที่ราชการและกลไกของกระทรวงพาณิชย์ ขอความร่วมมือจากภาคเอกชนให้จัดสรรพื้นที่สำหรับสินค้าโอท็อปที่มีคุณภาพ และให้ทีมประเทศไทย (Team Thailand) นำโดยกระทรวงการต่างประเทศเน้นการผลักดันสินค้าโอท็อปไทยสู่สากลให้มากขึ้นด้วย

ดิฉันจึงขอยกย่องคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ ในฐานะที่เป็นต้นแบบของนโยบายโอท็อปและเป็นแรงบันดาลใจให้กับนโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนไทยอย่างกว้างขวาง และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ ที่ได้สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งและเป็นผู้ที่อุทิศตนเองทั้งแรงกาย แรงใจ ในการสร้างคุณประโยชน์ต่อประชาชนชาวโออิตะและชาวญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศไทยด้วยนะคะ ดิฉันขอไว้อาลัยต่อการจากไปของคุณโมริฮิโกะ ฮิรามัตสึ”

ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

‘แมร์เคิล’ ประกาศเยอรมนีคงจุดยืนรับผู้ลี้ภัย แม้เกิดเหตุรุนแรงหลายครั้ง

‘แมร์เคิล’ ประกาศเยอรมนีคงจุดยืนรับผู้ลี้ภัย แม้เกิดเหตุรุนแรงหลายครั้ง

Posted: 31 Jul 2016 09:01 PM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีกรณีการก่อเหตุรุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้งในเยอรมนี แต่นายกรัฐมนตรีแองเกลา แมร์เคิล ก็ประกาศว่าเหตุการณ์เหล่านี้ไม่ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงความมุ่งมั่นที่จะรับผู้ลี้ภัยเข้าสู่ประเทศมากขึ้น

แมร์เคิลกล่าวเมื่อ 28 ก.ค.ว่า ผู้ก่อเหตุพยายามทำลายความรู้สึกร่วมแบบเป็นชุมชนของพวกเขา ต้องการทำลายความเปิดกว้างและเจตจำนงที่อยากช่วยเหลือคนที่ต้องการความช่วยเหลือของพวกเขา ตัวเธอในนามชาวเยอรมันขอยืนหยัดต่อต้านการก่อเหตุรุนแรงเหล่านี้

อย่างไรก็ตามแมร์เคิลได้เสนอเพิ่มมาตรการความมั่นคงใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแชร์ข้อมูล การถอดรหัสข้อมูลจากเว็บไซต์แชทพูดคุยกัน รวมไปถึงการพยายามสกัดกั้นการซื้อขายอาวุธทางอินเทอร์เน็ต

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์รุนแรงงในเยอรมนีหลายเหตุการณ์ เริ่มจากในวันที่ 18 ก.ค. ที่มีวัยรุ่นผู้ลี้ภัยจากอัฟกานิสถานรายหนึ่งถือขวานไล่ทำร้ายผู้คนจนมีผู้บาดเจ็บ 5 ราย ขณะที่ผู้ก่อเหตุถูกยิงเสียชีวิต กลุ่มไอซิสอ้างว่าพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องในการก่อเหตุครั้งนี้โดยเผยแพร่วิดีโอของผู้ก่อเหตุที่ถ่ายไว้ก่อนหน้าการก่อเหตุ

ในวันที่ 22 ก.ค. มีวัยรุ่นชาวเยอรมันเชื้อสายอิหร่านก่อเหตุยิงผู้คนที่เมืองมิวนิค ทำให้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพ ส่วนผู้ก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิต ผู้ก่อเหตุอ้างว่าเขาหมกมุ่นกับกรณีการก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียน โดยในกรณีนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรง

วันที่ 24 ก.ค. ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียถูกจับกุมตัวที่เมืองรอยทลิงเงน รัฐบาเดน-เวอร์ทเทมแบร์ก หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยกรณีสังหารหญิงชาวโปแลนด์ด้วยมีดมาเชตต์และทำร้ายคนอีกสองคน ตำรวจตั้งข้อสันนิษฐานว่าอาจจะเป็นอาชญากรรมจากความหึงหวง ในวันเดียวกันยังมีเหตุการณ์ที่ชาวซีเรียผู้ถูกทางการปฏิเสธไม่รับเป็นผู้ลี้ภัยก่อเหตุระเบิดพลีชีพที่เทศกาลดนตรีในเมืองเล็กๆ ชื่ออันสบาค ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 15 ราย

แมร์เคิลกล่าวในที่ประชุมแถลงข่าวว่าผู้ลี้ภัยที่ก่อเหตุถือเป็นการ “เย้ยหยันประเทศที่ต้อนรับพวกเขา” แต่ก็ยืนยันว่าผู้คนที่หนีตายจากสงครามและการปราบปรามในประเทศตนเองสมควรได้รับการคุ้มครอง โดยเยอรมนีจะยังคงยึดหลักการให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่สมควรได้รับ แมร์เคิลกล่าวถึงเหตุโจมตีทั้งในเยอรมนีและในประเทศอื่นๆ อีกว่าผู้ก่อเหตุต้องการสร้างความหวาดกลัวและความเกลียดชังระหว่างศาสนาและวัฒนธรรมอีกทั้งยังอ้างอิงคำขวัญเดิมที่ว่า “พวกเราทำได้” (Wir schaffen das) ซึ่งเป็นคำขวัญที่เคยใช้ตอนเปิดรับผู้ลี้ภัยหนึ่งล้านคนเมื่อปีที่แล้ว

“มันคือหน้าที่ครั้งประวัติศาสตร์ของพวกเราและเป็นความท้าทายครั้งประวัติศาสตร์ในยุคสมัยโลกาภิวัตน์ พวกเราประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา” แมร์เคิลกล่าว

แมร์เคิลเตือนอีกว่านอกจากการก่อการร้ายแล้วพวกเขาต้องเฝ้าระวังภัยแบบใหม่ที่หน่วยงานความมั่นคงไม่เคยพบเจอมาก่อน ทำให้เธอบอกว่าจะมีระบบการเตือนล่วงหน้าเพื่อให้ทราบว่าระบบการขอลี้ภัยมีปัญหาอย่างไรและจะมีมาตรการเพื่อรักษาความปลอดภัยให้แก่ประชาชน “พวกเราจะต่อสู้กับปัญหาความท้าทายการหลอมรวมผสมผสานทางสังคมอย่างจริงจัง” แมร์เคิลกล่าว

เรียบเรียงจาก

Merkel rules out migrant policy reversal after attacks, BBC, 28-07-2016

http://www.bbc.com/news/world-europe-36912141


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

รัฐบาลตุรกีอ้างเหตุรัฐประหาร-เล็งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปิดสื่อ-โรงเรียน

รัฐบาลตุรกีอ้างเหตุรัฐประหาร-เล็งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ปิดสื่อ-โรงเรียน

Posted: 28 Jul 2016 04:11 PM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ทางการตุรกีกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามรอบล่าสุด เตรียมผ่านกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิน จ่อปิดสื่อ โรงเรียน สถานพยาบาล ปรับโครงสร้างอำนาจหน่วยงานตำรวจและกองทัพ รวมถึงสั่งปิดโรงเรียนเตรียมทหาร โดยทั้งหมดนี้อ้างเรื่องความเกี่ยวข้องกับการพยายามทำรัฐประหารเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่สหประชาชาติแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์สิทธิในตุรกี

ประธานาธิบดีตุรกี เรเซป ไทยิป แอร์โดอัน (แฟ้มภาพ/วิกิพีเดีย)

28 ก.ค. 2559 อัลจาซีรารายงานว่ารัฐบาลตุรกีออกกฤษฎีกาใหม่สั่งปิดองค์กรสื่อจำนวนมาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างโดยรัฐบาลของประธานาธิบดีเรเซป ไทยิป แอร์โดอัน หลังจากการรัฐประหารล้มเหลวในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ข้อกำหนดจากรัฐบาลตุรกีฉบับใหม่ที่เผยแพร่ผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ของทางการตุรกีระบุสั่งปิดสื่อหลายแห่ง ได้แก่สำนักข่าว 3 แห่ง ช่องโทรทัศน์ 16 ช่อง สถานีวิทยุ 23 สถานี หนังสือพิมพ์รายวัน 45 หัว นิตยสาร 15 ฉบับ และสำนักพิมพ์ 29 แห่ง

ในบรรดาสื่อที่โดนสั่งปิดได้แก่หนังสือพิมพ์ซามาน ช่องซามานโยลู และสำนักข่าวซิฮาน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ เฟตุลเลาะห์ กูเลน ผู้ที่ทางการตุรกีกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อรัฐประหารที่ล้มเหลวเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของแอร์โดอันยังมีแผนการสั่งปลดเจ้าหน้าที่ในกองทัพ 1,684 นาย รวมถึงนายพล 127 นาย เป็นพลเรือเอก 32 นาย โดยถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับขบวนการของกูเลน นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนในระดับสถาบันความมั่นคงด้วยการออกข้อกำหนดให้ตำรวจภูธรและหน่วยรักษาการณ์ชายฝั่งจะสังกัดกระทรวงกิจการภายในหลังจากนี้ จากที่ก่อนหน้านี้ตำรวจภูธรอยู่ในสังกัดขอบเขตอำนาจขององค์กรตำรวจขณะที่หน่วยลาดตระเวณชายแดนจะอยู่ในสังกัดของกองทัพมาก่อน อัลจาซีราระบุว่าการปรับเปลี่ยนเช่นนี้ทำให้เกิดผลกระทบอิทธิพลของหน่วยงานติดอาวุธ

ในตอนนี้ข้อกำหนดดังกล่าวจะต้องนำเข้าสู่รัฐสภาที่มีพรรคเอเคพีของแอร์โดอันกุมอำนาจอยู่เพื่อพิจารณาและประกาศบังคับใช้ในวันที่ 29 ก.ค. ในฐานะส่วนหนึ่งของการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน

หลังการพยายามรัฐประหารล้มเหลวแอร์โดอันก็พยายามกวาดล้างผู้ที่ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง มีการจับขังทหาร ข้าราชการ ผู้พิพากษา ทนายความ 15,846 ราย มี 8,133 รายถูกฟ้องร้องดำเนินคดี นอกจากนี้ยังมีการสั่งปิดหน่วยงาน 2,341 แห่ง ทั้งโรงเรียน หน่วยงานการกุศล สถานพยาบาล และสหภาพ โดยกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกูเลน นอกจากนี้ยังมีการสั่งปิดโรงเรียนทหารและปรับโครงสร้างวิทยาลัยของกองทัพ โดยมีการอ้างว่าคนที่เข้าร่วมการรัฐประหารที่ล้มเหลวมีนายทหารจากโรงเรียนทหารอยู่ 1,214 นายจากทั้งหมด 8,651 นาย มีนักเรียนทหารอายุ 14-17 ปีถูกกล่าวหาว่าอาจจะมีส่วนพัวพันกับขบวนการกูเลน

การไล่จับคนเป็นว่าเล่นเช่นนี้ ทำให้นานาชาติแสดงความกังวลว่าประเทศจะเข้าสู่แนวทางแบบอำนาจนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าเขารู้สึกเป็นห่วงสถานการณ์อย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการกวาดจับหลังรัฐประหารล้มเหลวในตุรกี และบอกกับรัฐมนตรีการต่างประเทศว่าควรจะมีหลักฐานทีน่าเชื่อถือได้ก่อนการจับกุมตามกระบวนการกฎหายรวมถึงควรเคารพเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เสรีภาพในการชุมนุม และการดำเนินการตามหลักกฎหมาย

อย่างไรกตามนายกรัฐมนตรี บินาลี ยิลดิริม ของตุรกีกล่าวในทำนองว่าการกวาดล้างของรัฐบาลยังไม่จบสิ้นและจะยังคงดำเนินต่อไป

กูเลน ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพยายามก่อรัฐประหารให้สัมภาษณ์ปฏิเสธไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้ว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการรัฐประหารที่ล้มเหลว กูเลน เคยเป็นคนใกล้ชิดกับแอร์โดอนมาก่อนแต่ต่อมาเขาถูกกล่าวหาว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เพียงเพราะต้องสงสัยว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มที่พยายามตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาลแอร์โดอัน ทำให้เขาต้องลี้ภัยไปอยู่ในสหรัฐฯ กูเลนกล่าวในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อก่อนหน้านี้ด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่รัประหารที่ล้มเหลวในครั้งนี้อาจจะเป็นการสมคบคิดโดยแอร์โดอันเพื่อหาเรื่องกวาดล้างคนที่เห็นต่างจากเขา

ทั้งนี้องค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างฮิวแมนไรท์วอทช์ยังเคยระบุว่าพวกเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับการทารุณกรรมผู้ต้องขังและไม่ยอมให้ญาติหรือทนายความเข้าพบผู้ต้องขังที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนพัวพันกับการพยายามก่อรัฐประหาร

เรียบเรียงจาก

Turkey shuts scores of media outlets, sacks generals, Aljazeera, 28-07-2016 http://www.aljazeera.com/news/2016/07/turkey-close-army-high-schools-failed-coup-160727165730365.html


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

อดีตทหารกัมพูชาอยู่แคนาดาแพร่คลิปต่อต้านฮุนเซน-ตำรวจประกบญาติพี่น้องถึงบ้านเกิด

อดีตทหารกัมพูชาอยู่แคนาดาแพร่คลิปต่อต้านฮุนเซน-ตำรวจประกบญาติพี่น้องถึงบ้านเกิด

Posted: 28 Jul 2016 04:36 PM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

รัฐบาลฮุนเซนของกัมพูชาส่งคนไปที่บ้านครอบครัวของ สม โสวันนารา อดีตทหารกัมพูชาอพยพ เพื่อสืบสวนสมาชิกในบ้านเป็นประจำทุกวัน หลังจากที่อดีตทหารกัมพูชาซึ่งปัจจุบันอพยพไปอยู่แคนาดา เคยพูดปลุกใจให้เกิดการต่อต้านรัฐบาลฮุนเซนผ่านทาง YouTube โดยฝ่ายรัฐบาลกัมพูชาอ้างว่าไปสืบสวนครอบครัวนี้เพราะเกรงว่าจะมีการวางแผนก่อรัฐประหาร

สม โสวันนารา อดีตทหารในกัมพูชาอายุ 25 ปี อัพโหลดวิดีโอทางยูทูบเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมาบอกให้รัฐมนตรีและกองทัพเตรียมตัวให้พร้อมที่จะ “ปลดปล่อยประเทศกัมพูชาจากรัฐบาลเผด็จการฮุนเซน” แต่ในวันต่อมาเขาบอกว่าวิดีโอของเขาเพียงแค่ต้องการปลุกใจให้เกิดการประท้วงอย่างสันติเท่านั้น อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมและกระทรวงกิจการภายในและศาลกรุงพนมเปญ ก็พากันสืบสวนเรื่องนี้เพราะมองว่าเป็นภัย

พี่สาวของสมซึ่งอาศัยอยู่ในอำเภอสังคมถเม็ย จังหวัดพระวิหาร เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า ครอบครัวกังวลเรื่องความปลอดภัยหลังจากที่มีตำรวจและ “เจ้าพนักงาน” คนอื่นๆ คอยติดตามและสอดแนมครอบครัวเธอทุกวัน เจ้าหน้าที่ทางการถามเธอว่าเธอรู้หรือไม่ว่าน้องชายของเธอโพสต์อะไรบางอย่างบนเฟซบุ๊คเพื่อต่อต้านรัฐบาล เธอตอบว่าไม่รู้เรื่องนี้แต่ก็ถูกข่มขู่ให้ “ระวัง” และอย่าพูดอะไรที่กระทบกับรัฐบาล

พี่สาวของสมกล่าวต่อไปว่าเธอกังวลเรื่องความปลอดภัยของครอบครัวเธอเพราะทางการกัมพูชาส่งคนมาคอยดูครอบครัวเธอทุกวัน ครอบครัวของเธอก็กลัวว่าคนเหล่านี้จะทำร้ายพวกเขา

รส เฮง นายอำเภอสังคมถเม็ยกล่าวว่าพี่สาวของสมควรเปิดเผยตัวผู้ที่ข่มขู่เธอว่าเป็นใคร โดยเขาต้องการรู้ว่ามีเจ้าหน้าที่คนใดไปที่นั่นบ้าง ถ้าหากเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านเธอจริงๆ เธอก็ควรจะรู้ว่าใครเป็นคนข่มขู่ครอบครัวเธอ ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นต่างก็บอกว่าพวกเขาไม่รู้เรื่องคดีนี้หรือบางคนก็ปฏิเสธไม่ยอมตอบคำถามเรื่องนี้

สมเป็นสมาชิกของกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยชาติกัมพูชา ปัจจุบันเขาอยู่ที่แคนาดา เขาบอกว่าเขาเป็นห่วงครอบครัวแต่ก็ไม่อยากกลับประเทศ เขาบอกอีกว่าเขายอมขึ้นศาลถ้าศาลกัมพูชาเป็นอิสระจริงแต่สำหรับสมแล้วศาลกัมพูชาไม่มีความยุติธรรม

เรียบเรียงจาก

‘Coup’ Plotter’s Sister Claims Authorities Threatened Family, Cambodia Daily, 27-07-2016 https://www.cambodiadaily.com/news/coup-plotters-sister-claims-authorities-threatened-family-115941/


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

วิกิลีคส์แฉอีเมลพรรครัฐบาลตุรกี 2.9 แสนฉบับ-ตอบโต้การล้างบางผู้เห็นต่าง

วิกิลีคส์แฉอีเมลพรรครัฐบาลตุรกี 2.9 แสนฉบับ-ตอบโต้การล้างบางผู้เห็นต่าง

Posted: 21 Jul 2016 11:58 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

เว็บไซต์จอมแฉวิกิลีคส์เปิดเผยว่าพวกเขาจะเผยแพร่ข้อมูลอีเมลที่ได้จากรัฐบาลตุรกีในช่วงปี 2553 – 2559 เร็วขึ้นเพื่อตอบโต้หลังรัฐบาลแอร์โดอัน ฉวยโอกาสปราบฝ่ายตรงข้ามหลังรัฐประหารเหลว ทั้งการจับกุมและปลดข้าราชการ และนักวิชาการ และเรียกร้องประชาชนตุรกีเตรียมเครื่องมือทะลวงการเซ็นเซอร์ของรัฐบาล

21 ก.ค. 2559 เว็บไซต์วิกิลีคส์ประกาศว่าจะเผยแพร่ข้อความและไฟล์ที่ส่งผ่านอีเมลล์ 294,546 ฉบับ ที่ติดต่อกับประธานาธิบดี เรเซป ไทยิป แอร์โดอัน หัวหน้าพรรคยุติธรรมและการพัฒนา หรือ เอเคพี หลังจากที่เมื่อไม่นานมีนี้เกิดเหตุรัฐประหารนองเลือดในตุรกีส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 200 ราย

องค์กรจอมแฉวิกิลีคส์เปิดเผยว่าพวกเขาได้รับข้อมูลอีเมลทั้งหมดของแอร์โดอันตั้งแต่ช่วงปี 2553 จนถึงวันที่ 6 ก.ค. 2559 ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นอีเมลที่เกี่ยวกับการทำข้อตกลงในระดับโลกมากกว่าจะเป็นเรื่องกิจการภายในที่อ่อนไหว อีกทั้งวิกิลีคส์ยังได้รับอีเมลรั่วไหลเหล่านี้หนึ่งสัปดาห์ก่อนหน้าที่จะเกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 16 ก.ค. ที่ผ่านมา และยืนยันว่าข้อมูลที่รั่วไหลดังกล่าวไม่มีเรื่องใดที่เกี่ยวข้องกับการพยายามทำรัฐประหารที่ผ่านมาหรือเรื่องที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเลย

อย่างไรก็ตามที่วิกิลีคส์ระบุว่าพวกเขาต้องการจะเผยแพร่เรื่องนี้เร็วขึ้นเพื่อโต้ตอบกับสถานการณ์ที่แอร์โดอันกำลังพยายามล้างบางผู้ที่ต่อต้านตัวเขาหลังการรัฐประหารที่ผ่านมาล้มเหลว ก่อนหน้านี้วิกิลีคส์ยังระบุเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลตุรกีอาจจะพยายามเซ็นเซอร์การเผยแพร่ข้อมูลเหล่านี้ ทำให้วิกิลีคส์แนะนำให้ประชาชนชาวตุรกีเตรียมโปรแกรมทะลุทะลวงการเซ็นเซอร์ของรัฐบาลให้พร้อม

หลังจากประกาศในเรื่องนี้วิกิลีคส์ก็อ้างว่าระบบโครงสร้างเว็บไซต์ของพวกเขา “ถูกโจมตีในระดับที่สามารถรับมือได้” โดยระบุว่าพวกเขาไม่ทราบแหล่งที่มาว่าการโจมตีมาจากแหล่งไหนแต่พวกเขาประเมินว่าการที่ถูกโจมตีในเวลานี้อาจจะมาจากฝ่ายที่ดำรงอำนาจอยู่ในตุรกีหรือพรรคพวกของรัฐบาล

 

เรียบเรียงจาก

Turkey: WikiLeaks releases thousands of AKP emails, Aljazeera, 20-07-2016 http://www.aljazeera.com/news/2016/07/turkey-wikileaks-releases-thousands-akp-emails-160719204637732.html

 


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

จับตาทะเลจีนใต้! เมื่อจีนใช้กลยุทธ์ “ไม้อ่อน-ไม้แข็ง” หลังคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศ

แต่นักวิเคราะห์มองว่าท่าทีแข็งกร้าวสะท้อนการขาดนโยบายที่ชัดเจนและมีเหตุผลจากการเมืองในประเทศ

หลังจากที่ศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศที่กรุงเฮก มีคำวินิจฉัยปฏิเสธการกล่าวอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนเหนือพื้นที่เกือบสามล้านห้าแสนตารางกิโลเมตรในทะเลจีนใต้ กองทัพจีนได้แสดงท่าทีอย่างแข็งกร้าวมากขึ้น

โดยผู้บัญชาการกองทัพเรือของจีน กล่าวว่า จีนพร้อมจะตอบโต้การคุกคามใดๆ ในทะเลจีนใต้ และการก่อสร้างต่างๆ รอบหมู่เกาะ Spratly จะดำเนินต่อไป รวมทั้งความพยายามใดๆ ที่จะบีบบังคับให้จีนยอมรับแรงกดดันก็จะไม่เป็นผลดี

ส่วนกองทัพอากาศของจีนก็ยืนยันว่า มีการบินซ้อมรบเหนือแนวสันทราย Scarborough Shoal ซึ่งจะเป็นเรื่องปกติต่อไปในอนาคต ทางด้านกองทัพเรือของจีนก็เตือนว่า การส่งเรือออกลาดตระเวนโดยกองทัพต่างประเทศในน่านน้ำซึ่งเป็นกรณีพิพาทนี้อาจนำไปสู่หายนะได้

2016-07-22_191747Chinese ship and helicopter are seen during a search and rescue exercise near Qilian Yu subgroup in the Paracel Islands, which is known in China as Xisha Islands, South China Sea, July 14, 2016.

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการกองทัพเรือของจีนได้กล่าวยกย่องการเยือนโดยผู้บัญชาการกองทัพเรือของสหรัฐฯ และว่าการเยือนดังกล่าวแสดงว่าประเทศทั้งสองเข้าใจถึงความจำเป็น ของการส่งเสริมการสื่อสารทำความเข้าใจเพื่อลดโอกาสความเสี่ยงของการประจันหน้ากัน

อาจารย์ Shao Jianping แห่งมหาวิทยาลัย Honghe มองว่า จีนกำลังพยายามใช้ท่าทีหรือมาตรการทั้งไม้แข็งและไม้นวม

แต่อาจารย์ Wu Fei จากมหาวิทยาลัย Jinan กลับไม่เห็นด้วย และเชื่อว่าการแสดงท่าทีอย่างแข็งกร้าวนี้สะท้อนให้เห็นว่า จีนเองยังไม่มียุทธศาสตร์ที่แน่นอนในเรื่องนี้

ส่วนคุณ Tim Johnston ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียของ Crisis Group ให้ความเห็นว่า ท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนนี้ มีเหตุผลผลักดันจากการเมืองในประเทศอยู่ด้วย เพราะนโยบายปราบคอรัปชั่นและการปฏิรูปเศรษฐกิจของผู้นำจีน มีผลกระทบต่อหลายกลุ่มในประเทศ ดังนั้นผู้นำจีนจึงต้องพยายามรักษากลุ่มชาตินิยมไว้เป็นพันธมิตร โดยอาศัยการแสดงท่าทีอย่างแข็งขันเกี่ยวกับอธิปไตยในทะเลจีนใต้นั่นเอง

2016-07-22_191940South China Sea Territorial Claims

นักวิเคราะห์ของ Crisis Group เชื่อว่า แม้คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ซึ่งปฏิเสธคำกล่าวอ้างของจีนเรื่องอำนาจอธิปไตยในทะเลจีนใต้ จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้กับการต่อสู้ของประเทศที่เป็นคู่พิพาทของจีนก็ตาม

แต่กรณีพิพาทในทะเลจีนใต้นี้ก็เหมือนกับปัญหาการเมืองและประเด็นทางการทูตอื่นๆ ซึ่งความสำเร็จในการแก้ปัญหา มักจะขึ้นอยู่กับความยืดหยุ่นและการผ่อนปรนเป็นสำคัญ

source: – http://www.voathai.com/a/south-china-sea-ct/3426676.html


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ฟังความอีกด้าน เฟตุลเลาะห์ กูเลน อัดรัฐบาลตุรกีจัดฉากรัฐประหาร

ฟังความอีกด้าน เฟตุลเลาะห์ กูเลน อัดรัฐบาลตุรกีจัดฉากรัฐประหาร

Posted: 18 Jul 2016 08:29 PM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ถึงแม้ว่าเรเซป ไทยิบ แอร์โดอัน ประธานาธิบดีของตุรกีจะกล่าวหาว่า ผู้พยายามก่อรัฐประหารเพื่อโค่นล้มเขาเป็นฝ่ายต่อต้านรัฐบาลผู้ที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศชื่อ เฟตุลเลาะห์ กูเลน แต่นักการศาสนาผู้นี้ได้ฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร และโต้ตอบว่ารัฐประหารนี้เป็นการจัดฉากโดยรัฐบาลแอร์โดอัน

18 ก.ค. 2559 เฟตุลเลาะห์ กูเลน เป็นอดีตครูสอนศาสนา นักเขียน และนักเคลื่อนไหวทางการเมืองชาวตุรกีที่ลี้ภัยตัวเองไปอยู่ในเพนซิลเวเนีย สหรัฐฯ เขาให้สัมภาษณ์ต่อนักข่าวไม่กี่คน ณ ที่อยู่ของเขาในเมืองเซย์เลอร์สเบิร์กเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาของเออร์โดกันที่อ้างว่าเขาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการพยายามก่อรัฐประหารและเขาก็ไม่คิดว่าโลกจะเชื่อตามข้อกล่าวหานี้ กูเลนบอกอีกว่ามีความเป็นไปได้ที่การพยายามรัฐประหารในครั้งนี้อาจจะเป็นการจัดฉากของฝ่ายรัฐบาลเพื่อกล่าวหากูเลนและผู้ติดตามของเขา

ก่อนหน้านี้กูเลนเคยเป็นพวกเดียวกับเออร์โดกันมาก่อนจนกระทั่งถึงปี 2556 มีการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชันรัฐบาลเออร์โดกัน เออร์โดกันก็กล่าวหาว่ากูเลนอยู่เบื้องหลังการสืบสวนดังกล่าวทำให้ตอนนี้กูเลนอยู่ในบัญชีรายชื่อของ “ผู้ก่อการร้าย” ที่ต้องการตัวมากที่สุดของตุรกี และตุรกีก็เรียกร้องให้สหรัฐฯ ส่งตัวกูเลนในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนกลับตุรกี ซึ่งจอห์น แครี รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขาให้ความร่วมมือเกี่ยวกับคำถามต่อกูเลนและอยากให้ฝ่ายตุรกีเสนอหลักฐานที่ชอบธรรมในเรื่องนี้เพื่อการพิจารณา

กูเลนยืนยันว่าเขาไม่ชอบวิธีการแทรกแซงทางการทหาร และตัวเขาเองก็เคยต้องทนทุกข์ในช่วงหลังการรัฐประหารราว 20-30 ปีที่แล้ว โดยบอกว่าในยุคนั้นตอนที่เขายังอยู่ในตุรกีเขาถูกกดดันและถูกคุมขัง ถูกจับไต่สวนและเจอกับการคุกคามหลากหลายรูปแบบ กูเลนเชื่อว่าตุรกีดำเนินไปตามหนทางของประชาธิปไตยและไม่สามารถย้อนกลับได้แล้วในตอนนี้

มีคนถามกูยเลนว่าเขาจะกลับประเทศหรือไม่ถ้าหากการรัฐประหารเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาสัมฤทธิ์ผล กูเลนตอบว่า “จริงๆ แล้วผมก็คิดถึงบ้านเกิดผมมาก แต่ก็มีปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งนั่นคือเสรีภาพ ในสถานที่ที่ผมอยู่ในตอนนี้ ผมอยู่ห่างจากปัญหาการเมืองของตุรกีและผมก็มีชีวิตอยู่อย่างมีเสรีภาพ”

เดอะการ์เดียนระบุว่ากูเลนเป็นคนที่ไม่ค่อยปรากฏตัว ครั้งล่าสุดก่อนหน้านี้ที่เขาพูดออกสื่อต่างประเทศคือปี 2557 เขาแทบจะไม่ออกจากที่พักของเขาในศูนย์โกลเดนเจเนอเรชั่นวอร์ชิพแอนด์รีทรีตซึ่งเป็นศูนย์ที่กลุ่มเคลื่อนไหวของเขาใช้สอนศาสนาเลย นอกจากนี้กูเลนยังมีสุขภาพที่ไม่ค่อยดีนัก รอบที่พักของเขายังมีการเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างเข้มงวดหลังจากที่มีเหตุรัฐประหารในตุรกี มีกลุ่มผู้ประท้วงชาวตุรกี-อเมริกันกลุ่มเล็กๆ ประท้วงต่อต้านกูเลน และกล่าวหาว่าสหรัฐฯ พยายามปกป้องกูเลน

อัลป์ อัสลานโดกัน ที่ปรึกษาด้านสื่อของกูเลนและผู้อำนวยการบริหารขบวนการของกูเลนในสาขาสหรัฐฯ กล่าวว่าพวกเขาเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างมากหลังจากที่มีการข่มขู่ใช้ความรุนแรงกับพวกเขาทางโซเชียลมีเดีย อัสลานโดกันตั้งข้อสังเกตอีกว่าการรัฐประหารในตุรกีในครั้งนี้มีการวางแผนได้แย่และปฏิบัติการออกมาได้แย่มากจนดูเหมือนจะเข้าทางเออร์โดกันไปหมด มีคำถามมากมายว่าการพยายามทำรัฐประหารในครั้งนี้มีการปฏิบัติการอย่างไร

การรัฐประหารในเป็นเหตุให้ผู้คนมากกว่า 200 คนเสียชีวิตโดยมีทั้งฝ่ายก่อรัฐประหารและฝ่ายผู้ต่อต้าน หลังการรัฐประหารประสบความล้มเหลว ประธานาธิบดีเออร์โดกันก็ประกาศว่าเขาควบคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดแล้วและจะกำจัด “ไวรัส” ออกจากสถาบันการเมืองในประเทศซึ่งหมายถึงคนที่ต่อต้านเขา มีการกวาดต้อนจับกุมเจ้าหน้าที่ ทหาร ตำรวจ ผู้พิพากษา มากกว่า 7,000 คน หลังจากนั้น รวมถึงมีการสั่งระงับวันลาหยุดพักผ่อนประจำปีของข้าราชการ 3 ล้านคนทั่วประเทศจนกว่าจะมีประกาศใหม่ และสั่งให้ข้าราชการที่กำลังลาพักอยู่ให้กลับมาประจำการโดยทันที

เออร์โดกันยังกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยว่าเขาจะพิจารณานำโทษประหารกลับมาใช้อีกครั้ง ทำให้มีการโต้ตอบจากสหภาพยุโรปซึ่งปรามว่าจะไม่ให้ตุรกีเข้าเป็นสมาชิกภาพยุโรปถ้าหากมีการเสนอโทษประหารอีก นอกจากนี้โยฮันเนส ฮาห์น กรรมาธิการอียูผู้ดำเนินการเจรจาการเข้าร่วมภาคีของตุรกีกล่าวว่ารัฐบาลตุรกีดูเหมือนจะมีลิสต์รายชื่อของผู้คนที่ต้องการจับกุมตัวอยู่ล่วงหน้าก่อนการพยายามก่อรัฐประหารแล้ว

เรียบเรียงจาก

Istanbul deputy mayor shot in the head in city hall, The Independent, 18-07-2016
http://www.independent.co.uk/news/world/europe/turkey-coup-attempt-president-erdogan-istanbul-deputy-mayor-shot-shooting-latest-news-a7142811.html

Fethullah Gülen: Turkey coup may have been ‘staged’ by Erdoğan regime, The Guardian, 16-07-2016
https://www.theguardian.com/world/2016/jul/16/fethullah-gulen-turkey-coup-erdogan

Turkey coup attempt: Police and officials purged, BBC, 18-07-2016
http://www.bbc.com/news/world-europe-36824045
ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Fethullah_G%C3%BClen

 


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศตุรกีถูกควบคุมตัวและตั้งข้อหาก่อรัฐประหาร

อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศตุรกีถูกควบคุมตัวและตั้งข้อหาก่อรัฐประหาร

Posted: 18 Jul 2016 12:27 PM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

สำนักข่าวของตุรกีระบุว่ามีนายพลมากกว่า 112 คนถูกควบคุมตัวและตั้งข้อกล่าวหาว่าทำรัฐประหาร ละเมิดรัฐธรรมนูญ และก่อการร้าย ในจำนวนนี้มี อดีต ผบ.กองทัพอากาศตุรกี ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้นำการรัฐประหารด้วย อย่างไรก็ตามข่าวที่รายงานยังสับสนว่าอดีตนายทหารผู้นี้รับสารภาพหรือไม่ ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอกชน 2 แห่งของตุรกี ระบุว่า อดีต ผบ.กองทัพอากาศปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร

นายทหารระดับสูงที่ถูกควบคุมตัวหลังเหตุรัฐประหารล้มเหลว ในภาพแถวหน้าสุดคนกลางคือ อะคิน ออสเติร์ก อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศตุรกี ซึ่งถูกตั้งข้อหาร่วมก่อรัฐประหาร (ที่มา: สำนักข่าวอะนาโตลู)

19 ก.ค. 2559 หลังรัฐประหารล้มเหลวระหว่างกลางดึกของคืนวันที่ 15 ถึง 16 ก.ค. ที่ตุรกี มีรายงานข่าวล่าสุดที่ยังสับสนอยู่ว่า อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศตุรกี อะคิน ออสเติร์ก และมีตำแหน่งในสภาการทหารสูงสุดกองทัพตุรกี ได้สารภาพว่าวางแผนทำรัฐประหาร ทั้งนี้อ้างจากรายงานข่าวในทวิตเตอร์ของสำนักข่าวอะนาโตลูของตุรกี ระบุว่าอดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศยอมรับว่า “เขาตั้งใจที่จะก่อรัฐประหาร” อย่างไรก็ตามในรายงานของบีบีซี ระบุว่า สถานีโทรทัศน์เอกชน 2 แห่งของตุรกี ยังคงรายงานว่า อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศรายดังกล่าวยังคงปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับเหตุรัฐประหาร “ผมไม่ใช่คนที่วางแผน หรือสั่งการให้มีความพยายามทำรัฐประหาร … ผมไม่ทราบว่าใครทำ”

ตามรายงานของสำนักข่าวอะนาโตลู มีนายพลมากกว่า 112 คน ถูกควบคุมตัวเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับความพยายามทำรัฐประหารเมื่อวันศุกร์ (15 ก.ค.) ที่ผ่านมา โดยนายพล 112 รายนี้ 50 ราย ถูกควบคุมตัวระหว่างพิจารณาคดี ในขณะที่นายพลรายอื่นอยู่ระหว่างสอบสวน

ในรายงานชื่อของนายพลเหล่านี้ มีผู้บัญชาการกองทัพภาคที่ 2 อะเดม ฮูดูติ (Adem Huduti) และ อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศตุรกี อะคิน ออสเติร์ก (Akin Ozturk) ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างถูกสอบสวน

อนึ่งภาพที่สำนักข่าวอะนาโตลู นำมาเผยแพร่ จะเห็นว่า อดีตผู้บัญชาการกองทัพอากาศตุรกี มีบาดแผลบริเวณส่วนใบหู และรอยช้ำที่ศีรษะด้วย

โดยที่รัฐบาลตุรกีตั้งข้อหาหนักแก่นายทหารเหล่านี้ได้แก่ “เป็นสมาชิกองค์กรก่อการร้ายติดอาวุธ” “ฆ่าคนตายโดยเจตนา”  “ละเมิดรัฐธรรมนูญ” “ประทุษร้ายต่อประธานาธิบดี”

ข้อกล่าวหาอื่นประกอบด้วย “พยายามล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง” “เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรก่อการร้ายเฟโต” หรือฝ่ายนิยมเฟตุลเลาะห์ กูเลน นอกจากนี้ยังถูกตั้งข้อหาพยายามล้มเลิกรัฐสภาตุรกี “ด้วยการข่มขู่หรือใช้กำลัง” โดยข้อกล่าวหาทั้งหมดนี้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 ของตุรกี ผู้ถูกตัดสินว่าผิดจะต้องรับโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต

ทั้งนี้ในคืนที่มีความพยายามทำรัฐประหารประธานาธิบดี ไทยิป แอร์โดอัน เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความมั่นคงและพลเรือนเสียชีวิตกว่า 208 รายในกรุงอังการา และนครอิสตันบูล นอกจากนี้มีผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารบาดเจ็บ 1,500 ราย

ภายหลังรัฐประหารล้มเหลว สำนักข่าวอะนาโดลู รายงานเมื่อ 18 ก.ค. โดยอ้างข้อมูลกระทรวงมหาดไทยตุรกีว่า มีเจ้าหน้าที่ถูกปลดจากตำแหน่งแล้ว 8,777 ราย ในจำนวนนี้ประกอบด้วยผู้ว่าราชการ 30 ราย ผู้ตรวจราชการ 52 ราย ที่ปรึกษาทางกฎหมาย 16 ราย ขณะที่มีรัฐบาลของประธานาธิบดีแอร์โดอัน ถือโอกาสกวาดล้างฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองโดยการจับกุมผู้ต้องสงสัยกว่า 6,000 ราย โดยอ้างว่าเกี่ยวข้องกับการรัฐประหาร ในจำนวนนี้รวมทั้งเจ้าหน้าที่ในกองทัพและผู้พิพากษา

รัฐบาลตุรกีกล่าวหาว่า เฟตุลเลาะห์ กูเลน ผู้นำศาสนาที่ปัจจุบันลี้ภัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้ที่ดำเนินการโค่นล้มรัฐบาลผ่านกลุ่มผู้สนับสนุนของเขาในตุรกี ผ่านกองทัพ ตำรวจ และผู้พิากษา และพยายามสร้าง “รัฐคู่ขนาน” ขณะที่กูเลน ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนปฏิเสธข้อกล่าวหาจากรัฐบาลตุรกี และกล่าวหาว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นดูเหมือนเป็นการทำรัฐประหารตัวเอง

 

เรียบเรียงจาก

Turkey coup attempt: Confusion over general’s ‘confession’, BBC, 18 July 2016 http://www.bbc.com/news/world-europe-36829574

112 generals, admirals held over Turkey coup plot, Anadolu Agency, 18 July 2016 http://aa.com.tr/en/turkey/112-generals-admirals-held-over-turkey-coup-plot/610565

Turkey: 102 military personnel remanded over coup bid, Anadolu Agency, 18 July 2016 http://aa.com.tr/en/todays-headlines/turkey-102-military-personnel-remanded-over-coup-bid/610436

Turkish president in contact with German, NATO leaders, Anadolu Agency, 18 July 2016 http://aa.com.tr/en/todays-headlines/turkish-president-in-contact-with-german-nato-leaders/610583

 


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ตุรกีสั่งพักงานตำรวจเกือบ 8,000 คน หลังต้องสงสัยพัวพันเหตุรัฐประหาร

ตุรกีสั่งพักงานตำรวจเกือบ 8,000 คน หลังต้องสงสัยพัวพันเหตุรัฐประหาร

แหล่งข่าวจากทางการตุรกีเปิดเผยว่า มีคำสั่งให้ตำรวจเกือบ 8,000 คนระงับการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว เนื่องจากต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับความพยายามก่อรัฐประหารเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีการควบคุมตัวทหาร ผู้พิพากษา และผู้บัญชาการกองทัพไปรวม 6,000 คนแล้ว

ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ประกาศว่าจะกวาดล้างไวรัสที่แฝงอยู่ตามองค์กรต่าง ๆ ของรัฐ และว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้กวาดล้างกลุ่มคนที่คิดไม่ซื่อ และยังระบุว่าจะรื้อฟื้นโทษประหารชีวิตกลับมาใช้อีกครั้ง หลังตุรกียกเลิกโทษประหารไปเมื่อปี 2004 เพื่อพยายามเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป

อย่างไรก็ตาม นายจอห์น เคอร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศยุโรปที่เบลเยียมว่า สหรัฐฯจะยืนเคียงข้างผู้นำตุรกีที่มาจากการเลือกตั้ง และสนับสนุนการนำตัวผู้ก่อเหตุรัฐประหารมาลงโทษด้วยกระบวนการยุติธรรม แต่ขอเตือนรัฐบาลตุรกีให้ระมัดระวังต่อการกระทำใด ๆ ที่เกินขอบเขตไปจากนั้น

ด้านเจ้าหน้าที่ทหาร 8 นายของตุรกีที่หนีเข้ากรีซทางเฮลิคอปเตอร์ ถูกนำตัวมาขึ้นศาลของกรีซในข้อหาลักลอบเข้าเมืองผิดกฏหมาย และจะมีการพิจารณาคดีในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ โดยทางการตุรกีเรียกร้องให้กรีซส่งมอบนายทหารกลุ่มนี้ให้กับตน

 


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

นายทหารคนสนิทของประธานาธิบดีตุรกีเป็นหนึ่งในผู้ถูกจับกุมฐานพยายามก่อรัฐประหาร

นายทหารคนสนิทของประธานาธิบดีตุรกีเป็นหนึ่งในผู้ถูกจับกุมฐานพยายามก่อรัฐประหาร

ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ผู้นำตุรกี ประกาศว่าจะกวาดล้างไวรัสที่แฝงอยู่ตามองค์กรรัฐซึ่งอยู่เบื้องหลังความพยายามก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา และทางการตุรกีจับกุมผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐประหารไปแล้วกว่า 6,000 คน รวมถึงพันเอกอาลี ยาซิจี นายทหารคนสนิทของประธานาธิบดีแอร์โดอัน ขณะที่ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 290 ราย เมื่อวานนี้ (17 ก.ค.) โดยผู้เสียชีวิตกว่า 100 รายเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐประหาร

ก่อนหน้านี้มีรายงานด้วยว่าเกิดเหตุปะทะระหว่างกองทัพรัฐบาลและกลุ่มทหารกบฏที่ขัดขืนการจับกุม และมีผู้ได้ยินเสียงยิงปืนปะทะกันบริเวณฐานทัพในเมืองคอนยา

เซลิน เกริท ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำนครอิสตันบูล เผยว่าบรรยากาศในตุรกีหลังทหารพยายามก่อรัฐประหารยังเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เนื่องจากมีการจัดพิธีศพแก่ผู้ที่เสียชีวิต และประธานาธิบดีแอร์โดกันถึงกับร้องไห้ขณะเข้าร่วมพิธีศพของนายเอโรล โอลจัก ผู้จัดการโครงการรณรงค์หาเสียงของตน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุเกี่ยวเนื่องกับการรัฐประหาร

นายแอร์โดอันเปรียบกลุ่มผู้ก่อเหตุว่าเป็นเชื้อไวรัสที่กำลังลุกลามไปตามหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ คล้ายกับเชื้อมะเร็ง และว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นของขวัญจากพระเจ้าที่จะเปิดโอกาสให้รัฐบาลได้กวาดล้างกลุ่มคนที่คิดไม่ซื่อ และยังคงย้ำข้อกล่าวหาที่ว่านายเฟตุลลาห์ กูเลน นักการศาสนาและนักวิจารณ์การเมืองซึ่งกำลังลี้ภัยอยู่ในสหรัฐฯ เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความพยายามยึดอำนาจครั้งนี้ ซึ่งเป็นข้อหาที่นายกูเลนปฏิเสธอย่างเด็ดขาด ส่วนฝ่ายวิจารณ์รัฐบาลตุรกีมองว่านี่เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้กวาดล้างฝ่ายต่อต้าน


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน