สหรัฐฯ และอังกฤษ สันนิษฐานว่าเครื่องบินโดยสารรัสเซียอาจถูกวางระเบิด

 

สหรัฐฯ และอังกฤษ สันนิษฐานว่าเครื่องบินโดยสารรัสเซียอาจถูกวางระเบิดก่อนตกที่คาบสมุทรไซนาย

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอังกฤษ เผยข้อสันนิษฐานของหน่วยข่าวกรองว่า เครื่องบินโดยสารของรัสเซียที่ตกแถบคาบสมุทรไซนายเมื่อวันที่ 31 ตุลาคมที่ผ่านมานั้นอาจตกเพราะถูกวางระเบิด แต่ทั้งนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

เครื่องบินแอร์บัส เอ-321 ของสายการบินโคกาลีมาเวีย ที่เดินทางออกจากเมืองตากอากาศชาร์ม เอล-เชค แถบทะเลแดง เพื่อมุ่งหน้าสู่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย หายไปจากจอเรดาร์หลังจากเริ่มออกเดินทางเพียง 23 นาทีขณะบินอยู่ที่ระดับความสูง 9,500 เมตร (31,000 ฟุต) และต่อมาพบซากเครื่องบินลำนี้บริเวณเขตฮาสซานา แถบคาบสมุทรไซนายแล้ว โดยเครื่องบินมีสภาพขาด 2 ท่อน ส่วนหนึ่งมีไฟลุกไหม้ และอีกส่วนชนเข้ากับก้อนหิน

เครื่องบินลำดังกล่าวมีผู้โดยสารและลูกเรือจำนวน 224 คน โดยผู้โดยสารทั้งหมดเป็นชาวรัสเซีย สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าขณะนี้พบร่างผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 100 ศพ

นายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธหลังการประชุมคณะกรรมการจัดการวิกฤตการณ์ของรัฐบาล ว่า มีความเป็นไปได้ยิ่งที่สาเหตุการตกของเครื่องบินนี้มาจากระเบิดที่อยู่บนเครื่อง

นายแฮมมอนด์กล่าวด้วยว่ารัฐบาลเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือพลเมืองอังกฤษที่อยู่ที่นั่นในการอพยพออกมาหากมีสถานการณ์ที่ต้องใช้มาตรการความปลอดภัยพิเศษ และอังกฤษได้สั่งระงับเที่ยวบินทุกเที่ยวที่จะเดินทางไปและกลับจากเมืองตากอากาศชาร์ม เอล-เชค ซึ่งเป็นต้นทางของเครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุอย่างไม่มีกำหนด

ก่อนหน้านี้ นายเดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เปิดเผยว่าอังกฤษได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการบินไปประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยที่ชาร์ม เอล-เชค

แต่นายซาเมห์ ชุกรี รัฐมนตรีต่างประเทศอียิปต์ บอกว่าการส่งทีมผู้เชี่ยวชาญของอังกฤษเป็นเรื่องเร็วเกินไป เขาบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า อียิปต์ได้ใช้ “มาตรการพิเศษ” ในการเพิ่มความปลอดภัยที่สนามบิน ชาร์ม เอล-เชคแล้ว และอียิปต์ปฏิเสธคำกล่าวอ้างของกลุ่มนักรบจิฮัดซึ่งใกล้ชิดกับกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) ที่ว่าเป็นปฏิบัติการของพวกเขา

ส่วนทางด้านผู้เชี่ยวชาญของรัสเซียกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปเช่นนั้น
ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ผู้ไม่ประสงค์จะไม่เปิดเผยนาม บอกกับสำนักข่าวเอพีว่า หลังสกัดข้อมูลจากการสื่อสารการบินออกมาได้พวกเขาได้ “ข้อสรุปเบื้องต้น” ว่ากลุ่มที่สัมพันธ์กับไอเอสที่อยู่ในคาบสมุทรไซนายได้วางระเบิดไว้บนเครื่องบินลำดังกล่าว และเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อีกคนหนึ่ง กล่าวว่า “มีความเป็นไปได้อย่างสูงที่จะเป็นการวางระเบิด”

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทั้งสองย้ำว่าขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการวิเคราะห์หลักฐานทางนิติเวช รวมถึงบันทึกการสื่อสารการบิน

สำนักข่าวอเมริกันรายงานเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า ดาวเทียมของกองทัพได้ตรวจจับ “ประกายแสงวาบจากความร้อน” เหนือคาบสมุทรไซนายขณะที่เครื่องบินตกและกำลังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ว่า ประกายแสงจากความร้อนที่ตรวจพบนี้อาจเกิดจากระเบิด ถังเชื้อเพลิงหรือเครื่องยนต์ระเบิดก็เป็นได้

โหดมาก! มาเลย์ยืนยันศพถูกฝังในแท่งคอนกรีต เป็นร่างของรองอธิบดีอัยการ สอบคดีนายก!

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจมาเลเซียได้ยืนยันว่า ศพที่ถูกฝังในแท่งคอนกรีต เป็นร่างของรองอธิบดีอัยการแผนกสืบสวนจริง และกำลังตรวจสอบการตายปริศนาครั้งนี้อยู่ ขณะที่ตำรวจแดนเสือเหลืองปัดว่าคดีนี้ไม่เกี่ยวกับคดีฉาวทุจริตกองทุน ที่มีการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวนายกฯมาเลเซีย

รายงานระบุว่า ตำรวจได้ดำเนินการพิสูจน์ดีเอ็นเอของศพดังกล่าว ก่อนจะยืนยันว่า เป็นร่างของนายแอนโธนี่ เควิน โมเรียส รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีสืบสวนและการอุทธรณ์ ภายหลังมีการพบแท่งคอนกรีตดังกล่าว 3 วันก่อน และว่า ขณะนี้กำลังมีการสาเหตุการเสียชีวิตของนายแอนโธนี่โดยยังไม่มีการยืนยันประเด็นการตายของเขา และศพของเขาจะถูกส่งให้แก่ครอบครัวของเขาต่อไป

 



โดยก่อนหน้านี้ นายแอนโธนี่ วัย 55 ปี ได้หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 4 ก.ย.เขาถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายขณะออกจากคอนโดมิเนียม ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อไปทำงาน และถึงขณะนี้มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย 7 รายมาสอบสวนคดีโหดนี้ โดยตำรวจได้พบแท่งคอนกรีตดังกล่าว หลังจากหนึ่งในผู้ต้องสงสัยได้พาตำรวจไปยังจุดเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน ตำรวจมาเลเซีย ยังได้ร่วมมือกับสำนักงานดับเพลิงและกู้ภัย รวมทั้งกระทรวงป้องกันภัยพลเรือน เพื่อพยายามค้นหาตำแหน่งของหลักฐานที่เชื่อว่าถูกทิ้งลงแม่น้ำไป โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่า “ทีมดำน้ำจากสำนักงานยังคงทำงานเพื่อค้นหาหลักฐานในบริเวณจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวแรง”

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ตำรวจได้ปฏิเสธว่าคดีฆาตกรรมโหดนี้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวโยงกับคดีทุจริตเงินกองทุนรัฐ ซึ่งนายแอนโธนี่ ได้ทำหน้าที่ในทีมเฉพาะกิจพิเศษเพื่อสอบสวนคดีการฟอกเงินในกองทุนเพื่อการพัฒนา หรือ “1MDB” ของมาเลเซีย โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่สืบสวนที่ตรวจสอบ 1MDB ได้เผยว่า มีเงินเกือบ 700 ล้านดอลลาร์ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของ นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ซึ่งเขาได้ปฏิเสธว่า ไม่ได้รับเงินจากกองทุน”1MDB”แต่อย่างใด

www_7487 www_7488 www_7489

source :- http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1442726805

 

น่าเป็นห่วงแค่ไหนที่ตลาดหุ้นจีนร่วง?

น่าเป็นห่วงแค่ไหนที่ตลาดหุ้นจีนร่วง?

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นจีนดิ่งลงไปเกือบ 9% ขณะที่ตลาดหุ้นที่อื่นในเอเชีย มีการเทขายเป็นจำนวนมาก ส่วนตลาดหุ้นในประเทศอื่นทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบและปรับตัวลดลงเช่นกัน นับเป็นสัปดาห์ที่ย่ำแย่สำหรับนักลงทุน สถานการณ์ในวันนี้ (24 ส.ค.) ก็ดูไม่สดใส ตลาดหุ้นจีนร่วงไป 8.5% ตอนปิดตลาด

ดังเคิน เวลดอน ผู้สื่อข่าวรายการนิวส์ไนท์ ของบีบีซี ชี้ว่าตลาดหุ้นจีนที่ตกลงมาอย่างฮวบฮาบนั้นเป็นเพราะว่ารัฐบาลจีนไม่ได้ออกนโยบายใด ๆ เข้ามาแทรกแซงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งอาจมองได้สองอย่าง อย่างแรกเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งว่ารัฐบาลหมดหนทาง ซึ่งจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลอย่างยิ่ง หรืออาจมองได้ว่าเป็นเรื่องดี เพราะรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการปฏิรูปตลาดจึงหยุดการแทรกแซง เนื่องจากที่ผ่านมา หากหุ้นตกลงรุนแรง รัฐบาลมักจะสั่งห้ามนักลงทุนสถาบันเทขายหุ้น หรือไม่ก็ใช้วิธีลดอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่ว่าจะมองแบบไหน ก็ไม่ใช่ข่าวดีทั้งนั้นสำหรับนักลงทุนที่มีหุ้นจีนอยู่ในมือ ซึ่งต้องพึ่งการตัดสินใจของนักการเมืองจีนเวลาต้องการใช้สิทธิในการขายหุ้น

ผู้สื่อข่าวบอกว่าไม่ควรตื่นตระหนกจนเกินไปถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา หากตลาดหุ้นจีนดิ่งเหวแบบฉุดไม่อยู่ เพราะตลาดเงินในจีนนั้นยังไม่ได้เปิดกว้างมากนัก จึงน่าจะช่วยลดผลกระทบระหว่างประเทศได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ควรพึงระวังมากกว่าคือการชะลอตัวด้านเศรษฐกิจในขั้นรุนแรงและผลกระทบจากการชะลอตัวนี้ต่อตลาดนอกประเทศ นักวิเคราะห์หลายคนอาจมองหาปัจจัยที่จะทำให้เกิดสถานการณ์แบบวิกฤตการเงินโลก 2551 แต่ผู้สื่อข่าวเห็นว่า สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมือนกับตอนที่เกิดวิกฤตปี 2551 โดยเขาเห็นว่าตอนนี้เป็นช่วงการปรับตัวด้านโครงสร้างของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ดังนั้นในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้านี้ การเติบโตและกำไรจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่จะลดน้อยลง

ประเด็นที่สำคัญคือในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจของประเทศตลาดเกิดใหม่มีสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจโลกและกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลกถึง 80% รายได้ของบริษัทตะวันตกรายใหญ่ ๆ มาจากยอดขายสินค้าที่เพิ่มมากขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา ดังนั้นการชะลอตัวจะกระทบต่อกำไรของบริษัทเหล่านั้น รวมทั้งบริษัทที่อยู่ในตลาดหุ้นชาติตะวันตกด้วย และราคาหุ้นที่ร่วงลงจะทำให้บริษัทดังกล่าวขยับขยายหาเงินสำหรับการลงทุนได้ยากขึ้น นอกจากนั้นการส่งออกที่ลดลงจะชะลอการเติบโตทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตกด้วย

แต่ผลกระทบดังกล่าวนี้อาจไม่รุนแรง เพราะสินค้าโภคภัณฑ์มีราคาถูกลง ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการชะลอตัวของตลาดเกิดใหม่ที่ฉุดให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง เช่น ราคาน้ำมัน ทองแดงและสินค้าอื่น ๆ และราคาน้ำมันที่ถูกลงนี้จะเอื้อให้คนมีเงินมากขึ้นและช่วยคงอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับที่ต่ำยาวนานขึ้น

ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องคือ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจและสกุลเงินในเอเชียที่อ่อนค่าลง อาจจะทำให้เศรษฐกิจของชาติตะวันตกหดตัว นี่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่น่าจับตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการการชะลอตัวด้านเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ หากกินเวลาเนิ่นนาน ก็จะส่งผลกระทบที่หนักหน่วงต่อเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตามผู้สื่อข่าวยังเห็นว่า สถานการณ์ในตอนนี้ไม่เหมือนกับสถานการณ์ช่วงวิกฤตการเงินโลก 2551 แต่เป็นกระบวนการปรับโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจโลก

 

สุดระทึก โสมแดงขีดเส้นตายถล่มอีกวันนี้ “ปืนใหญ่-ภาคอากาศ” นิวเคลียร์จ่อประชิดพรมแดน!

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลังเกิดสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ภายหลังเกาหลีเหนือได้ยิงปืนใหญ่โจมตีข้ามพรมแดนเกาหลีใต้ และประกาศพร้อมทำสงครามหากเกาหลีใต้ไม่ยอมเคลื่อนย้ายลำโพงกระจายเสียงโฆษณาชวนเชื่อออกไปจากพรมแดนเขตปลอดทหาร

ล่าสุดแหล่งข่าวใกล้ชิดกับคิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เปิดเผยว่าเกาหลีเหนือพร้อมจะทำ “สงครามนิวเคลียร์” หากเกาหลีใต้ไม่ยอมเคลื่อนย้ายลำโพงดังกล่าว

โดยนายคิม มยอง โชล เจ้าหน้าที่ศูนย์สันติภาพเกาหลีเหนือ-สหรัฐ บอกว่า หากลำโพงของเกาหลีใต้ยังตั้งอยู่จนถึงเวลา 17.00 น.ของวันเสาร์นี้ เกาหลีเหนือจะโจมตีด้วยปืนใหญ่ รวมทั้งการโจมตีจากอากาศ และการโจมตีภาคพื้นดิน ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของปฏิกิริยาของฝ่ายเกาหลีใต้ และสหรัฐ และอาจกลายเป็นสงครามนิวเคลียร์ได้ ขณะที่นายบัค เซ็ง จู รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้กล่าวว่า ทหารของเกาหลีเหนืออาจจะยิงปืนใหญ่ถล่มลำโพงเกาหลีใต้ 11 ตัวที่ตั้งประจำอยู่ในเขตปลอดทหาร

www_3626


รายงานระบุว่า ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ได้อ้างว่า ฝ่ายเกาหลีเหนือได้วางกับระเบิดบริเวณแนวเดินลาดตระเวณในเขตปลอดทหาร ทำให้ทหารเกาหลีใต้ 2 นายบาดเจ็บสาหัส ในช่วงต้นเดือนนี้

ขณะที่นายฟิลิป ยุน ผู้อำนวยการบริหารกองทุนสนับสนุนการปลดอาวุธนิวเคลียร์บอกว่า ฝ่ายเกาหลีเหนือมักจะวิตกจริตอยู่เสมอ และสถานการณ์ขณะนี้ถือว่าใกล้เคียงต่อภาวะสงครามมาก แม้ว่าฝ่ายเกาหลีใต้และสหรัฐจะไม่ต้องการทำสงครามก็ตาม ส่วนผู้เชี่ยวชาญระบุว่า เกาหลีเหนือมักจะอ่อนไหวกับการโฆษณาชวนเชื่อของฝั่งเกาหลีใต้มาก ซึ่งที่ผ่านมา เกาหลีใต้มักใช้วิธีนำบอลลูนขึ้นฟ้าและให้นักกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลเปียงยางปล่อยใบปลิวแฉพฤติกรรมของรัฐบาลและผู้นำเกาหลีเหนือ 

 

source :- http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1440217953

 

ระทึกเส้นตายขู่ยิงอีกเสาร์นี้ แหล่งข่าวโสมใต้เผย โสมเหนือเคลื่อนจรวดสกั๊ดมารอแล้ว

วันที่ 21 ส.ค. เอเอฟพีรายงานความคืบหน้าสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีระอุขึ้นอีกครั้งว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือสั่งการให้กำลังทหารแนวหน้าติดชายแดนเกาหลีใต้เตรียมเข้าสู่ภาวะสงคราม ในการประชุมคณะกรรมาธิการกลางทหารระดับสูงที่นายคิมเป็นประธาน โดยสั่งให้ทหารเตรียมพร้อมตั้งแต่เวลา 17.00 น.ของวันที่ 21 ส.ค. รวมถึงประกาศว่าจะโจมตีเกาหลีใต้ต่อเนื่องภายในเวลา 17.00 น. วันที่ 22 ส.ค. หากเกาหลีใต้ไม่ยกลำโพงกระจายเสียงการประกาศโฆษณาชวนเชื่อออกจากบริเวณชายแดนที่หันหน้ามาทางเกาหลีเหนือ

www_3566
ด้านสำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้อ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลว่า จากการสอดแนมของสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้ พบความเคลื่อนไหวฝั่งเกาหลีเหนือ มีพาหนะติดตั้งขีปนาวุธสกั๊ด พิสัยใกล้ และขีปนาวุธโรดอง พิสัยกลางเข้ามาเตรียมไว้ แต่ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมยังไม่ยืนยันรายงานชิ้นนี้
ขณะเดียวกันประธานาธิบดีปาร์ก กึนเฮ ผู้นำเกาหลีใต้ สั่งการหลังประชุมฉุกเฉินกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้กองทัพตรึงกำลังและเตรียมความพร้อมสูงสุด เพื่อรับมือหากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงไม่คาดคิด และกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้แถลงตอบโต้การข่มขู่ของเกาหลีเหนือ ว่าจะเดินหน้าเปิดลำโพงกระจายเสียงต่อต้านเกาหลีเหนือต่อไป
ความขัดแย้งในศึกสายเลือดครั้งนี้เริ่มมีการใช้อาวุธตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. เมื่อเกาหลีเหนือยิงจรวดเข้ามาใส่ฝั่งเกาหลีใต้ เพราะไม่พอใจที่เกาหลีใต้หวนใช้มาตรการตั้งลำโพงกระจายเสียงใกล้เขตปลอดทหาร อันเป็นการตอบโต้ที่ทหารเกาหลีใต้เหยียบกับระเบิดที่เกาหลีเหนือวางไว้ นอกจากนี้เกาหลีใต้ยิงปืนใหญ่ตอบโต้และสั่งอพยพชาวบ้านออกจากบริเวณเสี่ยงแล้ว

source :- http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1440173864

 

สลดนักโบราณคดีอายุ 82 ถูกไอเอสจับตัดคอ เสียบประจานกลางเมือง

www_3345

บีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า กองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ก่อเหตุสังหารนายคาห์ล อัสซาด อายุ 82 ปี นักโบราณคดีชาวซีเรียผู้ดูแลซากโบราณสถานยุคโรมัน เมืองพัลไมรา ที่มีอายุมากกว่าพันปี ด้วยการตัดศีรษะเสียชีวิต จากนั้นถ่ายรูปเผยแพร่ออนไลน์

นายมามูน อับดุลคาริม ผู้อำนวยการฝ่ายโบราณสถานของประเทศซีเรีย เปิดเผยว่า นายอัสซาดทำงานที่เมืองพัลไมรา มานานกว่า 50 ปี ถูกจับเป็นตัวประกันหลังกลุ่มไอเอสเข้ายึดเมือง ก่อนถูกฆ่าในเวลาต่อมา ครอบครัวของนายอัสซาดเปิดเผยว่า หลังจากไอเอสตัดศีรษะนายอัสซาดแล้วยังนำร่างไปแขวนไว้บนเสาที่จตุรัสของเมือง และเขียนป้ายกำกับกล่าวหาว่านายอัสซาดเป็นผู้ภักดีกับประเทศซีเรีย เพราะเป็นตัวแทนของซีเรียไปประชุมที่ต่างประเทศกับพวกนอกรีต และยังระบุว่านายอัสซาดเป็นผู้อำนวยการฝ่ายโบราณสถานและโบราณวัตถุของพัลไมรา ซึ่งติดต่อกับภายนอก

“คิดดูเถิดว่านักวิชาการที่ทำงานเพื่อประวัติศาสตร์และสถานที่แห่งนั้น กลับต้องมาถูกตัดหัว อาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่เมืองพัลไมราเป็นเหมือนคำสาปและลางร้าย ในเสาทุกๆ ต้น และโบราณวัตถุทุกๆ ชิ้น” นายอับดุลคาริมกล่าว
ทั้งนี้ นายอัสซาดเป็นหัวหน้าของฝ่ายโบราณสถานผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญมากที่สุดคนหนึ่ง ของเมืองพัลไมรา ซึ่งโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลางที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

เมืองพัลไมราถูกกลุ่มไอเอสยึดครองเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ก่อให้เกิดความวิตกจากนานาชาติเกี่ยวกับชะตากรรมของอารยธรรมทางประวัติศาสตร์ แม้ว่าโบราณสถานส่วนใหญ่ของเมืองนี้ยังไม่ถูกทำลาย แต่โบราณวัตถุที่หลงเหลือในเมืองก็ถูกไอเอสทำลายไปแล้ว

นายกฯญี่ปุ่นแถลงเสียใจต่อความเสียหายจากสงคราม

นายกฯญี่ปุ่นแถลงเสียใจต่อความเสียหายจากสงคราม แต่ย้ำคนรุ่นหลังไม่ควรต้องขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น กล่าวในแถลงการณ์ครบรอบ 70 ปีการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง โดยยอมรับว่า ญี่ปุ่นได้ทำให้เกิดความเสียหายและทุกข์ทรมานอย่างประมาณมิได้ต่อประชาชนผู้ บริสุทธิ์ในช่วงสงคราม แต่คนญี่ปุ่นรุ่นหลังก็ไม่ควรจะต้องแบกรับภาระในเรื่องการขออภัยซ้ำแล้วซ้ำ เล่า

นอกจากนี้ นายอาเบะยังระบุว่า เขาขอไว้อาลัยให้กับเหยื่อสงครามโลกครั้งที่สองทุกคน และให้คำมั่นว่าญี่ปุ่นจะไม่ก่อสงครามอีก ทั้งยังกล่าวแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อสตรีทุกคนที่ “ถูกหยามเกียรติ” ในระหว่างช่วงสงครามด้วย

ส่วนที่ฮ่องกง กลุ่มผู้ประท้วงรวมตัวกันที่หน้าสถานกงสุลญี่ปุ่นเพื่อต่อต้านการฟื้นฟู สถานะทางทหารของญี่ปุ่น ทั้งยังมีชาวจีนสูงอายุร่วมจัดการประท้วงกรณีที่พวกตนเคยถูกกองทัพญี่ปุ่น ที่เข้ายึดครองช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง บังคับให้ถือครองเงินเยนของกองทัพญี่ปุ่น ซึ่งปัจจุบันไม่มีมูลค่าใดๆ โดยคนกลุ่มนี้ซึ่งมีอยู่กว่า 3,500 ครอบครัวอ้างว่า ต้องการแลกเงินเหล่านี้เป็นเงินตราที่ใช้ได้ในปัจจุบัน ซึ่งรวมกันแล้วมีมูลค่ากว่า 500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ แต่ศาลในกรุงโตเกียวได้ปฏิเสธคำขอดังกล่าวเมื่อปี 1999

ตุรกีสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน

ตุรกีสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน

สำนักข่าวอนาโตเลียของทางการตุรกีรายงานว่า ประธานาธิบดีเรเจป ทายยิบ เออร์โดอัน ของตุรกี กล่าวแสดงความสนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียน ในการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายเออร์โดอัน ซึ่งขณะนั้นอยู่ระหว่างการเยือนอินโดนีเซียอย่างเป็นทางการกล่าวว่า ทั้งอินโดนีเซียและตุรกีต่างก็เป็นสมาชิกกลุ่ม G20 เช่นเดียวกัน ทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็กำลังทวีความสำคัญขึ้นอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก ตุรกีจึงเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับความร่วมมือกับภูมิภาคนี้ และต้องการเข้าเป็นสมาชิกของอาเซียนด้วย

สำหรับการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 48 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 1-3 ส.ค. นี้ ตุรกีได้ส่งนายเมฟลุต คาวูโซกลู รัฐมนตรีต่างประเทศของตนเข้าร่วมด้วย

 

ฝรั่งเศสเตือนอย่าหวังปาฎิหาริย์ ชี้ไขปริศนา MH370 จากซากชิ้นส่วนเท่าที่พบได้ยาก

ฝรั่งเศสเตือนอย่าหวังปาฎิหาริย์ ชี้ไขปริศนา MH370 จากซากชิ้นส่วนเท่าที่พบได้ยาก

เจ้าหน้าที่ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สืบสวนของฝรั่งเศสที่กรุงปารีสในวันนี้ ก่อนที่การตรวจสอบชิ้นส่วนปีกเครื่องบินที่พบที่เกาะรียูเนียน ซึ่งเชื่อว่าเป็นของเที่ยวบิน MH370 จะเริ่มขึ้นในวันพุธ ที่ห้องแล็บของกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสในเมืองตูลูส

การประชุมดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกำหนดทิศทางในการสืบสวนหาข้อเท็จจริง กรณีการสูญหายของ MH370 หลังจากนี้ โดยนายฌอง พอล ตรัวเดค อดีตหัวหน้าหน่วยงานด้านการบินพลเรือนของฝรั่งเศสระบุว่า ไม่ควรคาดหวังว่าจะมีปาฎิหาริย์เกิดขึ้น เพราะเป็นไปได้ยากที่จะสามารถไขปริศนาของเที่ยวบิน MH370 ได้จากชิ้นส่วนปีกที่พบ ซึ่งมีความกว้างเพียง 2 ตารางเมตรเท่านั้น

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์ เลอ มงด์ ของฝรั่งเศสรายงานด้วยว่า จะมีการตรวจสอบกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง ซึ่งพบอยู่ใกล้กับชิ้นส่วนปีกดังกล่าวบนชายหาดเกาะรียูเนียนด้วย โดยห้องแล็บแห่งหนึ่งในกรุงปารีสจะเป็นผู้ตรวจสอบ

 

เขตเศรษฐกิจพิเศษจีนในลาว เมืองสวรรค์ของธุรกิจสีเทา?

เขตเศรษฐกิจพิเศษจีนในลาว เมืองสวรรค์ของธุรกิจสีเทา?

ที่เมืองต้นผึ้ง ริมฝั่งแม่น้ำโขงของแขวงบ่อแก้วในลาว เป็นที่ตั้งของ “เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ” พื้นที่กว่าหนึ่งหมื่นตารางเมตร ซึ่งลงทุนก่อสร้างโดยจีน ภายในมีทั้งคาสิโน ภัตตาคาร สถานบันเทิงต่างๆ ซึ่งเป็นเสมือนชุมชนจีนน้อยๆ นอกประเทศจีน ที่บรรดานักท่องเที่ยวจากแผ่นดินใหญ่สามารถเข้ามาหาความบันเทิงและทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามในประเทศของตนได้

“นักพนันจีนนี่เป็นสุดยอดนักพนันกลุ่มนึงของโลก เล่นติดต่อกันทั้งวันหรือสองวันก็ได้ โดยไม่ขยับไปไหนเลย” พนักงานที่กาสิโน คิงส์ โรมันส์ ซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวหลักของเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้ บอกกับผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ บ่อนการพนันเป็นสิ่งผิดกฏหมายในจีน แต่ที่นี่กลับเป็นสิ่งที่รัฐบาลลาวใช้ในการดึงดูดเม็ดเงินเข้าประเทศ จากเพื่อนบ้านชาติมหาอำนาจ

เขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งนี้เป็นเสมือนดินแดนจีนอีกแห่งหนึ่ง ภาษาที่ใช้สื่อสารกันคือจีนกลางและจีนท้องถิ่นอื่นๆ เงินตราที่ใช้กันทั่วไปคือเงินหยวน แม้แต่แรงงานที่มาทำงานในพื้นที่ก็เป็นแรงงานจีนและแรงงานอพยพจากเมียนมาร์ มีชาวลาวเพียงไม่กี่คนที่ทำงานในที่แห่งนี้

อย่างไรก็ตาม เงินรายได้ที่ลาวได้รับ จากการให้จีนเช่าพื้นที่เปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นระยะเวลา 99 ปีนี้ ต้องแลกมากับการที่พื้นที่ดังกล่าว กลายเป็นสวรรค์ของธุรกิจสีเทา โดยกาสิโนได้กลายเป็นแหล่งฟอกเงินของมาเฟียจีนและแก๊งอาชญากรรมท้องถิ่น โดยอาศัยช่องว่างที่ในลาวไม่มีการบังคับใช้กฏหมายต่อต้านการฟอกเงินอย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ธุรกิจการค้าประเวณีก็พบได้ทั่วไปตามท้องถนนและร้านอาบอบนวดหลายแห่งของเมือง รวมทั้งการซื้อขายสัตว์ป่าผิดกฏหมายก็พบได้ทั่วไป โดยตามภัตตาคารต่างๆ มีรายการอาหารอย่าง เนื้อเสือผัดฉ่า อุ้งตีนหมี และตัวนิ่มเป็นๆ เสนอขายกันอย่างเปิดเผย บางแห่งถึงกับมีลูกหมีและงูเหลือมใส่กรงไว้ให้ลูกค้าเลือกสั่งทำอาหารกินสดๆได้ทันที

เด็บบี้ แบงคส์ เจ้าหน้าที่จากองค์กรตรวจสอบสิ่งแวดล้อม (Environmental Investigation Agency – EIA) ระบุว่า นักธุรกิจและผู้บริโภคจีนกำลังอาศัยช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมายในลาวที่หย่อนยาน แสวงประโยชน์จากการทำธุรกิจสีเทา แต่ทั้งนี้ รัฐบาลลาวไม่ควรทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และเปิดโอกาสให้กิจกรรมผิดกฏหมายที่เกิดขึ้นดำเนินต่อไป