มองด้านเสื่อมของ Full Moon Thailand

za_xx1323

Full+Moon+Parties+In+Thailand+TTyC1PWFg_fl (1)

images (1)

3537748370_8d6ed58b14

Koh Phangan Full Moon Party dates dance music

DSC03953

FullMoonPartyKohPhanganFebruary2007-12 (1)

SNF3116A--_1664244a

DSC03943

1385179146-1-o

ALeqM5iqrwdeXPb5k-SlgkuHT5-DuBkVIw

fullmoon party 3

Full+Moon+Parties+In+Thailand+9XqcE2IG7ril

FullMoonParty05

Day 3 091

images

140102115350-gringo-trails-still-1-full-moon-party-horizontal-gallery (1)

378682-full-moon-party

full-moon-party

Day 3 090

FMP3-Shaul-Schwarz-Getty-Images-

dsc01934

SNF3116E_1664243a

ฟูลมูนปาร์ตี้ เป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไร้ความเป็นอารยะแบบหนึ่ง ซึ่งเชิดหน้าชูตาประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง ฟูลมูนปาร์ตี้ คืออะไร? จะอธิบายง่ายๆให้เห็นภาพก็คือ การจัดงานรื่นเริง เปิดเพลงเสียงดังคับหาด ให้คนมากินเหล้า เมาหยำเป แล้วกิจกรรมเสื่อมๆ อย่างอื่นก็จะตามมา แล้วแต่เบื้องลึกของกมลสันดานคนที่มาท่องเที่ยว จะนำพาไป ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด เซ็กส์เพื่อความสนุกชั่วคืน ทะเลาะเบาะแว้ง อาชญากรรม แต่ด้วยผลประโยชน์มหาศาลจากเม็ดเงินท่องเที่ยว นับวันจึงยิ่งมีการฉายภาพ นำเสนอความน่าตื่นตาตื่นใจของ ฟูลมูนปาร์ตี้ แบบปากต่อปาก หรือจนกระทั่งสร้างคลิปวีีดีโอ อันหน้าตื่นตาตื่นใจ เพื่อการประชาสัมพันธ์ โดยเบื้องหลังเกิดจากกลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ทั้งมากและน้อย ไม่ว่าจะเป็นบรรดาบริษัทเหล้าเบียร์เครื่องดื่มมึนเมา ร้านค้า หน่วยงานรัฐบาล ต่างร่วมมือกัน โหมและกระตุ้นให้กระแสฟูลมูนปาร์ตี้ แพร่กระจายไปทั่ว จนทั่วโลกได้รับรู้แล้วว่า ถ้าอยากเมา อยากมั่วเซ็กส์ อยากมั่วยา อยากมันส์หลุดโลก ต้องมาที่ ฟูลมูนปาร์ตี้ ประเทศไทย

ฟูลมูนปาร์ตี้

จริงอยู่ประเทศไทยยังมีความจำเป็นในการหารายได้เข้าประเทศจากธุรกิจการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่การส่งออกลดลง เช่น ในขณะนี้ยังมีความจำเป็น
ประเทศไทยเป็นเมืองท่องเที่ยว มีรายได้จากการท่องเที่ยว แต่คงไม่ได้ว่าความว่าเราจะยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เรายกย่องบูชาแทบจะกราบไหว้ ให้มาทำอะไรตามอำเภอใจ ประเทศไทยเรามีศิลปะแลัววัฒนธรรมที่แสดงความเป็นอารยะ ที่ฝรั่งทั่วโลกแอบอิจฉาเงียบๆ แต่น่าเสียดายการท่องเที่ยวแบบนี้ มันทำกำไรได้น้อย มันไม่เหมือนกันขายเหล้ายาปลาปิ้ง หรือขายเนื้อสด มันทำกำไรเยอะกว่า ผู้บริหารประเทศก็เลยต้องปล่อยให้มันเลยตามเลย หารู้ไม่ว่า เม็ดเงินที่ได้รับเข้ามาจากการท่องเที่ยวแบบเสื่อมๆ มันไม่คุ้มเลยกับความเสียหาย ที่จะต้องไปเยียวยาในภายหลัง ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาสังคม ปัญหายาเสพติด ปัญหาเด็กและเยาวชน ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปัญหาอาชญกรรม และ อื่นๆอีกมากมาย

ประเทศไทยจะต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลบางที่อาจมากกว่ารายได้ ซึ่งเกิดจากการท่องเที่ยวด้วยซ้ำไป เพื่อที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้

ดังนั้น เราควรจะลดความสำคัญของการเที่ยวประเภท 3S คือ Sun Sound และ Sex ให้ลดลง และหมดไปในที่สุดให้ได้ แม้ว่าจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในรูปแบบนี้ แต่ก็จำเป็นต้องทำ โดยมีการให้ความเข้าใจ เพื่อการเตรียมตัวปรับปรุงเปลี่ยนแปลง

ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐบาลที่กำลังดำเนินการปฏิรูปประเทศอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีศักยภาพพอที่จะดำเนินการแก้ไข และวางมาตรการป้องกันมิให้ปัญหาเกิดขึ้นอีก ซึ่งมีแนวทางดังนี้

1. กำหนดแนวทางการพัฒนาธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยใหม่ เน้นการท่องเที่ยวแบบอารยะ สร้างสรรค์ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
2. ศิปลปะและวัฒนธรรมของชาติ คือจุดแข็ง และจุดขายที่จะต้องส่งเสริม ผลักดัน ไม่ใช่การขาย เหล้า ยา เซ็กส์ เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจกับเอกชน โดยเฉพาะพวกบริษัทเหล้านี่แหละตัวดี
3. ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติให้กลับคืนสู่สภาพเดิม โดยการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างที่บุกรุกพื้นที่สาธารณะ เช่น ชายหาด และภูเขา อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
4. ควบคุมและปราบปรามสถานบันเทิงที่มีพฤติกรรมส่อเค้าทำลายวัฒนธรรม และประเพณีอันดีงามของชาติเพื่อเอาใจลูกค้าประเภทสุขนิยม และแสวงหาความสุขจากเนื้อหนัง รวมไปถึงการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่มีการแสดงโชว์ลามกอนาจาร และมีการนำยาเสพติดมาเกี่ยวข้องด้วย

แน่นอนว่าการปฏิรูปการท่องเที่ยวแบบนี้ย่อมต้องมีผลกระทบกันผู้ประกอบการอยู่ไม่น้อย แต่เป็นสิ่งจำเป็น และสามารถทำได้อย่างเป็นขั้นตอน และให้เวลาปรับเปลี่ยนเตรียมรับมือ ถึงแม้ว่าในช่วงแรกรายได้จากการท่องเที่ยวจะลดลง แต่เมื่อเทียบกับรายจ่ายในการแก้ไขป้องกันปัญหาอันเกิดจากนักท่องเที่ยวโดยรวมแล้ว น่าจะคุ้มกันหรือมีกำไรด้วยซ้ำ

รายได้เราอาจจะลดลงในช่วงแรก แต่เชื่อเถอะว่า เรากำลังเปลี่ยนกลุ่มลูกค้าใหม่ เราจะเลิกบริการพวกไร้ความเป็นอารยะ เราจะต้อนรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ ที่แสวงหาศิลปะวัฒนธรรม ความดีงาม นักท่องเที่ยวที่ชื่นชมนิยมความเป็นอารยะ ความงดงามแห่งศิลปวัฒนธรรมก็จะหลั่งไหลเข้า แทนนักท่องเที่ยวประเภท มาเฟีย อาชญกรข้ามชาติ ฟอกเงิน ค้ายา ค้ามนุษย์ หรือพวกชอบซื้อบริการทางเพศกับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย

อยากให้คุณลองคิดดูง่ายๆว่า มีคนแปลกหน้ามาเยี่ยมบ้านคุณมากมาย แล้วคุณจะยอมทิ้งให้ลูกหลานและเยาวชนของคุณ ได้พบปะเสวนา กับคนกลุ่มไหน ???? มันคือผลที่จะเกิดขึ้นตามมากับอนาคตลูกหลานของเราทั้งนั้น

แต่ในระยะยาวเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวประเภทแสวงหาความสุขจากการเที่ยวชมความงามของธรรมชาติ เรียนรู้ประเพณีวัฒนธรรมก็จะเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการท่องเที่ยวเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพอาจเข้ามาแทนทัวร์แบบสุขนิยมได้ในที่สุด

หวังว่ารัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่แสดงเจตนาดีในการปรับปรุงประเทศในหลายๆ ด้าน จะได้ให้ความสำคัญในด้านการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีกสักด้าน

สองพลโทเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี112 กับ “สุลักษณ์ ศิวรักษ์”

สองพลโทเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดี112 กับ “สุลักษณ์ ศิวรักษ์” ชี้หมิ่นสมเด็จพระนเรศวร??? มันจะบ้ากันไปใหญ่ละ!!

พลโท ผดุง นิเวศวรรณ และ พลโท พิทยา วิมะลิน เข้าแจ้งความให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีกับ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปัญญาชนอาวุโส ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีที่นายสุลักษณ์ ได้ร่วมอภิปรายหัวข้อ “ประวัติศาสตร์ว่าด้วยการชำระและการสร้าง” ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดโดยคณะสภาหน้าโดม เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยผู้แจ้งความเห็นว่าในการอภิปรายดังกล่าว นายสุลักษณ์ ได้กล่าวหมิ่นฯ อดีตพระมหากษัตริย์ คือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยกล่าวว่า การทรงกระทำยุทธหัตถี ไม่มีจริงและมีอีกหลายถ้อยคำ ที่เข้าข่าย “หมิ่นเบื้องสูง”

โฆษกทบ. แจง สห.หญิง โพสต์ภาพตัวเองโป๊ ในFB ว่า ตนใกล้ตัว กลั่นแกลัง

โฆษกทบ. แจง สห.หญิง โพสต์ภาพตัวเองโป๊ ในFB ว่า ตนใกล้ตัว กลั่นแกลัง

พันเอกวินธัย. สุวารี โฆษกกองทัพบก ชี้แจงถึงกรณี คลิปอ้าง สารวัตรทหารหญิงโพสต์ภาพโป้ เปิดหน้าอก แชร์ใน FB ว่า ผู้บังคับหน่วย กำลังตรวจสอบ หารายละเอียดอยู่

“เบื้องต้นมองได้ว่าคนใกล้ตัวอาจกลั่นแกล้ง คงเป็นรูปส่วนตัวที่เจ้าตัวเก็บไว้ เชื่อว่าคงไม่มีเจตนาที่จะเผยแพร่”
อย่างไรก็ตาม ผู้บังคับบัญชา จะได้สอบหาข้อเท็จจริงก่อน และเตรียมการเกี่ยวกับเรื่องทางวินัยหากพบว่ามีเจตนาทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ องค์กร แต่ขณะนี้ ไม่อยากให้นำไปขยายต่อกันอีก เพราะต้องคำนึงถึงผู้ที่เสียหายด้วย และมิใช่ภาพปกติ ทั้งนี้เชื่อว่าทางผู้บังคับบัญชา คงต้องไปดำเนินการตามแนวทางที่เหมาะสมต่อไป

รองประธาน ส.อ.ท. หวัง รัฐบาลเร่งปฏิรูปคน การศึกษา ชี้ แรงงานไทยอ่อนภาษา

y_2954

รองประธาน ส.อ.ท. หวัง รัฐบาลเร่งปฏิรูปคน การศึกษา ชี้ แรงงานไทยอ่อนภาษา ไม่พร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 58
นายเจน นำชัยศิริ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในงานสัมมนา “จริงแน่หรือแค่ฝัน เศรษฐกิจไทยก้าวไกลหลังการปฏิรูป” ว่า กรอบระยะเวลาเพียง 12 เดือน ตามแผนโรดแมปของรัฐบาลที่วางไว้ แม้จะทำงานเต็มขีดความสามารถ แต่เชื่อว่าจะได้เพียงการขึ้นโครงร่างของการปฏิรูป ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว พร้อมมองว่าไทยควรกำหนดทิศทางการเดินหน้าในการปฏิรูป ซึ่งสิ่งที่หวังในการปฏิรูปมากที่สุด คือ การปฏิรูปคน และการศึกษา เนื่องจากเห็นว่า ในปี 2558 ที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC แต่กลับพบว่าขณะนี้ไทยยังไม่มีแผนพัฒนาและรองรับความต้องการดังกล่าว รวมทั้งแรงงานไทยยังไม่พร้อมเข้าสู่ AEC ไม่มีความพร้อมด้านภาษาอังกฤษ โดยมองว่า ประชาชนควรทำตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางใด แต่ขอให้เชื่อว่าทุกสิ่งจะต้องดีขึ้นในอนาคต และขอย้ำว่าการเมืองที่มีความขัดแย้งกันในปีนี้ ไม่ได้ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม เพราะโรงงานอุตสาหกรรมเปิดทำงานตามปกติ ไม่ได้ลดกำลังการผลิต แต่ไม่ทราบถึงเหตุผลว่า ทำไมการส่งออกของประเทศไทยกลับลดลง ซึ่งตรงนี้อาจมาจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน หรือการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมของประเทศไทยไม่ตรงตามรสนิยมตลาดโลก หรือว่าเทคโนโลยีการผลิตของไทย ที่เน้นใช้แรงงานเป็นหลัก อาจถึงเวลาต้องเปลี่ยนแปลง

นัดชุมนุมวันที่ 8 ตุลา 57 นี้ โดยไม่ปิดถนน เพราะสงสารประชาชนที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย

y_2517

นัดชุมนุมวันที่ 8 ตุลา 57 นี้ โดยไม่ปิดถนน เพราะสงสารประชาชนที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย..ไอ้เหี้ย..ทีสมัย นายกฯปู ทำไมมึงไม่คิดอย่างนี้..

….ประชุมภาคีเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน 16 จังหวัดภาคใต้

ณ ห้องประชุม อบจ.นครศรีธรรมราช
มีมติดังนี้….

1.รัฐบาลต้องหามาตรการที่ทำไห้ยางพารา มีราคา กิโลกรัมละ 80บาท โดยเร่งด่วน

2.ต้องมีการปฎิรูปยางพาราทั้งระบบ ซึ่งทางภาคีเครือข่ายฯจะจัดประชุม เพื่อรับความคิดเห็นจากชาวสวนยางทุกจังหวัดในภาคใต้
และจะร่วมร่าง พรบ.ยางพาราไทย ฉบับชาวสวนยาง เสนอต่อรัฐบาลและสภาปฎิรูปแห่งชาติ

วันนี้เป็นการแถลงผ่านสื่อมวลชน ขี้เกียจไปยืนหนังสือแล้ว เพราะ ที่ผ่านมายืนหาย ยื่นหาย.

“ทางภาคีเครือข่ายจึงขอนัด พี่น้องชาวสวนยางในภาคใต้มาประชุมใหญ่อีกครั้ง เพื่อฟังคำตอบจากรัฐบาล และ ร่วมกันเสวนาในหัวข้อ”ใครคือผู้ร้ายตัวจริงที่ทำไห้ยางพาราตกต่ำ”ในวันที่ 8 ตุลาคม 2557 เวลา 09.00น. ณ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช
เป็นการชำแหละข้อมูลและเปิดเผยความจริง ก่อนปฎิรูปยางพาราไทย อยากรู้ว่าใครโกง ตัวใหญ่หรือตัวเล็ก เชิญพี่น้องมาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ไม่ต้องแยกสี แยกฝ่าย มาได้หมด….คับ
จึงเรียนมาเพื่อทราบ