วัดทั่วประเทศเตรียมขึ้นป้ายหนุนมติ มส.ตั้งสังฆราช

องค์กรเครือข่ายชาวพุทธ ประสาน สนพ. วัดทั่วประเทศติดป้ายสนับสนุนมติ มส.เสนอ “สมเด็จช่วง”เป็นสังฆราช พร้อมส่งไปรษณียบัตรถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ด้านสภานิสิต มจร.ออกแถลงการณ์แทนมายื่นถึง มส. เหตุมีทหารตำรวจดูแลความเรียบร้อยรอบพื้นที่ประชุม มส. วันจันทร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 18:40 น.

วันนี้(29 ก.พ.)ผศ.ดร.เสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา(สนพ.)กล่าวว่า สนพ.ได้รับการประสานจากเครือข่ายองค์กรพระพุทธศาสนาในการรณรงค์ให้แต่ละวัดทั่วประเทศติดป้ายสนับสนุนมติมส.ในการเสนอรายชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วงวรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อทูลเกล้าฯ เป็นสมเด็จพระสังฆราชขณะเดียวกันจะมีการรณรงค์ไปยังพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศให้มีการส่งไปรษณียบัตรสนับสนุนมติมส.ดังกล่าวไปยัง สำนักนายกรัฐมนตรีด้วย

พระปลัดนนท์  กิตฺติปญฺโญ ประธานสภานิสิตมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) กล่าวว่าได้ออกแถลงการณ์ในนามสภานิสิต มจร. ปีการศึกษา2559  ระบุว่าหลังจากการที่พระมหาเถระแสดงออกซึ่งสังฆสามัคคี  กล่าวถึงความสามัคคีขององค์กรปกครองสูงสุดคือ มส.  ทั้งฝ่ายธรรมยุตและฝ่ายมหานิกาย  มิได้แตกแยก  อีกทั้งท่านยังย้ำไปถึงรัฐบาลว่าควรให้เกียรติต่อคณะสงฆ์  ทางสภานิสิตมจร.เองก็จะนิ่งนอนใจต่อเรื่องความสามัคคีในหมู่คณะมิได้ ทั้งต้องให้ความเคารพต่อพระมหาเถระ  การแสดงออกด้วยพลังบริสุทธิ์โดยพร้อมเพรียงกันจึงต้องตั้งอยู่ในธรรม     ไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อม ที่เรียกว่า  อปริหานิยธรรมดังนั้นระหว่างนี้สภานิสิตมจร.จะยังจับตาดูถึงปฏิกิริยาของทางคณะรัฐบาลว่าจะแสดงออกถึงความเชื่อมั่นต่อมส.และองค์กรภาคีต่างๆอย่างไร

“การที่ออกแถลงการณ์ดังกล่าวเพื่อแสดงความเคารพต่อพระมหาเถระ และมส. ที่ยืนยันถึงความสามัคคีของคณะสงฆ์เนื่องจากในการประชุมมสในวันที่ 29 ก.พ.ทางสภานิสิตมจร.เตรียมที่จะไปยื่นหนังสือต่อมส.เพื่อแสดงความเคารพ และแสดงความเชื่อมั่นต่อมติมส. แต่เนื่องจากมีผู้ใหญ่ประสานมาว่ายังไม่อยากให้เคลื่อนไหวอีกทั้งยังทราบมาว่าในการประชุมมส.มีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจมาคอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณ โดยรอบการประชุมมส.ด้วยทางสภานิสิตมจร.จึงต้องออกเป็นแถลงการณ์แทนอย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวหลังจากนี้จะเป็นการเคลื่อนไหวในเชิงสร้างสรรค์เช่นการจัดเสวนาทางวิชาการ โดยจะมีการจัดกิจกรรมยังวิทยาเขตที่มีความพร้อม”ประธานสภานิสิตมจร.กล่าว

 

Source ;- http://www.dailynews.co.th/education/382837

 

“ร.ต.ท.”เจ้าของสำนวน”จ่านิว”สิ้นลมคาโรงพัก ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา04.00 น.ร.ต.ท.แสงเพชร ศิริบรูณ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี และเป็นเจ้าของคดีนายสิรวิชญ์หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ พร้อมพวกอีก10 คน ได้เสียชีวิตในภายในสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี โดยไม่ทราบสาเหตุ จากการตรวจเบื้องต้นทราบว่าเวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่เลิกงาน ร.ต.ท.นพพร เกิดโพคา พนักงานประจำห้องวิทยุ เดินขึ้นไปเรียกร.ต.ท.แสงเพชร ที่ขึ้นไปนอนพักบนชั้น2 แต่ไม่มีการตอบรับและพบว่าเสียชีวตแล้ว จึงนำส่งชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช เบื้องต้นผู้บังคับบัญชาได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามจะทราบผลชันสูตรในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. นี้

2016-02-16_193105 2016-02-16_193131

source : pic : FB Voicetv, & http://www.matichon.co.th/news/40925

 

 

คลิปนาทีปะทะเดือดชาวเลหาดราไวย์ ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 27 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชายฉกรรจ์กว่า 100 คน พร้อมอาวุธไม้ หนังสติ๊ก และก้อนหินเข้าปะทะกับกลุ่มชาวอุรักละโว้ย หรือชาวไทยใหม่ หาดราไวย์ หมู่ 2 ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต ที่มีทั้งผู้สูงอายุ เด็ก และสตรี ที่พยายามขัดขวางไม่ให้มีการปิดกั้นเส้นทางตามที่มีการอ้างกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นเส้นทางเดียวกันที่ชาวบ้านใช้เป็นเส้นทางเข้าไปยังที่จอดเรือและสถานที่ประกอบพิธีกรรม (บาลัย) ของชาวเล ก่อนที่จะมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่ทหารกองทัพเรือภาคที่ 3 เข้ายุติความขัดแย้ง ผลจากการปะทะทำให้ฝ่ายชาวเลได้รับบาดเจ็บหลายราย บางรายศีรษะแตกและมีรอยฟกช้ำตามร่างกายเนื่องจากมีการใช้ก้อนหินขว้างปา มีการใช้ไม้เป็นอาวุธทุบตีให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่

นอกจากนี้ยังมีการใช้รถแบ๊กโฮยกก้อนหินขนาดใหญ่ปิดเส้นทางเข้าออก และกลุ่มชายฉกรรจ์ยังทำลายสิ่งปลูกสร้าง กระท่อมที่พัก และลอบดักปลาของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่อ้างกรรมสิทธิ์จนได้รับความเสียหาย
เบื้องต้น พ.ต.อ.นพดล ถิรประวัติ ผกก.สภ.ฉลอง ร.อ.สมภพ คำคนา หัวหน้าชุดรักษาความสงบที่ 13 ทัพเรือภาคที่ 3 พร้อมด้วยนายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เข้าพูดคุยกับชาวบ้านและนายชาตรี หมาดสตูล ผู้รับมอบอำนาจของบริษัทบารอน โดยผู้รับมอบอำนาจยืนยันต้องปิดกั้นเส้นทางเนื่องจากทางบริษัทต้องการทำประโยชน์ตามเอกสารสิทธิ และที่ผ่านมาอะลุ่มอล่วยให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์มานาน และเจ้าของที่ดินก็พยายามพูดคุยปัญหาดังกล่าวผ่านที่ประชุมของคณะกรรมการจังหวัดแล้วหลายครั้ง แต่ชาวบ้านก็ไม่ยอม ทั้งนี้ล่าสุดมีรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้จังหวัดดำเนินการแก้ปัญหาให้ได้ข้อยุติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกรณีปัญหาความขัดแย้งดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้ว 3 ครั้ง ก่อนหน้านี้มีการปะทะมาแล้ว 2 ครั้งก่อนเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2558 และล่าสุดวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมาอีกครั้ง
ทางด้านนายนิรันดร หยังปาน ผู้แทนกรรมการชุมชน หมู่ 2 ตำบลราไวย์ กล่าวว่า ถูกรังแก นายทุนเอาที่ดินสาธารณประโยชน์ของชาวบ้าน ออกโฉนดทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมากถึงประมาณ 2,000 คน ถ้ารัฐบาลไม่ช่วยพื้นที่ชาวเลในภูเก็ตจะไม่มีอีกต่อไป

 

 

source :- http://www.matichon.co.th/news/16200

 

โฆษกศาลรับหญิงอาละวาดกรมขนส่งเป็นผู้พิพากษาจริง – ป่วยทางจิต

 โฆษกศาลยุติธรรม ยอมรับหญิงอาละวาดกรมการขนส่งเป็นผู้พิพากษาจริง แต่มีอาการป่วยทางจิตมานานกว่า 2 ปี ไม่ได้รับยา – เตรียมตั้งกรรมการสอบสวน

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ หญิงอ้างตัวเป็นผู้พิพากษา อาละวาดที่กรมขนส่งทางบก เขตจตุจักร โดยแสดงอาการไม่พอใจ หลังเข้าไปทำธุระที่กรมฯ แต่ปรากฏว่ารถยนต์ของตัวเองถูกใบสั่ง เนื่องจากจอดขวางทางหน้าอาคาร กลายเป็นคลิปที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์หนาหูในสังคมออนไลน์ พร้อมทั้งมีการเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบและปลดข้าราชการหญิงคนดังกล่าวออกเสีย

ล่าสุด นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานศาลยุติธรรม ได้ทำหนังสือไปยังศาลอุทธรณ์ เพื่อขอตัวนางสาวชิดชนก แผ่นสุวรรณ ผู้พิพากษาประจำศาลยุติธรรมฯ กลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่ศาลยุติธรรม พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวน หลังก่อเหตุอาละวาดภายในกรมการขนส่งทางบก เนื่องจากไม่พอใจที่ถูกเขียนใบสั่งกรณีจอดรถกีดขวางทางจราจร

โฆษกศาลยุติธรรม ยอมรับว่า นางสาวชิดชนก มีอาการป่วยทางจิต และเข้ารับการรักษามาต่อเนื่อง 2 ปีแล้ว โดยสำนักงานศาลยุติธรรม โยกย้ายให้ไปให้ทำงานธุรการ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับงานด้านคดีความ ซึ่งที่ผ่านมายังไม่บกพร่องต่อหน้าที่ และเป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน

ส่วนสาเหตุที่เกิดอาละวาดในครั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่า นางสาวชิดชนก ไม่ได้รับประทานยา และอาจเกิดความเครียด ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังถูกสวมป้ายทะเบียนรถยนต์

สำหรับความผิดที่คาดว่า นางสาวชิดชนก จะได้รับ ไม่เกี่ยวข้องกับโทษทางวินัย แต่เกี่ยวเป็นกรณีหย่อนความสามารถ ซึ่งมีโทษ คือออกจากราชการโดยยังได้รับบำเหน็จบำนาญ

ทั้งนี้ยังมีรายงานว่า ผู้พิพากษาหญิงคนนี้ เคยตกเป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2556 หลังก่อเหตุปาข้าวกล่องไข่เจียวใส่รถประจำตำแหน่งของ พล.ต.ท. คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือ บิ๊กแจ๊ด พร้อมทั้งขับรถชนแผงกั้นเหล็ก เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 รวมทั้งยังมีกรณีจอดรถขวางถนนพหลโยธินขาออก ใกล้ตลาดยิ่งเจริญ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2555 จนเป็นเหตุให้การจราจรติดขัดอีกด้วย

source:- http://news.voicetv.co.th/thailand/315291.html

 

ดีเอสไอเข้าตรวจสอบรถหรูที่วัดปากน้ำ

ดีเอสไอเข้าตรวจสอบรถหรูที่วัดปากน้ำ
กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าตรวจสอบรถหรูที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ/รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ นำทีมโดยนายดำเกิง จินดาหรา (ไวยาวัจกร) เป็นตัวแทนวัดปากน้ำมอบเอกสาร พร้อมชี้แจงรายละเอียด
นายดำเกิงเผยว่า รถทั้ง 3 เป็นรถจดประกอบ ที่มีคนนำมาบริจาคให้กับทางวัด ซึ่งขณะนี้มีชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ หรือสมเด็จช่วงเป็นเจ้าของ และหากว่าทางดีเอสไอตรวจสอบแล้วพบว่าผิดจริง ทางวัดก็พร้อมที่จะให้ดำเนินการตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ยื่นหนังสือถึงพ.ต.ท.ไพศิษฐ์ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ )เพื่อเร่งรัดการสืบสวนสอบสวนการครอบครองรถยนต์หรูของสมเด็จช่วง โดยพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เปิดเผยว่า คดีรถหรูเลี่ยงภาษีที่ดีเอสไอตรวจสอบได้แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีราคาเกิน 4 ล้านขึ้นไป จำนวน 5,000 คัน และอีกกลุ่มคือ ราคาต่ำกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งจำนวนนี้มีรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์รวมอยู่ด้วย
การแต่งตั้งพระสังฆราชองค์ใหม่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการนำเสนอชื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ซึ่งมีทั้งผู้ต้านและสนับสนุน โดยกลุ่มผู้คัดค้านให้เหตุผลไปในทางเดียวกันว่า ไม่ต้องการให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุด ขึ้นดำรงตำแหน่งพระสังฆราช โดยให้เหตุผลว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความของวัดธรรมกายที่ต้องมีการพิสูจน์ข้อเท็จจริงอีกเป็นจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม มหาเถรสมาคมได้มีมติเสนอชื่อเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่แล้ว เมื่อวันที่ 5 ม.ค. และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้ส่งมติให้กับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อยื่นให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่าจะมีการหารือกับสำนักงานพศ. และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อพิจารณาปัญหาข้อขัดแย้ง ก่อนนำเสนอนายกรัฐมนตรีพร้อมทั้งยืนยันว่าจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส

สายการแพทย์ก็มีประชาธิปไตยนะ

สายการแพทย์ก็มีประชาธิปไตยนะ

ในนี้มีคนที่ได้ทุน กยส.มีคนที่พี่ชายเลิกยาเสพติดจากผลที่รัฐบาลนายกทักษิณปราบปรามอย่างหนัก และมีคนที่สมัยเรียนมีเงินจับจ่ายจากเศรษฐกิจในตอนนั้นเฟื่องฟู เค้าไม่เคยเล่าให้ดาวฟัง มารู้ตอนวิ่งมาขอปฏิทิน. ดาวถามว่าชอบท่านเหรอ ชอบจริงหรือเอาใจพี่ดาว เค้าบอกชอบค่ะ พร้อมเล่าให้ฟัง ตอนเล่าน้ำตาคลอๆด้วยนะ เค้าเล่าถึงพี่ชายที่เลิกยาได้ บ้านเค้าดีใจที่สุด ทุนที่ได้ไม่เท่าได้พี่ชายกลับคืน

คนแอบรักท่านมีอีกเยอะ ไม่ใช่เพราะเป็นชินวัตร แต่เพราะสิ่งที่ท่านทำ ประชาชนอย่างพวกเค้าลืมตาอ้าปากได้ เพราะสิ่งที่จับต้องได้ ไม่ใช่ดีแต่พูด ใครจะว่าโกงอย่างไร ผิดอย่างไร ไม่ใช่ไม่สน แต่เราศึกษาหาข้อมูลมาวิเคราะห์ ไม่ใช่ฟังๆมาแล้วก็เป่านกหวีดตามเพื่อนค่ะ

ทั้งชีวิตเราดูแล? กทม.ส่งหน่วยเท้าเปล่าจับเสา CCTV เผยยังไม่พบไฟรั่ว

ทั้งชีวิตเราดูแล? กทม.ส่งหน่วยเท้าเปล่าจับเสา CCTV เผยยังไม่พบไฟรั่ว

Posted: 12 Jan 2016 08:06 AM PST

หลังจากกรณีเมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เกิดเหตุชายเร่ร่อนถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตข้างเสากล้องวงจรปิด(กล้องซีซีทีวี)ของ กทม. ที่บริเวณปากซอยพหลโยธิน 47 ถ.พหลโยธิน ล่าสุด(12 ม.ค.59) Spring News รายงานว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานคร ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว พร้อมระบุ รู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่มีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุกระแสไฟฟ้ารั่วในพื้นที่ กทม. โดยได้สั่งการให้สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) ตรวจสอบกล้องซีซีทีวีและเสาทั่วทุกพื้นที่ กทม.ที่มีอยู่ทั้งหมดแล้ว

ทั้งนี้ ในส่วนของการเยียวยาผู้เสียชีวิตนั้น กทม.จะประสานทางตำรวจเพื่อติดต่อญาติ เพื่อเข้าสู่กระบวนการดังกล่าวต่อไป และหากพบว่า มีสาเหตุจากการติดตั้งกล้องวงจรปิดจริง ผู้รับเหมาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด เนื่องจากยังอยู่ในระยะประกัน
วันเดียวกัน คมชัดลึกออนไลน์ รายงานด้วยว่า นายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ ผู้อำนวยการ สจส. กล่าวว่า ภายหลังที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  สั่งการให้ สจส.ประสานไปยังบริษัทที่รับจ้างติดตั้งกล้องซีซีทีวีให้ กทม. ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบเสาที่ติดตั้งกล้องซีซีทีวีทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ที่มีอยู่มากกว่า 10,000 เสา และติดตั้งกล้องกว่า 50,000 ตัว ว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ โดยใช้วิธีไม่สวมรองเท้า ใช้เท้าแตะพื้นดิน แล้วเอามือจับที่เสาไฟ เบื้องต้น ยังไม่พบเสาใดมีกระแสไฟรั่ว ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาตรวจสอบการรั่วของกระแสไฟฟ้าที่เสากล้องซีซีทีวีทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ประมาณ 2 วัน จากนั้นเจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบว่าอยู่ในมาตรฐานหรือไม่ โดยในส่วนนี้ต้องใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 2 สัปดาห์ จึงสามารถสรุปผลได้
นายทวีศักดิ์ กล่าวด้วยว่า กรณีที่พนักงานการไฟฟ้านครหลวง บางเขน ระบุว่า บริษัทรับจ้างติดตั้งกล้องซีซีทีวีให้ กทม.ต่อสายไฟผิดระบบ เป็นเหตุให้เกิดไฟรั่วนั้น ปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหากระแสไฟฟ้ารั่วหรือขัดข้อง มีทั้งปัจจัยภายนอกและภายใน โดยปกติแล้วการติดตั้งเสาจะได้รับการตรวจสอบจากการไฟฟ้านครหลวงทุกครั้ง ก่อนมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าจริง ทั้งนี้ หากการติดตั้งสายไฟ หรืออุปกรณ์ไม่เรียบร้อย ไม่ได้มาตรฐาน การไฟฟ้าจะไม่ปล่อยกระแสไฟฟ้าให้ สำหรับเสาที่เกิดเหตุ ขณะนี้ยังสรุปไม่ได้ว่าไฟฟ้ารั่วจากจุดใด และยังไม่ทราบว่าสายไฟขาดหรือชำรุดในส่วนใด จึงต้องตรวจสอบโดยละเอียด อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์รวมถึงสายไฟที่บริษัทผู้รับจ้างนำมาติดตั้งนั้นได้มาตรฐานทุกชิ้น และมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 5 – 20 ปี

ด่วน! ส.ชาวสวนยาง 16 จว.ใต้ แถลงการณ์ 5 ข้อ ไม่รับเจรจาตัวแทน ก.เกษตร ลั่นชุมนุมใหญ่

เมื่อวันที่ 10 มกราคม นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และผู้ประสานงานแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยาง เปิดเผยว่า หลังจากแนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยางได้ประกาศเขตประสบภัยพิบัติราคายางพาราตกต่ำ จนได้รับการแก้ไขปัญหาในระดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันราคายางพารายังคงตกต่ำอย่างหนัก แนวร่วมกู้ชีพชาวสวนยางจึงได้ออกแถลงการณ์ ลงวันที่ 10 มกราคม 2559 รวม 5 ข้อคือ

1.ให้รัฐบาลเร่งดำเนินโครงการสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรชาวสวนยางอย่างเร่งด่วน
2.ให้รัฐบาลยุติการขายยางพาราในสต๊อก 3.6 แสนตัน โดยประกาศให้เป็น Dead Stock และใช้มาตรา 44 เพื่อบังคับให้มีการใช้ยางในประเทศต่อไป
3.ให้การยางแห่งประเทศไทยขับเคลื่อนโดยเกษตรกรมีส่วนร่วมมากที่สุด เพื่อให้ พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย เป็นเครื่องมือและกลไกในการปฏิรูปยางพาราทั้งระบบ โดยให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (บอร์ดการยาง) ทันทีเมื่อเปิดประชุมคณะรัฐมนตรี และเร่งสรรหาผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทยให้เร็วที่สุด
4.มีมติสนับสนุนและเข้าร่วมกิจกรรมกับทุกเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางทั่วประเทศในการต่อสู้เพื่อเกษตรกรชาวสวนยาง และมีมติเข้าร่วมประชุมแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางภาคใต้ที่ จ.ตรัง ในวันที่ 12 มกราคม 2559 โดยมีข้อเสนอต่อที่ประชุม “เรียกร้องราคายางที่กิโลกรัมละ 60 บาท หากรัฐบาลทำไม่ได้ พร้อมจัดชุมนุมใหญ่”
5.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนการทำงานของที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยฯนายอำนวย ปะติเส และผู้ช่วยรัฐมนตรี นางจินตนา ชัยยวรรณาการ เพราะไม่มีความสามารถและสร้างความแตกแยกให้เกษตรกรชาวสวนยาง

 

source :- http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1452409853

 

ไล่”ดีเจเก่ง”พ้นคลื่นวิทยุ89.5เมกะเฮิรตซ์

อธิการบดี มทร.ธัญบุรีไล่ออกดีเจเก่งพ้นหน้าปัดวิทยุ ชี้มีพฤติกรรมก้าวร้าวไม่เหมาะสม ขับรถชนคู่กรณีบนถนน

กรณีโลกออนไลน์แชร์คลิปวิดีโอจาก เฟซบุ๊กของ”Body-boy Sawangarom”นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ หรือดีเจเก่ง ซึ่งเป็นดีเจประจำคลื่น แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวบนท้องถนน ด้วยการขับรถกระบะส่วนตัวถอยหลังชนรถเก๋งคันคู่กรณี บริเวณถนนมิตรไมตรี ทางเข้าสนามกีฬาไทยญี่ปุ่นดินแดงอย่างรุนแรง จนมีผู้ถ่ายคลิปวิดีโอเหตุการณ์เอาไว้ได้

ขณะที่ดีเจหนุ่มยังอ้างหลังจากเกิดเหตุด้วยว่า ถูกรถเก๋งคันคู่กรณีพุ่งชนท้ายและพยายามลงมาจะทำร้าย ทั้งที่ภาพเหตุการณ์ที่วันทึกไว้ได้ขัดกับคำพูดของดีเจหนุ่ม

นายประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกคำสั่งให้นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ ออกจากการปฏิบัติหน้าที่ดีเจ คลื่น 89.5 เมกะเฮิรตซ์ วิทยุราชมงคลธัญบุรี

“รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากนายภัทรศักดิ์มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เพราะคลื่น 89.5 เมกะเฮิรตซ์ เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานทางการศึกษา”นายประเสริฐ กล่าว

 

ตำรวจกว่า 2 กองร้อย เตรียมลลาย สั่งล็อคผู้นำแรงงาน หลังเจรจาไกล่เกลี่ยเหลว

กระทรวงแรงงานป่วน เจรจาเหลว ปลัดกระทรวงฯแจ้งความจับผู้ชุมนุม ประธานสหภาพซันโค โกเซฯถูกล็อค พร้อมชาลี ลอยสูง รองประธาน คสรท. เสริมกำลังกว่า 2 กองร้อย เตรียมสลายคนงาน

วันที่ 6 มกราคม 2559 เวลา 02.00 น. สหภาพแรงงานซันโคโกเซ ประเทศไทย พาสมาชิกกว่าห้าร้อยคน เดินทางจากจังหวัดระยองมากระทรวงแรงงาน เพื่อมาขออาศัยพื้นที่กระทรวงแรงงานชุมนุม เนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2558 บริษัทซันโคโกเซ ประเทศไทย จำกัด ใช้สิทธิปิดงาน ทางสหภาพแรงงานจึงได้ตั้งเต้นท์ชุมนุมหน้าบริษัทฯ ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ทางบริษัทเหมราชพัฒนาที่ดิน ขอหมายศาลให้รื้อถอนเต้นท์ที่ตั้งชุมนุมหน้าบริษัทฯ ประกอบกับผลการเจรจาข้อเรียกร้องกับทางบริษัทฯไม่มีอะไรคืบหน้า ทางสหภาพแรงงานฯ

จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงสร้างความวิตกกังวลใจต่อลูกจ้างมากยิ่งขึ้นว่าอาจนำไปสู่การเลิกจ้างสมาชิกสหภาพแรงงานทั้งหมด มากกว่าการเจรจาข้อพิพาทแรงงานตามที่กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ได้วางหลักการไว้แล้ว จึงได้ตัดสินใจเดินทางมาที่กระทรวงแรงงานเพื่อขอความช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ และนำมาสู่การประชุมในเวลา 10.20 น.

ตัวแทนจากกระทรวงแรงงาน นำหารือโดยนายสุวิทย์ สุมาลา รองปลัดกระทรวงแรงงาน (ทำหน้าที่อภิปรายและชี้แจงคำตอบเป็นส่วนใหญ่) , นายแพทย์สุรเดช วลีอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน ,นายสมหวัง หมอยาดี ผู้อำนวยการกลุ่มงานประนอมข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้ง
ตัวแทนจากสหภาพแรงงานฯ นำโดย นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย , นายเสมา สืบตระกูล สหพันธ์แรงงานยานยนต์แห่งประเทศไทย , นายไพฑูรย์ บางหลง ประธานกลุ่มสหภาพแรงงานภาคตะวันออกพื้นที่อมตะนคร , นายอมรเดช ศรีเมือง ประธานสหภาพแรงงานฯ และสมาชิกกว่า 20 คน

กระบวนการประชุมเริ่มต้นด้วยตัวแทนฝ่ายสหภาพแรงงานได้ฉายภาพความทุกข์ร้อนที่เกิดขึ้นให้ทางเจ้าหน้าที่รัฐทราบสถานการณ์ (พร้อมกับน้ำตาที่ไหลหยาดระหว่างอธิบาย) หลังจากนั้นทางกระทรวงแรงงานได้ตอบข้อซักถามต่างๆที่เกี่ยวข้อง

1452086104747

สามารถสรุปประเด็นสำคัญในการตอบข้อซักถามได้ 5 ประเด็น ดังนี้

(1) นายจ้างมีความไม่ไว้วางใจสมาชิกสหภาพแรงงานว่าถ้ามีการเจรจาไปและยังคงเปิดให้สมาชิกสหภาพแรงงานทำงานในสถานประกอบการร่วมด้วย อาจมีความเสี่ยงต่อกระบวนการผลิต โดยนายจ้างอ้างว่าที่ผ่านมามีครั้งหนึ่งที่ลูกจ้างจำนวนกว่า 400 คน ได้มีการลาป่วยพร้อมกันและส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตที่ต้องส่งให้ลูกค้า จึงทำให้ต้องใช้มาตรการปิดงานตามที่กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ได้กำหนดไว้ และมีการนำพนักงานเหมาค่าแรงเข้ามาทำงานแทน เพื่อให้กระบวนการผลิตดำเนินไปได้ต่อไปอย่างต่อเนื่อง

(2) นายจ้างอ้างว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามสามารถจ่ายโบนัสให้ลูกจ้างได้เพียง 0.6 เดือนเท่านั้น แม้ว่าทางกระทรวงแรงงานหรือสหภาพแรงงานฯเองจะให้ข้อมูลเปรียบเทียบถึงจำนวนโบนัสที่เคยจ่ายในปีที่ผ่านมา รวมถึงตัวเลขงบดุลต่างๆ แต่ทางนายจ้างก็ยังยืนยันตามเดิมและไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขแต่อย่างใด ทั้งนี้นายจ้างได้อ้างเรื่องการมุ่งการแข่งขันกับสถานประกอบการอื่นๆเพื่อให้บริษัทฯสามารถอยู่รอดได้ในอนาคต จึงจำเป็นต้องลดขนาดองค์กรลง และมีการนำลูกจ้างรับเหมาค่าแรงงานเข้าทำงานแทนที่พนักงานประจำ เพื่อลดต้นทุนการบริหารงานองค์กรไม่ให้ขาดทุน

(3) สำหรับในกรณีที่ทางสหภาพแรงงานฯได้ทำหนังสือถึงสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบกรณีการละเมิดสิทธิแรงงานตามมาตรา 11/1 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 นั้น ทางตัวแทนจากกระทรวงแรงงานได้แจ้งว่า ตามการนัดหมายจะมีการเข้าตรวจสอบในวัน

พรุ่งนี้ คือ วันที่ 7 มกราคม 2559 อย่างไรก็ตามตนเองได้แจ้งให้ระงับไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าจะส่งผลต่อบรรยากาศที่ไม่ดีในการเจรจามากขึ้น ดังนั้นเมื่อการเจรจาได้ข้อยุติจึงจะดำเนินการในเรื่องนี้ต่อไป ทั้งนี้เห็นว่าการที่บริษัทฯได้นำแรงงานเหมาค่าแรงเข้ามาทำงานเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ ไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด หน้าที่กระทรวงแรงงาน คือ พิจารณาว่าบริษัทจัดสวัสดิการได้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่เพียงเท่านั้น แต่ไม่สามารถห้ามการใช้แรงงานเหมาค่าแรงได้แต่อย่างใด

(4) ทางกระทรวงแรงงานได้นัดตัวแทนนายจ้างเข้ามาหารือในวันนี้ เวลา 16.30 น. อย่างไรก็ตามไม่มีข้อบ่งชี้หรือยืนยันใดๆว่านายจ้างจะมาหรือไม่มาแต่อย่างใด รวมถึงการเจรจาเพื่อแสวงหาข้อยุติและทางออก ทั้งนี้ทางกระทรวงแรงงานแจ้งว่าสุดท้ายอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่การเจรจาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ไม่ใช่ภาครัฐที่จะจัดการได้แต่อย่างใด นอกจากนั้นยังแจ้งว่าอำนาจทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นสำคัญเพียงเท่านั้น

(5) ทางกระทรวงแรงงานได้แจ้งเรื่องการที่ไม่สามารถอนุญาตให้สหภาพแรงงานฯสามารถอยู่ค้างคืนที่บริเวณใต้ถุนกระทรวงแรงงานได้ เนื่องจากกระทำผิด พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ 2558 ที่ห้ามชุมนุมในสถานที่ราชการ จึงแจ้งให้ออกไปชุมนุมที่บริเวณภายนอกกระทรวงแรงงานแทน อีกทั้งยังได้แจ้งว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นและส่งผลเสียหายต่อทรัพย์สินภายในกระทรวงในเวลาวิกาล ทางสหภาพแรงงานฯต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้น

1452086112353

ด้านนายอมรเดช ศรีเมือง ประธานสหภาพแรงงานซันโคโกเซ ประเทศไทย ได้ชี้แจงว่า“มีเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทแรงงานหลายท่าน เช่น เจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดระยอง, เจ้าหน้าที่จากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ,รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, รองปลัดกระทรวงแรงงาน, รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง แต่ก็ไม่สามารถหาข้อยุติได้ นายจ้างไม่สนใจด้วยซ้ำไป และยังได้กล่าวในห้องเจรจาต่อหน้าทุกคนว่าต่อให้นายกรัฐมนตรีมาเองบริษัทฯก็ไม่มีจะให้ ดังนั้นในเมื่อสหภาพแรงงานฯได้ดำเนินการผ่านมาทุกขั้นตอนทุกระดับแล้วแต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ อีกทั้งเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2558 ทางการนิคมอิสเทิร์นซีบอร์ดได้ยื่นคำร้องต่อศาลแรงงานให้แกนนำสหภาพแรงงานซันโคโกเซ ประเทศไทย รื้อถอนเต๊นท์ออกจากพื้นที่การนิคมฯเป็นการด่วน ทางสหภาพแรงงานฯจึงมีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางมาที่กระทรวงแรงงาน หวังว่าทางกระทรวงแรงงานจะช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพวกเรา แต่ทางกระทรวงแรงงานกับให้พวกเราไปชุมนุมหน้ากระทรวงฯก่อน สี่โมงเย็น แล้วพวกผู้หญิง พวกน้องที่ท้องจะอยู่อย่างไรแล้วถ้าชุมนุมริมถนนประชาชนที่สัญจรไปมาก็เดือดร้อนอีก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เรา พวกเราอยากจบอยากเข้าไปทำงาน และประเด็นของปัญหาก็ไม่ได้อยู่ที่ตัวเงินแต่อยู่ที่ความสุจริตใจในการเจรจาของนายจ้างเช่น ถ้าอยากลดคนงานแต่ทำไมกลับจ้างพนักงานเหมาค่าแรงเข้ามา เงินจ่ายโบนัสไม่มี แต่เตรียมเงินไว้สำหรับจ้างพนักงานประจำออกถึงสามสิบล้านบาท มันหมายถึงอะไร”

ล่าสุดเวลาประมาณ 16.30 น. ทางด้านผู้แทนนายจ้างนำโดย นาย นาคาโอะ ประธานบริษัทซันโคโกเซ ประเทศไทย จำกัด ได้ขึ้นไปเจรจากับทางทีมไกล่เกลี่ยของกระทรวง ก่อนที่ทางตัวแทนฝ่ายสหภาพแรงงาน จะร่วมเจราในเวลา 17.30 น.ซึ่งการเจรจาสิ้นลงเมื่อเวลา 19.00 น.โดยทางนายจ้างยังยืนยันเหมือนเดิมและทางฝ่ายกระทรวงแรงงาน ก็ยังยืนยันที่จะให้ทางฝ่ายลูกจ้างเลิกชุมนุม หากไม่เลิกจะใช้พ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ซึ่งทางฝ่ายลูกจ้างก็ยืนยันจะชุมนุมต่อไปจนกว่าจะได้ข้อยุติ

เวลา 19.20 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญ ประธานสหภาพแรงงานฯและนายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เข้าพบและได้ใส่กุญแจมือทั้งสองคน จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สั่งให่ผู้ชุมนุมกลับบ้าน พร้อมทั้งเตรียมเจ้าหน้าที่กว่า 2 กองร้อย เตรียมสลายกาุมนุม แต่ยังไม่มีคนงานยอมกลับบ้าน ด้วยห่วงผู้นำแรงงานที่ถูกกักตัว

นักสื่อสารแรงงาน รายงาน

source :- http://voicelabour.org/?p=23677