ศึกโซเชียลเน็ตเวิร์ก! รุมสับกกต.สมชัย ไปดูลงประชามติที่สก็อตแลนด์ ใช้ภาษีประชาชนไปเท่าไหร่

y_2575

ศึกโซเชียลเน็ตเวิร์ก! รุมสับกกต.สมชัย ไปดูลงประชามติที่สก็อตแลนด์ ใช้ภาษีประชาชนไปเท่าไหร่

วันที่ 21 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 14-20 ก.ย. ที่ผ่านมานายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง มีภารกิจเดินทางไปศึกษาดูงานการจัดการเลือกตั้งของประเทศอังกฤษและการลงประชามติเพื่อแยกสก๊อตแลนด์ออกจากสหราชอาณาจักร ร่วมกับนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต. และนายประวิช รัตนเพียร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม พร้อมคณะนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส. 5 ) ที่เมืองกลาสโกว์ และเมืองเอดินเบอระ แคว้นสก๊อตแลนด์ สหราชอาณาจักร แต่ปรากฎว่าได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กถึงความไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้กกต.คนดังกล่าวเขียนรายงานชี้แจงอย่างละเอียดว่าตลอด 7วันของการไปศึกษาดูงานครั้งนี้ได้ประโยชน์ใดบ้าง คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่อย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยก่อนหน้านี้นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พี่น้องที่มีใจรักประชาธิปไตย อดใจรออีกนิด… กกต.สมชัยฯ เริ่มสนใจที่จะเรียนรู้ การจัดการเลือกตั้งแล้วครับ..!! สำนักข่าวชื่อดังของอังกฤษ ตีข่าวครึกโครมในหน้าภูมิภาคเอเซียว่า กรรมการการเลือกตั้งของไทยที่ชื่อ “สมชัย ศรีสุทธิยากร” ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่เต็มใจ ที่จะจัดให้มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในไทย เมื่อ 2กุมภาพันธ์ พศ.2557 ได้ใช้เงินภาษีอากรของราษฎร เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางนานถึง 7วันเต็มๆ เพื่อไป… “Learn how to vote” หรือ “เรียนรู้ ว่าเขาลงคะแนนเสียงกันอย่างไร?” ในสก๊อตแลนด์ ตามข่าวนี้ครับ http://www.independent.co.uk/news/world/asia/thailands-election-commission-travel-to-scotland-to-learn-how-to-vote-9744147.html

กกต.ผู้นี้ เคยเดินทางไปยุโรป และได้ถ่ายรูป “เอียงเพื่อ ทำการใหญ่” ในช่วงที่ประเทศเกิดวิกฤต จนไม่สามารถมีรัฐบาลจากการเลือกตั้งมาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนั้นก็ได้มีการพูดถึง ความเหมาะสมและสามัญสำนึกของ กกต.ผู้นี้ ที่มีต่อการจัดการเลือกตั้ง กันมาครั้งหนึ่งแล้ว ขณะนี้เป็นช่วงออกนโยบาย รัดเข็มขัดการดูงานต่างประเทศของ พล.อ.ประยุทธฯ ว่าการเดินทางไปดูงานต้องคุ้มค่า กลับมาต้องเขียนรายงานอย่างละเอียด ว่าได้ประโยชน์ และจะนำมาใช้กับประเทศชาติอย่างไร ซึ่งพี่น้องประชาชนก็เห็นด้วย และเกิดกระแสตอบรับนโยบายนี้ ในวงกว้าง กกต.สมชัยฯ น่าจะเขียนรายงานอย่างละเอียดว่า 7วันที่ท่านเดินทางไปนี้ แต่ละวันไปดูงานอะไร ได้ประโยชน์อะไรบ้าง ดูเขาโหวตวันเดียวก็รู้เรื่องแล้ว ทำไมต้องไปถึง 7วัน ใช้เงินภาษีของประชาชนไปกี่แสนบาท คุ้มค่าหรือไม่ แล้วนำรายงานนี้มาโพสอวดชาวบ้าน น่าจะเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ มากกว่ารูปถ่ายตามสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีออกมาโพสว่อนอยู่ในเน็ตขณะนี้นะครับ ในฐานะประชาชนเจ้าของภาษี ผมจะรอดูครับ

ด้านนายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ โพสต์ว่า ไปนอก ดูงานเลือกตั้ง เพื่อล้มเลือกตั้ง Maybe one day, no more จักต้องมี สักวันหนึ่ง ที่ชาติบ้านเมืองเรา ปลอดนักวิชาการอำมาตย์ ที่ผลาญเงินภาษีประชาชน และบ่อนทำลายประเทศชาติประชาธิปไตย ส่วนนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด โพสต์ว่า รีบกลับมาเถอะครับ เรารออยู่ ประชาชนอยากรู้ค่าภาษี หนึ่งอาทิตย์ใช้จ่ายใช่ของฟรี ความรู้มีบอกกันได้เท่าไร

โดยล่าสุดนายสมชัยได้โพสต์โต้ตอบว่า หลักสูตร ปปร.สถาบันพระปกเกล้า เชิญผมเป็นวิทยากร บรรยายหลักสูตร ปปร.18 หัวข้อ ประสบการณ์ประชาธิปไตยกับกระบวนการเลือกตั้งและลงประชามติ ในวันอังคารที่ 23 ก.ย.57 เวลา 09.00-11.30 น. ณ ห้องอบรมประชาธิปก สถาบันพระปกเกล้า โดยเน้นถ่ายทอดประสบการณ์การลงประชามติที่ scottland ด้วยงานนี้ ให้สื่อมวลชนเข้าฟังได้หากสนใจ ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมงเต็ม ครับ สำเนาเรียนโอ๊ค พานทอง หนูหริ่ง บก.ลายจุด เฮียปวิน (จำนามสกุลไม่ได้) อดีต รมต.สุรพงษ์ (โต) จานตุ้ม (คนคุ้นเคย) และ อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่นับถือ ครับ

 

Source :: http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE1USTVPVFF3TUE9PQ==&sectionid=

 

 

Fidh ออกแถลงการณ์คัดค้าน การปิดกั้นเสวนาวิชาการ การห้ามพูดเรื่องเลือกตั้ง

d_019

องค์กรด้านสิทธิระหว่างประเทศ ออกแถลงการณ์คัดค้าน การปิดกั้นเสวนาวิชาการ การห้ามพูดเรื่องเลือกตั้ง ประชาธิปไตย และวิจารณ์รัฐบาล

องค์กรสหพันธ์นานาชาติเพื่อสิทธิมนุษยชน หรือ FIDH ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ร่วมกับ สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน หรือ สสส. ในไทย ออกแถลงการณ์คัดค้านรัฐบาลและคสช.ต่อกรณีที่เกิดขึ้น โดยเรียกร้องให้หยุดคุกคาม และควบคุมตัวนักเรียน นักวิชาการที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นโดยทันที เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของ มาตรา 4 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557

http://shows.voicetv.co.th/voice-news/118220.html

http://www.fidh.org/en/asia/thailand/16058-thailand-students-and-academics-arrested-for-organizing-democracy-talk

 

คสช.ออกคำสั่งฉบับ121 ยึดคืนอำนาจสรรหาสปช.

d_018

คสช.ออกคำสั่งฉบับ121 ยึดคืนอำนาจสรรหาสปช.

คสช.มีคำสั่งยกเลิกการตั้งคณะกรรมการคัดเลือก สปช. ทั้ง 14 คน ระบุเนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดให้เป็นอำนาจของ คสช. อยู่แล้ว

20 ก.ย. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งที่ 121/2557 เรื่อง ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 117/2557 ใจความ ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ 117/2557 ลงวันที่ 17 ส.ค. 2557 เรื่อง การแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือก สปช. จำนวนไม่เกิน 250 คน เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2557 มาตรา 30 วรรค 6 ได้กำหนดให้ คสช. คัดเลือก สปช. จากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอจำนวนไม่เกิน 250 คน

โดยเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2557 ที่ผ่านมาเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ คําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 121/2557 เรื่อง ยกเลิกคําสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 117/2557 ที่ได้กําหนดให้มีคณะกรรมการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ทําหน้าที่พิจารณาคัดเลือกบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ นั้น โดยที่มาตรา 30 (6) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ได้กําหนดให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาเสนอ จํานวนไม่เกินสองร้อยห้าสิบคน ดังนั้น อํานาจในการพิจารณาคัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติให้เหลือจํานวนดังกล่าว จึงเป็นอํานาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด

เพื่อให้กระบวนการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 30 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 และมาตรา 15 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ พ.ศ. 2557 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคําสั่งให้ยกเลิกคําสั่งดังกล่าว สั่ง ณ วันที่ 19 กันยายน พุทธศักราช 2557 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

อนึ่งคำสั่งที่ 117 ได้กำหนดคณะกรรมการคัดเลือกฯ ขึ้นมา 14 คน ประกอบด้วย พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รมว.ศึกษาธิการ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.อ.จิระเดช โมกขะสมิต ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร รอง ผบ.สส. พล.ร.อ.ชุมนุม อาจวงษ์ หัวหน้าคณะทำงานเตรียมการปฎิรูป กห. พล.ร.อ.จักรชัย ภู่เจริญยศ รอง ผบ.ทร. พล.อ.อ.สฤษดิ์พงษ์ โกมุทานนท์ รองผบ.ทอ. พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการผบ.ตร. และพล.อ.อุทิศ สุนทร หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายและสั่งการของผู้บังคับบัญชาในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำหน้าที่เพื่อพิจารณาคัดเลือกบุคคล ซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิก สปช.จากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัดเสนอ จังหวัดละหนึ่งคน และในแต่ละด้าน พร้อมทั้งนำรายชื่อบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกเสนอต่อหัวหน้า คสช. เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ

 

 

งามหน้าไปทั่วโลกท่านผู้นำไทย

y_2523xv
งามหน้าไปทั่วโลกท่านผุ้นำไทย
Andrew Rosindell สส เมือง ลอนดอน ของประเทศอังกฤษอัดท่านผุ้นำว่า “ทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้เอ่ยปากพูด (สิ่งที่เขาพูด)มักจะส่งผลร้ายต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวในประเทศของเขา” (‘Every time he opens his mouth this man seems to harm his tourist industry.)หลังจากที่ท่านผุ้นำพูดในเชิงต่อว่านักท่องเที่ยวที่ถูกฆาตกรรมว่า”คนพวกนี้คิดว่าประเทศของเราสวยงามและปลอดภัย ก็เลยทำอะไรที่อยากทำ พวกเขาใส่บิกินี่และเดินไปไหนก็ได้” “พวกเขาคิดว่าใส่บิกินี่แล้วปลอดภัยเหรอ…เว้นแต่ว่าไม่สวย?”http://www.dailymail.co.uk/news/article-2760012/Smearing-Britons-murdered-paradise-As-hunt-killers-descends-farce-Thai-prime-minister-insults-Western-girls.html#comments

“นิธิ” ชี้เผด็จการเท่านั้นที่กลัวคน

y_2467

“นิธิ” ชี้เผด็จการเท่านั้นที่กลัวคน

(Source :: BBC Thai FB)
การจัดกิจกรรมของกลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย ในหัวข้อ “ห้องเรียนประชาธิปไตย : บทที่ 2 การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ” โดยมีวิทยากร ได้แก่ ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ดร.เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์ ดร.จันจิรา สมบัติพูนศิริ ดำเนินรายการโดย ดร.ประจักษ์ ก้องกีรติ ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ต้องถูกยกเลิก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ขอความร่วมมือให้ยุติ และนำตัวผู้บรรยายและนักศึกษาอีกสามคนเดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง ปทุมธานี

ก่อนหน้านี้ พันเอก พัลลภ เฟื่องฟู ผู้บังคับการกองบังคับการควบคุม กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 2 ได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปยังรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ให้งดการจัดกิจกรรมดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการแก้ไขปัญหาของชาติ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความแตกแยกและความเห็นต่างทางทัศนคติในทางการเมืองอีก

นายนิธิ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยขณะอยู่ในรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งนำตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวงว่า ในการเสวนาครั้งนี้ตนได้เป็นผู้กล่าวเริ่มต้นว่า การกระทำที่เป็นเผด็จการนั้นต้องมีเครื่องมือสองสิ่ง คือการทำให้คนกลัว กับการมีอุดมการณ์ซึ่งไม่ใช่การย้อนกลับไปหาอดีต แต่เพื่อการสร้างอนาคต หากขาดอุดมการณ์ดังกล่าวและมีเพียงความกลัว นั่นก็หมายความว่าฝ่ายเผด็จการเป็นผู้เกรงกลัว ไม่ใช่ฝ่ายผู้ถูกกระทำที่จะกลัว

“คุณจะกลัวทุกอย่าง เพราะอุดมการณ์ของคุณคือชาตินิยม เวลาพูดถึงชาติ คุณพูดถึงคน นั่นก็หมายความว่าคุณกลัวคน และตกใจกลัวไปหมด คนทำอะไรก็กลัวไปหมด” นายนิธิ กล่าว และว่า เหตุรัฐประหารที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนั้นมีเพียงสองครั้งสุดท้าย ที่เป็นความพยายามจะยึดทั้งรัฐและยึดทั้งชาติ ซึ่งครั้งที่แล้วกระทำไม่สำเร็จ สำหรับครั้งนี้ชาติยังไม่ได้ถูกยึด เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยึดชาติ

ด้าน ดร.ประจักษ์ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วย ศ.ดร.นิธิ ดร.จันจิรา และนักศึกษาอีกสามคน ถูกนำตัวไปยังสถานีตำรวจภูธรคลองหลวง เพื่อปรับความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมในลักษณะนี้ในอนาคตว่าจะทำได้หรือไม่ได้

สำหรับงานนี้นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นเจ้าของงาน วิทยากรได้รับเชิญไปบรรยาย และนักศึกษาได้ทำโครงการขอจัดงานกับทางมหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อย แต่เมื่อถึงเวลาจัดงาน ห้องที่ขอไว้กลับถูกปิดไม่ให้ใช้ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยได้รับจดหมายขอให้งดจัดกิจกรรม ซึ่งเข้าใจได้ว่ามหาวิทยาลัยคงถูกบีบ

“ผมเห็นว่าการทำโร้ดแมปเพื่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ถ้าไม่ได้เริ่มจากการให้สื่อ ให้ประชาชน และนักวิชาการ ได้มีเสรีภาพ ก็คงไปถึงจุดนั้นไม่ได้” ดร.ประจักษ์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าทุกคนจะได้รับการปล่อยตัวในวันนี้
(ภาพจากเพจคมความคิด นิธิ เอียวศรีวงศ์)

 

ประยุทธ์ สั่งถอดไมค์เจ้าปัญหาราคาแพงเกินกว่าเหตุแล้ว

ประยุทธ์ สั่งถอดไมค์เจ้าปัญหาราคาแพงเกินกว่าเหตุแล้ว สั่งจัดซื้อตามความเหมาะสม พร้อมตั้ง พล.อ. วิลาศ นั่งเลขาธิการนายกฯ

จากกรณีรัฐบาลใหม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า จัดซื้อไมโครโฟนมาติดตั้งในห้องประชุมทำเนียบรัฐบาลแพงเกินกว่าเหตุ โดยราคาเบื้องต้นพบว่าสูงถึงตัวละ 145,000 บาท

ต่อมา รัฐบาลมอบให้นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมตัวแทนบริษัทนำเข้าอุปกรณ์ระบบโสตทัศนูปกรณ์ ร่วมแถลงข่าวชี้แจง ว่าไมโครโฟนราคา 145,000 บาท เป็นเพียงราคาประมาณการที่ตั้งขึ้นเพื่อขออนุมัติงบ ยังไม่ใช่ราคาจริง ทั้งนี้หลังจากต่อรองราคาแล้ว ได้ข้อสรุปจัดซื้อไมโครโฟนในราคาตัวละ 94,250 บาท แต่ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินล่วงหน้า ร้อยละ 15 ตามที่ปรากฏเป็นข่าว เพราะยังไม่มีการลงนามในสัญญากับเอกชนนั้น

ล่าสุด วันที่ 16 กันยายน 2557 วิทยุคลื่นข่าว FM 100.5 News Network รายงานว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งให้ถอดไมโครโฟน ที่ก่อข้อครหาออกจากห้องประชุม ครม. แล้ว พร้อมกับทบทวนการจัดซื้อจัดจ้างตามความเหมาะสมต่อไป

นอกจากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ ยังมีคำสั่งตั้ง พล.อ. วิลาศ อรุณศรี อดีต ผบ.กองพลทหารม้าที่ 2 รอ. เป็นเลขาธิการนายกฯ ส่วนร.อ.นพ. ยงยุทธ มัยลาภ หนึ่งในทีมงานโฆษก คสช. ก็มารับตำแน่งเป็นโฆษกรัฐบา

 

“คสช.” ปราม! มือดีตัดต่อภาพ นายกฯเถื่อน เกินจริง

y_2297

“คสช.” ปราม! มือดีตัดต่อภาพ นายกฯเถื่อน เกินจริง

เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.อ.วินธัย สุวารี ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึง กรณีมีผู้ไม่หวังดี ได้พยายามนำภาพ หน.คสช. มาตัดต่อแต่งเติมแล้วนำมาโพสต์ผ่านทางโซเชี่ยล เพื่อจะชี้นำให้ผู้พบเห็นเกิดความสับสน ในภาพลักษณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า ควช.ว่า ตน ถือว่าไม่เหมาะสม และไม่ควรทำอย่างยิ่ง และมั่นใจประชาชนรู้ว่าเป็นการบิดเบือนใส่ร้าย เพราะในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนสามารถสัมผัสได้ถึงตัวตนที่แท้จริงอย่างเปิดเผยของ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งท่านเป็นคนที่มีลักษณะที่เป็นกันเอง เคารพและให้เกียรติทุกคน มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง แล้วผู้ใช้สังคมออนไลน์จึงได้เปรียบเทียบภาพจริง กับภาพตัดต่อ และส่งให้สังคมได้ทราบความจริง

“วอนผู้ใช้อินเตอร์เน็ต ร่วมกันสร้างสังคมออนไลน์ที่มีคุณภาพ โดยช่วยกันขจัดการกระทำในลักษณะบิดเบือน ใส่ความ ก่อให้เกิดความแตกแยก เกลียดชัง หรือทำให้สังคมสับสน ” พ.อ.วินธัย กล่าว

 

 

Thai Red Japan ร่วมกับเสรีไทยในญี่ปุ่นได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe

Thai Red Japan ร่วมกับเสรีไทยในญี่ปุ่นได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ชี้แจงข้อเท็จจริงการละเมิดสิทธิ์ของคนไทยในและนอกประเทศจากรัฐบาลทหารประยุทธ์

เมื่อวันที่ 9 กันยายน คนไทยในประเทศญี่ปุ่น ในนาม Thai Red Japan ร่วมเสรีไทยได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ชี้แจงข้อเท็จจริงของปัญหาบ้านเมืองที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการปฏิวัติและการได้มาเป็นนายกรัฐมนตรีประยุทธ์จันทร์โอชาและปัญหากฏอัยการศึกที่เอาไว้ตามล่าคนเสื้อแดงและยัดเยียดข้อหาร้ายแรงให้กับผู้ต่อต้าน ซึ่งทางรัฐบาลญี่ปุ่นทราบดีแล้ว

กลุ่มคนไทยยังได้ชี้แจงถึงปัญหาเศรษฐกิจที่เลวลง พร้อมกับเผยหลักฐานการใช้อำนาจนอกขอบเขตของกฏอัยการศึกในต่างประเทศของรัฐบาลประยุทธ์ คุกคามคนไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในต่างประเทศ เช่นกรณีของ อ.ปวินชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยเกียวโต

กลุ่มคนไทยในญี่ปุ่นยังได้ยื่นหนังสือถึงยูเอ็น ชี้แจงถึงข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย

และท้ายสุดได้ขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นคุ้มครองคนไทยที่พำนักในประเทศเช่นดังในอังกฤษ และออสเตรเลีย พร้อมทั้งแสดงท่าทีกดดันให้รัฐบาลไทยเคารพสิทธิมนุษยชน

 

ชาวเน็ตจับผิด! คลิปแถลงรวบชายชุดดำ เผยเจอกันที่สถานีวิทยุ 97.75

y_1985
ชาวเน็ตจับผิด! คลิปแถลงรวบชายชุดดำ เผยเจอกันที่สถานีวิทยุ 97.75

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ เรื่องเล่าเช้านี้ บีอีซี-เทโร สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

ชาวเน็ตจับผิด ! ข่าวรวบชายชุดดำ มือยิง พล.อ. ร่มเกล้า เมื่อปี 53 หวั่นเป็นการจับแพะ หลัง 1 ในชายชุดดำที่ถูกจับกุม เผยก่อนลงมือเคยเจอกันที่สถานีวิทยุ 97.75 ซึ่งเป็นของ ASTV

กลายเป็นประเด็นฮือฮาเลยทีเดียว สำหรับการจับกุมตัวกลุ่มคนชุดดำ จำนวน 5 คน ที่ก่อเหตุใช้อาวุธสงครามยิงใส่ผู้ชุมนุมและทหารในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 และยังพบว่ากลุ่มคนชุดดำมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ พล.อ. ร่มเกล้า ธุวธรรม หรือ เสธ.เปา อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์

และผลการจับกุมกลุ่มคนชุดดำครั้งนี้ ทำให้หลาย ๆ คนที่เคยสงสัยว่า กลุ่มคนชุดดำมีหรือจริงไม่ ต่างก็ได้รับคำตอบแล้ว แถม พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง ยังเปิดเผยอีกว่า กลุ่มคนชุดดำมีความเชื่อมโยงกับ น.ส.กริชสุดา คุณะแสน นักกิจกรรมเสื้อแดงด้วย แต่แม้ผลการสอบสวนจะออกมาเป็นเช่นนี้ ก็ยังมีชาวเน็ตบางรายที่ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการจับแพะหรือไม่ เพราะคดียิง พล.อ. ร่มเกล้า เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 แต่เหตุใดจึงต้องใช้ระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน จึงจับกุมผู้ก่อเหตุได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมากในโลกออนไลน์

แถมล่าสุด เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2557 ช่วงหนึ่งของการแถลงข่าวการจับกุมชายชุดดำ จำนวน 5 คนนั้น มีผู้ช่วงหนึ่งที่นักข่าวได้สอบถาม 1 ในกลุ่มคนชุดดำว่า “เจอกันได้อย่างไร” ซึ่งชายคนดังกล่าวตอบว่า “พบกันที่สถานีวิทยุ 97.75″ พอได้คำตอบแบบนี้ ทำเอาทั้งนักข่าวและชาวเน็ตรีบหาข้อมูลทันทีว่า “สถานีวิทยุ 97.75″ อยู่ตรงไหน และเป็นสถานีวิทยุของผู้ใด

y_2250

แต่คำตอบที่ได้ พบว่า สถานีวิทยุ 97.75 ตามคำกล่าวอ้างของ 1 ในกลุ่มคนชุดดำ เป็นสถานีวิทยุของ ASTV ที่ชื่อว่า “Manager Radio ยามเฝ้าแผ่นดิน” พอรู้คำตอบแบบนี้ ทำเอาหลาย ๆ คน ทั้งอึ้ง ทั้งมึนกันเดียว เพราะต่างสงสัยว่า หากกลุ่มคนชุดดำมีความเชื่อมโยงกับคนเสื้อแดงจริง เหตุไฉนจึงไปเจอกันที่ สถานีวิทยุของ ASTV ได้

ล่าสุด วันที่ 12 กันยายน 2557 พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ฝ่ายความมั่นคง ได้ออกมายืนยันอีกครั้งว่า การจับกุมตัวกลุ่มคนชุดดำครั้งนี้ ไม่ใช่การจับแพะอย่างแน่นอน เพราะหากกลุ่มคนชุดดำเป็นแพะจริง ๆ ตนคงไม่มีพยานหลักฐานจนศาลออกมาหมายจับ

เรียกได้ว่า งานนี้เป็นจับแพะหรือเป็นจับผู้ร้ายตัวจริง ก็คงต้องรอดูกันต่อไป …

** หมายุเหตุ : ช่วงที่ 1 ในกลุ่มคนชุดดำ เผยว่า พบกันที่สถานีวิทยุ 97.75 คือ นาทีที่ 10.30 น.

 

 

 

Source :: http://hilight.kapook.com/view/107962