อังกฤษประโคมข่าวนักท่องเที่ยวถูกฆาตกรรม

สื่ออังกฤษให้ความสนใจรายงานข่าวเรื่องที่นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษสองคนจากเมืองเกรทยาร์มัทและเจอร์ซีย์ ถูกฆาตกรมที่เกาะเต่า สุราษฎร์ธานี

สกายนิวส์บอกว่ากระทรวงต่างประเทศอังกฤษได้ส่งผู้แทนไปในพื้นที่แล้วเพื่อช่วยเหลือในการสืบสวนสอบสวน

ด้านเว็บไซต์ของเดอะการ์เดี้ยน บอกว่าเกาะเต่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมแต่ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปน้อยกว่าเกาะพงัน

เดอะการ์เดี้ยนบอกว่าการท่องเที่ยวไทยได้รับผลกระทบค่อนข้างหนักในช่วงสองสามเดือนมานี้เนื่องจากวิกฤตทางการเมือง ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหารและมีการประกาศเคอร์ฟิวและกฎอัยการศึกแบบปูพรม แม้ที่ผ่านมาจะมีการยกเลิกในบางพื้นที่ แต่ก็ยังไม่ช่วยให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

เดอะการ์เดี้ยน บอกด้วยว่ารัฐบาลทหารประกาศจะกวาดล้างบรรดาแหล่งท่องเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม หลังจากได้รับข้อร้องเรียนเรื่องการหลอกหลวง ทำร้ายและการข่มขู่กรรโชก

ด้านเว็บไซต์ของเดอะมิเรอร์รายงานข่าวอย่างละเอียด พร้อมให้ตัวเลขจากกระทรวงต่างประเทศอังกฤษว่านับตั้งแต่ปี 2552 มีนักท่องเที่ยวอังกฤษถูกฆาตกรรมในเมืองไทย 11 คน

นักท่องเที่ยวอังกฤษได้รับคำเตือนให้ระวังการถูกทำร้ายและลักขโมยในพื้นที่หาดเฉวง เกาะสมุย และในพื้นที่อื่น ๆ อย่างเชียงใหม่ พัทยา และกระบี่ รวมทั้งให้ระวังการฉ้อโกงทางบัตรเครดิตและเดบิตร การหลอกให้ซื้อเครื่องประดับราคาแพงเกินจริง

ด้านโจอันนา คุก ผู้รับทำประชาสัมพันธ์ให้ ททท.ที่กรุงลอนดอนบอกว่า เกาะเต่า เกาะและชายหาดอื่น ๆ ยังปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากอังกฤษและไอร์แลนด์ไปเที่ยวไทยมากกว่า 8 แสน 5 หมื่นคน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ประสบปัญหาอะไร

สำหรับเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุดเป็นเพียงกรณีเฉพาะเท่านั้น และ ททท.รู้สึกเสียใจกับเพื่อนและครอบครัวผู้เคราะห์ร้าย อย่างไรก็ดี ไม่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะเต่า แต่การปิดเกาะเพื่อหาตัวคนร้ายอาจส่งผลต่อนักท่องเที่ยวที่วางแผนจะเดินทางไปในช่วงนี้

 

ตร.เปิดวงจรปิดล่าผู้ต้องสงสัย ฆ่าเปลือยฝรั่งชายหญิงชาวอังกฤษ สยองเกาะเต่า

ตร.เปิดวงจรปิดล่าผู้ต้องสงสัย ฆ่าเปลือยฝรั่งชายหญิงชาวอังกฤษ สยองเกาะเต่า

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 กันยายน ผู้สื่อข่าว ข่าวสด รายงานว่า พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภาค 8 พร้อม พล.ต.ต.เกียรติพงศ์  ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี , พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานีและเจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินด่วนไปยังเกาะเต่า ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน หลังได้รับรายงานเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศรวม 2 ราย โดยแพทย์นิติเวช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ร่วมตรวจสอบ

 

 

ที่เกิดเหตุอยู่ที่บริเวณโขดหินริมชายหาดด้านปลายแหลม จปร.ของหาดทรายรี พื้นที่ หมู่ 2 ต.เกาะเต่า พบศพนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ ลักษณะสัญชาติชาวยุโรป 2 ราย รายแรกเป็นศพผู้หญิงชื่อ น.ส.ฮันนาห์ สัญชาติ อังกฤษ อายุ 24 ปี สภาพเปลือยถูกตีด้วยของแข็งและของมีคมที่ใบหน้าจนเละ และมีร่องรอยการถูกข่มขืน ห่างกัน 20 เมตรบริเวณโขดหินเป็นศพผู้ชายนอนเปลือยกายคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ ทราบชื่อต่อมาคือ นายเดวิด อายุ 24 ปี สัญชาติอังกฤษ สภาพถูกตีด้วยของมีคมมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ต้นคอและด้านท้ายทอยจนกระโหลกศีรษะแตก และห่างจากศพผู้หญิงประมาณ 5 เมตรพบร่องรอยการต่อสู้และรอยเลือดบนหาดทราย รวมทั้งมีรองเท้าแตะสีชมพูและกางเกงขาสั้นสีเทาดำ เสื้อยืดสีเทา กางเกงในสีขาวตกอยู่ และถัดขึ้นมาบนชายหาดประมาณ 20 เมตร พบจอบเปื้อนเลือดและถุงปุ๋ยสีแดงวางทิ้งไว้ใต้ต้นสน และพบถุงยางอนามัยใช้แล้ว 1 ชิ้น เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

 

 

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 14 ก.ย.ที่ผ่านมามีการจัดงานปาร์ตี้ที่ริมชายหาด บริเวณหน้า โอเชี่ยนวิว บังกะโล ห่างจากจุดพบศพประมาณ 30 เมตร โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศร่วมงานดื่มกินและเต้นรำจำนวนมากจนดึกงานเลิก จึงแยกย้ายกันกลับที่พัก กระทั่งเวลา 06.17 น. มีแรงงานชาวพม่าลงไปทำความสะอาดที่ชายหาดไปพบศพจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ทราบ

 

ด้าน พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ตายทั้ง 2 เป็นนักท่องเที่ยวที่ต่างเดินทางเข้ามาประเทศไทย โดยนายเดวิด เดินทางเข้ามาพร้อมเพื่อนชาย 2-3 คน ผ่านทางด่านสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ส่วนน.ส.ฮันนาห์ เดินทางมาพร้อมเพื่อนผู้หญิง 4 คน ผ่านทางด่านสุวรรณภูมิเช่นกัน เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม โดยทั้ง 2 กลุ่มไม่รู้จักกันมาก่อน แต่เมื่อเข้าพักที่โอเชี่ยนวิว บังกะโล ได้ห้องพักติดกัน ก่อนเกิดเหตุทราบว่าทั้งหมดออกไปร่วมงานปาร์ตี้บริเวณชายหาดหน้าโรงแรม ซึ่งจากการสอบปากคำเพื่อนๆ ของน.ส.ฮันนาห์ พบว่าผู้ตายทั้ง 2 ปลีกตัวออกจากปาร์ตี้ หายไปด้วยกัน กระทั่งมาพบศพดังกล่าว

 

 

พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับแนวทางการสืบสวนนั้น เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ทั้งคู่อาจมีเพศสัมพันธ์กันที่บริเวณโขดหินที่เกิดเหตุ และระหว่างนั้นอาจมีคนร้ายมาพบเห็นและเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายเดวิด ซึ่งพบร่องรอยการต่อสู้ จนนายเดวิด เสียชีวิตแล้ว พยายามข่มขืน น.ส.ฮันนาห์ แต่เหยื่อขัดขืน จึงได้ทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต

ส่วนอีกประเด็น ผู้ก่อเหตุอาจเป็นเพื่อนชายของนายเดวิด เนื่องจากการสอบสวนปากคำของเจ้าหน้าที่พบพิรุธบางอย่าง และตามร่างกายของผู้ต้องสงสัยมีบาดแผลรอยขีดข่วนและแผลฉกรรจ์ที่หลังมืออาจเป็นไปได้ว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้อาจเป็นคู่เกย์ของนายเดวิดซึ่งทางตำรวจกำลังเร่งสอบสวนปากคำ

 

“เชื่อว่าคนร้ายจะยังคงอยู่ในพื้นที่เกาะเต่า เนื่องจากคาดการณ์ว่าเวลาเกิดเหตุอยู่ช่วงเวลา 03.00-05.00 น. จึงเชื่อว่าคนร้ายยังไม่สามารถออกจากเกาะได้เนื่องจากมีคลื่นลมแรง ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำชุมชน เร่งติดตามตัวผู้ต้องสงสัย ขณะเดียวกันให้มีการตรวจตราอย่างละเอียดในทุกท่าเรือ แล เรือทุกชนิด ห้ามออกจากเกาะโดยเด็ดขาด ส่วนศพของผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย ได้นำส่งเพื่อตรวจชันสูตรที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สถาบันนิติเวช พร้อมทั้งรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทราบแล้ว” พล.ต.ต.เกียรติพงษ์ ระบุ

 

ด้านนางวรรณี ไทยพานิชย์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะพะงัน  กล่าวว่า หากสาเหตุเกิดจากแรงงานต่างด้าวจริง ต้องรีบรดำเนินกาจัดระเบียบโดยเร่งด่วน เนื่องจากสภาพสถานประกอบการบนเกาะเต่าใช้แรงงานต่างด้าวอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งนายจ้างควรวิตกให้ความสำคัญด้วย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะสั้น และตำรวจควรเร่งจับกุมผู้ก่อเหตุโดยเร็วเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ

ต่อมาเวลา 19.00 น. พล.ต.ต.เกียรติพงศ์ ขาวสำอางค์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน บช.ภาค 8 เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมเผยว่า เบื้องต้นได้หลักฐานเพิ่มเติมเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ จับภาพชายต้องสงสัยเป็นชายชาวเอเชีย นุ่งกางเกงขาสั้นเดินวนเวียนไปมาอยู่หลายรอบ คาดว่าจะเป็นคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้งคู่นำส่งสถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อตรวจสอบหาหลักฐานและดีเอ็นเอของคนร้ายที่อาจติดอยู่กับศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเดียวกัน นายไชยันต์ ธุระสกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเกาะเต่า พร้อมชาวบ้านและผู้ประกอบการในเกาะเต่ากว่า 100 คน ไปร่วมกันไว้อาลัยให้นักท่องเที่ยวทั้งคู่ที่จุดเกิดเหตุ พร้อมนำดอกกุหลาบสีแดงจุดธูปเทียนศักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ซึ่งอยู่ใกล้กันขอพรให้เจ้าหน้าที่จับกุมคนร้ายได้โดยเร็วที่สุด เพราะทำให้ภาพลักษณ์ของเกาะเต่าเสียหาย

 

Source :: http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE1EYzJOVGcwTVE9PQ==&sectionid=