ควานตัวมือรีโมต คนกดบึ้ม ล็อกอีก1ที่นราฯ สอบโยงวรรณา แฉแก๊งบุกกงสุล โผล่มาร่วมระเบิด

เร่งพิสูจน์”ยูซุฟู” กับชายชุดเหลือง หมายจับตุรกีเพิ่ม

ควานเพิ่มมือรีโมต-กดบึ้มราช ประสงค์ พบ ต่อวงจรจากรถบังคับวิทยุ หลังค้นเจอที่ห้องพักหนองจอก แฉแกนนำอุยกูร์บุกทำลายกงสุลไทยในอิสตันบูลเกี่ยวข้องด้วย ออกหมายจับอีก 1 สามีชาวตุรกีของสาวพังงา เอาผิดฐานมีระเบิดในครอบครอง ประสาน บินไทยรับตัวสาวพังงา ระบุผลตรวจลายนิ้วมือ ผู้ต้องหาล่าสุดตรงกับที่พบบนถังใส่อุปกรณ์ ก่อเหตุในรังบึ้ม เผยเจอสูตรทำบึ้มในกระเป๋า บอกถึงสารทำระเบิดหลายอย่างขอให้ชายเสื้อฟ้าที่ถ่ายรูปเพื่อนมาพบตร. คาดถ่ายติดหน้าชายเสื้อเหลืองชัดเจน ด้านบิ๊กป้อมบินเยือนจีน ปัดไปรายงานเหตุบึ้ม “จักรทิพย์” รุดรายงานคืบหน้าคดีถึงสนามบิน ระบุคนที่ถูกจับมีสัญชาติตามพาสปอร์ต เค้นสอบยอมพูดบางส่วนเป็นภาษาตุรกี แต่ยังให้การปฏิเสธคดีระเบิด แฉโยง “อะเด็ม” เหตุอยู่ด้วยกัน ระบุเชิญสาวขายมือถือมาสอบแล้ว ถ้าพาดพิงถึงใครจะนำตัวมาพิสูจน์ ชี้ยังมีอีกหลายคน

จากเหตุระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ตำรวจออกหมายจับชายต่างชาติใส่เสื้อเหลือง และชายชาวเอเชียใส่เสื้อฟ้า มือวางระเบิด ก่อนจับกุมนายอะเด็ม คาราแด็ก สัญชาติตุรกี ได้ที่อพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก พร้อมระเบิดจำนวนมาก อีกทั้งค้นห้องพักอพาร์ตเมนต์ เขตมีนบุรี พบอุปกรณ์ประกอบระเบิดเช่นกัน จากนั้นออกหมายจับน.ส.วรรณา หรือไมซาเลาะ สวนสัน ชาวจ.พังงา ผู้เปิดห้องพักและหนุ่มต่างชาติคาดเป็นชาวตุรกี สามีของน.ส.วรรณา โดยทั้งคู่เดินทางไปอยู่ประเทศตุรกีแล้ว ต่อมาเจ้าหน้าที่จับกุมนายยูซุฟู มีไรลี หนุ่มอุยกูร์หนึ่งในทีมบึ้ม จนมุมบริเวณชายแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว รูปร่างหน้าตาคล้ายชายเสื้อเหลืองที่สะพายเป้ซุกระเบิด มีตำหนิคางเผือก ค้นในกระเป๋าเจอกางเกง 3 ส่วนและสูตรระเบิด อีกทั้งยังพบประวัติเรียนด้านวิทยาศาสตร์เคมี ขณะที่พยาน 2 ปากที่เคยเห็นผู้ต้องหามาชี้ตัวก็ให้น้ำหนัก 70-80 เปอร์เซ็นต์ว่าเหมือนชายเสื้อเหลือง ที่สำคัญผลการตรวจสอบโทรศัพท์ มือถือพบอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ในวันเกิดเหตุด้วย แต่ต้องรอพิสูจน์ดีเอ็นเออีกครั้ง ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น

บิ๊กป้อม-บิ๊กโด่งบินเยือนจีน

สำหรับ ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 ดอนเมือง พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม พร้อมด้วยพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. และรมช.กลาโหม เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. ว่าที่ผบ.ตร. มารายงานความคืบหน้างานด้านความมั่นคงและเหตุระเบิดแยกราชประสงค์

www_5279
พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การไปเยือนจีนครั้งนี้เป็นตัวแทนของนายกฯ ซึ่งนายกกฯ ไม่ได้ฝากประเด็นใดเป็นพิเศษ และการไปครั้งนี้มีหลายภารกิจ ทั้งเรื่องขายข้าว งานด้านกลาโหม อีกทั้งจะได้พบกับนายกฯของจีน ฝ่ายทหาร หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง

เมื่อถามว่าจะถือโอกาสไปเยี่ยมชาว อุยกูร์ที่ไทยส่งกลับไปจีนด้วยหรือไม่ พล.อ. ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่มั่นใจเรื่องเวลา เพราะระยะทางไกล ซึ่งสมช.ได้ไปเยี่ยมมาแล้ว

เมื่อ ถามว่าจะหารือกับจีนถึงเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจีน จะไปคุยทำไม เป็นเรื่องของเรา ขอให้มีความชัดเจนก่อน

เมื่อถามว่าได้รับรายงานเรื่องการจับ กุมตัวผู้ต้องสงสัยและมีความเชื่อมโยงเป็นคน ที่วางระเบิดที่แยกราชประสงค์หรือไม่ รอง นายกฯ กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้ว โดยยอมรับว่ามีความใกล้เคียงเยอะ แต่ต้องเช็กดีเอ็นเอและลายนิ้วมือ

รอพิสูจน์สัญชาติผู้ต้องสงสัย

ผู้ สื่อข่าวถามว่าข้อมูลเป็นประโยชน์ที่จะสาวถึงผู้บงการหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ยอมรับว่าใช่ เจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ถือว่าเก่ง และทุกคนน่าจะพอใจ เพราะมีความใกล้เคียงเจ้าหน้าที่ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ ส่วนการพิสูจน์สัญชาติยังไม่มีความคืบหน้า ต้องให้คนสัญชาตินั้นเป็น ผู้มาพิสูจน์ว่าผู้ต้องสงสัยเป็นคนสัญชาตินั้นหรือไม่ เพราะมีหมายเลขบัตรประจำตัว

เมื่อถามว่ามีการรายงานหรือไม่ ว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับล่าสุดเป็นชาวอุยกูร์ พล.อ. ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่รายงานอะไรเลย สื่อพูดเองทั้งนั้น

เมื่อถามว่าได้ ประสานสถานทูตจีนและตุรกีหรือยัง พล.อ.ประวิตรปฏิเสธว่ายังไม่ประสานงานใดๆ เรื่องการประสานกับทาง การจีนและตุรกีไม่สำคัญ ต้องดำเนินการในส่วนของเราก่อน เรื่องโครงข่ายว่ามีความสัมพันธ์กับใครถือเป็นเรื่องใหญ่ ต้องจัดลำดับความสำคัญให้ดี ส่วนเรื่องอื่นอาจสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นได้ ต้องถามว่าจะทำอย่างไรต่อไป โครงข่ายจะเป็นอย่างไร

เมื่อถาม ว่าถึงขณะนี้จะโยงได้หรือไม่ว่า ผู้ต้องสงสัยเหตุระเบิดแยกราชประสงค์ที่จับกุมได้เกี่ยวข้องกับชาวอุยกูร์ พล.อ.ประวิตรกล่าวอย่างโมโหว่า “สื่อถามอย่างนี้ อุยกูร์ทั้งวัน วันนี้ยังไม่รู้เลยว่าเป็นประเด็นอะไร สื่อถามแบบนี้จะทำให้เกิดความขัดแย้งกับใครก็ไม่รู้ ทุกอย่างที่เราทำในเรื่องของอุยกูร์นั้น ทำเป็นขั้นตอนทุกอย่าง ไม่ได้ทำให้เสียหาย ซึ่งฝ่ายความมั่นคงตอบทุกขั้นตอนว่าทำอะไรบ้าง ทางยูเอ็นเอชซีอาร์ก็รู้มาตลอด ขอร้องสื่ออย่าทำให้เป็นประเด็นมาก พวกสื่อไปดูทำอย่างไรไม่ให้ตัวเองตาย ผู้สื่อข่าวไม่ให้ถูกยิงไม่ให้ถูกระเบิดอย่างนี้ดีกว่า”

ย้ำยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง

เมื่อ ถามว่ายังไม่ตัดประเด็นใดทิ้งใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง เพราะมีความเชื่อมโยงมากเท่าที่รู้มา จะต้องทำอย่างไรให้ประเทศเราปลอดภัย

ต่อข้อถามว่าแนวโน้มจะ ได้ตัวผู้บงการแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “อยากให้ผู้สื่อข่าวมายืนอยู่ตรงนี้บ้าง เรื่องนี้ เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการ เมื่อเกิดเหตุระเบิดทั่วโลกแล้วมีใครจับได้แบบนี้บ้าง แต่วันนี้ประเทศไทยจับได้ ทั้งที่มีเทคโนโลยีต่ำ จะซื้อเครื่องมืออะไรก็กล่าวหาว่าไม่โปร่งใส โจมตีอยู่ด้านเดียว อะไรๆ ก็ไม่โปร่งใส เราต้องมียุทโธปกรณ์ทางด้านนี้บ้าง”

เมื่อถาม ว่าที่จับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้รับความร่วมมือจากทางกัมพูชาด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่ใช่ เป็นเรื่องที่ทหารของเราจับกุม ผู้ต้องสงสัยยังไม่ทันได้ข้ามไป และเจ้าหน้าที่ได้ประสานความร่วมมือไปทุกพื้นที่ รวมถึงชายแดนไทย-มาเลเซียที่มีด่าน ตม.ก็พยายามประสานงานทุกที่

จักรทิพย์แฉพูดภาษาตุรกี

ด้าน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวถึงความคืบหน้าคดีว่า มีความคืบหน้าไป 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว ส่วนการจับผู้ต้องสงสัยได้ที่ จ.สระแก้ว ยังไม่ได้พูดคุยด้วยและได้ส่งตัวให้ผบช.น. ทันที เพราะหน้าที่สอบสวนเป็นเรื่องของนครบาล

เมื่อถามว่าเป็นชาว อุยกูร์หรือไม่ พล.ต.อ. จักรทิพย์กล่าวว่า ตามพาสปอร์ตเป็นแบบนั้น เราดูตามเอกสาร แต่ต้องรอการยืนยันว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอม

เมื่อถามว่าชายที่จับได้ยอมพูดอะไร หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เขาก็พูดบางส่วน เท่าที่ดูพูดภาษาตุรกี ซึ่งต้องใช้ล่ามแปล

เมื่อ ถามว่ามีแนวโน้มใกล้เคียงกับชายเสื้อเหลืองที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดในวันเกิด เหตุหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า รออีกนิด แต่ทุกอย่างก็เชื่อมโยงหมด

เมื่อ ถามว่ายังขาดอะไรที่จะเป็นตัวบ่งชี้ได้ว่าคือมือวางระเบิด พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ต้องรอคุยกับเขา แต่ทุกอย่างแนวทางการสืบสวนใกล้เคียง เมื่อถามว่าเจ้าตัวปฏิเสธหรือว่ายอมรับ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ธรรมชาติของผู้ต้องหาต้องปฏิเสธอยู่แล้ว แต่เขายอมรับว่าตอนเกิดเหตุอยู่ในพื้นที่ เขาบอกว่าอย่างนั้น

เมื่อ ถามว่ามีความเกี่ยวข้องกับนายอะเด็ม คาราแด็ก ผู้ต้องสงสัยที่จับได้คนแรกอย่างไร รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า เกี่ยวโยงกันอยู่แล้วเรื่องนี้ เขาอยู่ด้วยกัน พักอยู่ใกล้ๆ กัน

เมื่อ ถามว่าผู้ต้องสงสัยเล่าให้ฟังหรือไม่ว่าใครเชื่อมโยงอะไร พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าว ว่า ยัง แต่ยืนยันว่าจะทำให้ดีที่สุด เมื่อถามว่ามีการพูดถึงคนเสื้อฟ้าด้วยหรือไม่ พล.ต.อ. จักรทิพย์กล่าวว่า เราพูดกันเอง แต่เราก็ต้อง ตามหาอยู่แล้ว และเขาก็ยังไม่ได้บอกเบาะแสอะไร ทั้งนี้ เราไม่ต้องคุยกับเขามากอยู่แล้ว เราก็เดินของเราอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าชายที่จับได้ที่ จ.สระแก้ว กำลังจะเดินทางไปไหน พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เขาเข้าออกตรงนั้นเป็นปกติ

ยังพบเชื่อมโยงอีกหลายคน

เมื่อ ถามว่ามาถึงจุดนี้ใกล้เข้าไปถึงตัวผู้บงการหรือยัง พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ก็อยากให้ถึงเหมือนกัน ทำมาขนาดนี้ เต็มที่แล้ว 10 กว่าวันแล้ว เดินมาไม่ได้หยุดเลย

เมื่อถามว่าจะออกหมาย จับเพิ่มอีกหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ฝ่ายสอบสวนน่าจะมี เพราะตนเห็นโครงแล้ว ซึ่งใครที่เกี่ยวข้องจะนำตัวมาพิสูจน์ทราบทั้งหมด เพราะคดีนี้เป็นคดีใหญ่

เมื่อถามว่านอกจากน.ส.วรรณา ยังมีคนไทยที่จะโดนหมายจับหรือเกี่ยวข้องอีกหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า คราวที่แล้วก็นำตัวผู้หญิงที่ขายโทรศัพท์มาแล้ว แต่ถ้าพาดพิงถึงใครก็จะนำตัวมาพิสูจน์ทราบทั้งหมด ซึ่งมีอีกหลายคน

เมื่อ ถามว่าที่เตรียมออกหมายจับอีกกี่คน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ขอให้ถามผบช.น. เพราะมีหน้าที่สืบสวน เมื่อถามว่าเครือข่ายนี้เชื่อมโยงอีกเยอะหรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า เยอะ

เมื่อถามว่าตอนนี้บอกได้หรือ ยังว่าสาเหตุของการก่อเหตุมาจากอะไร พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า ยังไม่อยากบอกว่าสาเหตุอะไร ยังมีหลายสาเหตุ ไม่อยากตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่ง รวมทั้งยังไม่ได้ตัดประเด็นภายในประเทศและการเมือง ทุกประเด็นยังอยู่ครบหมด เราค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์เรื่อยๆ

เมื่อถามว่ามาถูกเป้าถูกทาง แล้วใช่หรือไม่ พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าจากประสบการณ์การทำงานมาถูกทางอยู่แล้ว ผมว่าเร็วกว่าคดีเหตุระเบิดที่อื่นด้วยซ้ำ ที่อื่นเป็นปีกว่าจะได้รู้ตัว แต่นี่เราแค่ 14-15 วันเอง ทำมาได้ขนาดนี้”

สมยศรับโยงบึ้มราชประสงค์

ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ทหารและตำรวจควบคุมตัวชายต้องสงสัยได้บริเวณชายแดนธรรมชาติ ต.บ้านป่าไร่ อ.อรัญประเทศ ส่วนความชัดเจนว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้เป็นชายเสื้อเหลือง ซึ่งเป็นผู้นำระเบิดมาวางบริเวณแยกราชประสงค์หรือไม่ ยังไม่ยืนยันและไม่อยากด่วนสรุป เพราะการสอบสวนจนไปถึงการจับกุมได้ใช้พยานหลักฐาน ก่อนที่จะยืนยันว่าเป็นคนไหนอย่างไร จะต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องสงสัยรายนี้จะมีการแจ้งข้อหาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ถูกต้องตาม กฎหมาย

“เบื้องต้นตำรวจยังไม่ด่วนสรุปเพราะต้องใช้พยานหลัก ฐานหลายอย่างมายืนยัน แต่จากข้อมูลที่ได้มามีความเป็นไปได้ แต่อย่างน้อยสามารถฟันธงหรือเชื่อมั่นว่าชายต้องสงสัยรายนี้มีส่วนอยู่ใน ขบวนการที่ก่อเหตุบริเวณศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์อย่างแน่นอน ส่วนจะเกี่ยวข้องอย่างไรขณะนี้เราสามารถยืนยันว่าเขาอยู่ในขบวนการแน่นอน เพราะมีพยานหลักฐานหลายอย่างชี้ชัด เขามีส่วนรู้เห็นแน่นอน แต่จะให้ฟันธงว่าเป็นคนนั้นหรือเป็นตัวละครตัวนั้นตัวนี้ขอเวลาให้เจ้า หน้าที่ทำงานสักระยะ” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

รอผลตรวจดีเอ็นเอยืนยัน

พล.ต.อ. สมยศกล่าวต่อว่า สำหรับการให้ปากคำของผู้ต้องสงสัยยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ตามขั้นตอนของตำรวจหลังจากนี้จะดำเนินการตามปกติทุกอย่าง เมื่อจับกุมผู้ต้องสงสัยต้องรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งประจักษ์พยานและพยานแวดล้อม รวมทั้งนำภาพผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้พยานดูเพื่อยืนยัน เรื่องสัญชาติก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากผู้ต้องสงสัยรายนี้ใช้พาสปอร์ตปลอมในการเข้า-ออกประเทศไทยจึงไม่ สามารถรีบด่วน สรุปจากคำให้การหรือจากคำบอกเล่า รวม ทั้งพาสปอร์ตที่ผู้ต้องสงสัยถือได้ เพราะ พาสปอร์ตเป็นของปลอม

พล.ต.อ. สมยศกล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝงของผู้ต้องสงสัยเพื่อเปรียบเทียบกับ วัตถุพยาน เป็นหน้าที่ของ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แต่ผลเป็นอย่างไรไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกัน สำหรับการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือสามารถเปรียบเทียบได้ทันที แต่เรื่องดีเอ็นเอต้องใช้เวลาในการตรวจ เพราะที่ผ่านมาได้เก็บตัวอย่างดีเอ็นเอในที่เกิดเหตุ บางครั้งมีดีเอ็นเอที่แปลกปลอม เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการจำแนก

เมื่อ ถามกึงกรณีที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้สัมภาษณ์ว่าผู้ต้องสงสัยรายนี้น่าจะเป็นชายเสื้อเหลือง พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ตนก็อยากให้เป็นอย่างที่นายกฯ ต้องการ อยากให้เป็นชายเสื้อเหลืองที่เป็นผู้นำระเบิดมาวาง เพราะหากเป็นชายเสื้อเหลืองจริงจะสามารถสร้างความมั่นใจให้ชาวต่างชาติและ นักท่องเที่ยวว่าตำรวจจับกุมคนร้ายได้แล้ว แต่เราจะรีบด่วนสรุปเช่นนั้นไม่ได้เพราะหากเกิดความผิดพลาดก็คงไม่ดี

พล.ต.อ. สมยศกล่าวถึงกรณีน.ส.วรรณา ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้และเดินทางไปประเทศตุรกี ต้องการเดินทางกลับประเทศไทยและมีการประสานขอให้ทางการไทยออกค่าเครื่องบิน ให้ว่า สั่งการให้พล.ต.ท. ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.และโฆษก ตร. ประสานสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ให้ดำเนินการให้ ส่วนจะมาเมื่อใดหรือมากับใครไม่สามารถตอบได้

ออกหมายสามีตุรกีสาวพังงา

ด้าน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร. และโฆษกตร. กล่าวว่า ล่าสุดศาลจังหวัดมีนบุรีอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องอีก 1 ราย คือนายเอ็มระห์ ดาวูโตกลู ชาวตุรกี ในข้อหาร่วมกันมีซึ่งยุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้นายเอ็มระห์ เป็นสามีของน.ส.วรรณา ผู้ต้องหาตามหมายจับชาวไทยผู้ที่เช่าอพาร์ตเมนต์ย่านมีนบุรี ส่วนผลการตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องสงสัยที่จับกุมได้เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา พบตรงกับลายนิ้วมือแฝงในถังบรรจุอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุ ซึ่งพบในห้องพักหมายเลข 414 ภายในพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์ ย่านหนองจอก

โฆษก ตร.กล่าวอีกว่า จากข้อมูลของเจ้าหน้าที่ยืนยันได้ว่านายเอ็มระห์ เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุระเบิดแน่นอน ส่วนจะทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบระเบิดหรือนำระเบิดไปวางนั้น ต้องตรวจสอบโดยใช้พยานบุคคลและพยานหลักฐานมายืนยันอีกครั้ง เนื่องจากในที่เกิดเหตุพบลายนิ้วมือแฝงอยู่จำนวนมาก จึงต้องใช้เวลาในการเปรียบเทียบ

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวต่อว่า ผู้ที่ถูกออกหมายจับรายล่าสุดนั้น ถือเป็นผู้อยู่ในขบวนการก่อเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ โดยพบว่า 2 สามีภรรยาคือ นายเอ็มระห์ และน.ส.วรรณา ได้เดินทางออกนอกประเทศไปพร้อมกัน แต่จะอยู่ด้วยกันหรือไม่ยังไม่มีอะไรยืนยัน ส่วนคำให้การของชายต่างชาติที่จับได้บริเวณด่านชายแดน จ.สระแก้ว ที่มีกระแสข่าวระบุว่ายอมรับสารภาพแล้วว่าอยู่ในที่เกิดเหตุนั้น ตอนนี้ยังไม่ทราบ ต้องตรวจสอบอีกครั้ง โดยขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ในการควบคุมของทหาร ซึ่งตอนนี้มีการออกหมายจับทั้งสิ้น 8 หมาย และคาดว่าจะมีการออกหมายจับเพิ่มเติมอีก

“ตำรวจได้ประสานไป ยังเจ้าหน้าที่ทูตประเทศ ที่น.ส.วรรณาอยู่ แต่ล่าสุดยังไม่ได้ติดต่อกลับมา หากติดต่อมาตำรวจก็จะประสานขอให้ทางการบินไทยช่วยเหลือด้านการเดินทางกลับ ประเทศไทย” โฆษกตร.กล่าว

โฆษกตร.รับพบสูตรทำบึ้ม

เมื่อ ถามถึงกรณีญาติน.ส.วรรณา สงสัยในการออกหมายจับ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า การออกหมายจับเป็นไปตามขั้นตอนการสืบสวน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบว่าน.ส.วรรณา เป็นผู้เช่าห้องพัก และปรากฏว่าในห้องดังกล่าวเพื่อนสามีเข้ามาอยู่ และเพื่อนสามีก็มีระเบิดในครอบครอง จึงสันนิษฐานว่าน.ส.วรรณาต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ว่าการให้สัมภาษณ์ของน.ส.วรรณา ผ่านสื่อมวลชนจะปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องก็ตาม แต่ถึงอย่างไรก็สามารถเข้ามาต่อสู้คดีตามขั้นตอนทางกฎหมายได้ แต่ตอนนี้ยังไม่ยืนยันว่าน.ส.วรรณาจะกลับมาต่อสู้คดี เพราะติดต่อผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียกับเจ้าหน้าที่ จึงไม่ค่อยแน่ชัด โดยตอนนี้ระบุว่าขอคิดดูก่อนว่าจะเข้ามาเมื่อใด เมื่อทางการออกหมายจับสามีด้วย น.ส.วรรณาอาจต้องคิดใหม่ก็ได้

เมื่อ ถามว่าผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมที่จ.สระแก้ว เจ้าหน้าที่พบสูตรการประกอบระเบิดชนิดเดียวกับที่ก่อเหตุ พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า เท่าที่ดูมีสารหลายตัว ซึ่งอาจไม่ได้เป็นสารผิดกฎหมาย แต่เป็นสารที่สามารถนำมาประกอบหรือใช้เป็นวัสดุที่เพิ่มความไวต่อการติดไฟ หรือใช้เป็นเชื้อปะทุหรือใช้แทนเชื้อปะทุในการขยายการระเบิดได้ ต้องรอให้ผู้ชำนาญทำการวิเคราะห์และสรุปเป็นลายลักษณ์อักษร คาดว่าผู้ต้องสงสัยน่าจะมีความรู้ด้านนี้ จะได้เปิดเผยเป็นทางการอีกครั้ง

เมื่อ ถามว่าเชื่อมโยงอุยกูร์หรือไม่ พล.ต.ท. ประวุฒิกล่าวว่า เจ้าหน้าที่รัฐยังไม่อยากสรุปว่าเป็นกลุ่มไหน แต่ถือเป็นกลุ่มหนึ่งที่เป็นขบวนการนำคนเข้ามาและเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น โดยผิดกฎหมาย มีทั้งคนไทยร่วมกับชาวต่างชาติในขบวนการนี้ แต่ตอนนี้ เจ้าหน้าที่มั่นใจว่าเกี่ยวข้องในขบวนการก่อเหตุแน่ ไม่เป็นคนประกอบระเบิดก็เป็นผู้นำระเบิดไปวาง ส่วนการระบุสัญชาตินั้นต้องรอให้ประเทศที่เกี่ยวข้องยืนยัน ต้องใช้เวลาสอบถาม อาจมี 2-3 ประเทศ

ผลลายนิ้วมือตรงกับในรังระเบิด

วัน เดียวกัน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช. พร้อมด้วยพล.ต.ท.ประวุฒิ ร่วมแถลงการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์คสช. โดยพล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวถึงคดีระเบิดว่า จากกรณีควบคุมตัวชายต่างชาติผู้ต้องสงสัย ซึ่งพยายามเดินทางออกนอกประเทศไทยโดยช่องทางธรรมชาติ บริเวณบ้านป่านไร่ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 1 ก.ย.นั้น จากผลการสืบสวนขยายผลพบว่าตรงกับผลการสืบสวนที่ผ่านมาว่าชาย ผู้นี้มีความสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องร่วมกับ ผู้กระทำผิดในการลักลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร

พล.ต.ท. ประวุฒิกล่าวอีกว่า โดยในวันนี้ผลจากการตรวจสอบลายพิมพ์นิ้วมือที่ส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานตรวจ สอบได้ผลออกมาแล้วพบว่า ชายคนดังกล่าวมีลายพิมพ์นิ้วมือเดียวกันกับลายนิ้วมือที่อยู่บนขวดบรรจุสาร ระเบิดภายในห้องพัก 414 อพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอก สามารถยืนยันได้ว่าชายคน ดังกล่าวมีส่วนเกี่ยวข้องกับระเบิด โดยอาจเป็นคนนำระเบิดออกจากห้องหรืออาจนำระเบิดไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งการสืบสวนกำลังดำเนินการกับวัตถุพยานหรือข้อมูลทางชีวภาพที่เก็บได้ใน ที่เกิดเหตุ ส่วนการออกหมายจับชาย 3 คนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่เผยแพร่ไปแล้วนั้น ตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ในผู้ต้องสงสัยที่อยู่กลุ่มเดียวกันทั้ง หมดที่พักในอาคารพูลอนันต์อพาร์ตเมนต์

“ขอความร่วมมือชาย เสื้อสีฟ้าที่ถ่ายรูปเพื่อน โดยหันมุมกล้องดังกล่าว คาดว่าน่าจะถ่ายรูปติดชายต้องสงสัยที่ใส่เสื้อสีเหลือง ซึ่งน่าจะเห็นภาพได้ชัดเจน หากใครรู้จักก็ขอความร่วมมือให้ติดต่อเจ้าหน้าที่โดยด่วน ซึ่งข้อมูลทุกอย่างจะเก็บเป็นความลับ” โฆษกตร.กล่าว

ที่ กระทรวงการต่างประเทศ จากที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่าน.ส.วรรณา จะติดต่อเข้ามอบตัวกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา ประเทศตุรกีนั้น นายธฤต จรุงวัฒน์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงอังการา กล่าวว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ ยังไม่ได้รับการติดต่อจากน.ส.วรรณา แต่อย่างใด

บิ๊กตู่ทุ่มรางวัลให้ทหารจับกุม

ที่ เทศบาลนครแม่สอด จ.ตาก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดว่า ผลการสอบสวนจะรู้ต้นสายปลายเหตุของผู้ก่อเหตุ ตำรวจจะต้องสอบสวน ถ้ายังสืบไม่ถึงแล้วเขายังไม่ตอบ จะให้ทำอย่างไร หรือจะให้ไปซ้อม รัดคอ บีบคอเขาหรืออย่างไร ระหว่างนี้ตำรวจกำลังสอบด้วยมาตรการที่เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งเวลานี้เขาปฏิเสธไม่ได้ จากหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ดีเอ็นเออะไรต่างๆ และตำรวจก็แถลงแล้วว่าคนที่จับได้ยังไงก็ต้องเกี่ยวข้องกับระเบิดที่แฟลต เพราะดีเอ็นเอติดอยู่แต่จะโยงไปตรงเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ หรือไม่ ตำรวจกำลังสอบต่อ

“ถ้าอยากให้การสอบสวนเสร็จเร็ว ไปดูหนังเรื่องซีเอสไอ จับผู้ร้ายได้หมด ทุกอย่างจะทำได้หมด โธ่… ต่างชาติยังทำไม่ได้ กี่คดีที่ยังจับไม่ได้ ทำไมไม่ดูเขาบ้างมันก็ธรรมดา เครื่องมือเราทันสมัยหรือยัง เราก็พยายามพัฒนาประสิทธิภาพอยู่นี่ไง ฉะนั้นขอให้ช่วยกัน อย่าติติงกันมากนักอย่าใจร้อน วันนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์ทุกวัน ทุกช่องโอ้ มันเก่งกว่าตำรวจอีก ไอ้นั่นต้องอย่างนี้สงสัยอย่างนั้น ทำไมไม่เป็นตำรวจซะ แต่มาเป็นพิธีกร วิเคราะห์กันเป็นบ้าเป็นหลัง ทำให้สังคมสับสน ตำรวจมีวิธีการสอบสวนอยู่ จะเชื่อมโยงยึดโยงด้วยสาเหตุอะไร อย่าเพิ่งไปสรุปมากนัก” นายกฯ กล่าว

ผู้ สื่อข่าวถามว่าในจุดผ่านแดนต่างๆ จะต้องมีการจัดระเบียบใหม่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กำลังจัดระเบียบอยู่ ต้องมีมาตรการเครื่องไม้เครื่องมือเพิ่มเติมและทำด่านใหม่ หากแรงงานจะเข้ามาในประเทศไทย ต้องผ่านระบบการตรวจสอบ ตรงนี้อาจเป็นแหล่งผลประโยชน์ วันนี้ได้สั่งไปแล้ว ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนั้นเจ้าหน้าที่ต้องโดนย้ายแล้วทำโทษทันที

ผู้ สื่อข่าวถามว่าตำรวจมีเงินรางวัลนำจับ แล้วทหารที่มาร่วมจับจะมีการพิจารณาให้เงินรางวัลด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ต้องดูเรื่องงบประมาณ บางทีไม่ได้ เงินรางวัลดังกล่าวไม่ใช่ของตำรวจทั้งหมด แต่เป็นนักธุรกิจให้มา แต่ทหารไม่ค่อยมีเพื่อนแบบนั้น ทหารจน ถ้าหัวหน้าชุดทหารที่ร่วมปฏิบัติการกับตำรวจซึ่งรู้จักกันมานาน อยากได้เงินรางวัลให้มาเอากับตน จะให้สักก้อนสักมัดนึง

ตร.เร่งเช็กประวัติสามีสาวพังงา

ส่วน ที่จ.พังงา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก น.ส.วรรณา ถูกออกหมายจับ เนื่องจากต้องสงสัยพัวพันการวางระเบิดแยกราชประสงค์ ทำให้ถูกเพื่อนบ้านและสังคมออนไลน์กล่าวหาพาดพิง ส่งผลให้ญาติพี่น้องถูกเรียกไปสอบสวนและเกิดความไม่สบายใจ โดยเฉพาะมารดาของน.ส.วรรณา ทำให้ญาติต้องออกมาร้องขอความเป็นธรรมกับสังคม

น.ส.สุดา สวนสัน พี่สาวน.ส.วรรณา ยอมรับว่ามีการติดต่อพูดคุยกับน้องสาวที่อยู่ประเทศตุรกีตลอดเวลา และพร้อมเดินทางกลับมามอบตัวกับตำรวจ ซึ่งได้ติดต่อกับตำรวจแล้ว แต่ที่ยังไม่สามารถเดินทางกลับได้ เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรม เชื่อว่า น.ส.วรรณา จะกลับเข้ามามอบตัวภายในสัปดาห์หน้าแน่นอน

นอกจากนี้ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพังงา เดินทางมายังบ้านพักของน.ส.วรรณา ในอ.คุระบุรี เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมสามีของน.ส.วรรณา ขณะเข้ามาพักอาศัยอยู่ในจ.พังงา เนื่องจากพบเดินทางไปต่อ วีซ่าที่จ.สระแก้ว ก่อนมาขอขยายเวลาอยู่ต่อในจ.พังงาอีก 30 วัน และเดินทางกลับประเทศตุรกี

ควานเพิ่มมือรีโมตกดบึ้ม

รายงาน ข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบหาวิธีการจุดชนวนระเบิด บริเวณแยกราชประสงค์ โดยจากการตรวจสอบพบระเบิดทำงานอย่างครบวงจร ทำให้อานุภาพการทำลายล้างสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง ในตอนแรกเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีคาดว่ามือระเบิดอาจใช้วิธีการประกอบด้วย การใช้นาฬิกาตั้งเวลา ก่อนให้ชายเสื้อเหลืองนำระเบิดที่ซุกในกระเป๋าสะพายมาวางไว้ภายในศาลท้าว มหาพรหม แต่เมื่อตรวจสอบรอบจุดเกิดเหตุไม่พบแผงวงจร ต่อมาชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นภายในอพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอกและมีนบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสสำคัญของการจุดชนวนระเบิด เมื่อพบรถบังคับวิทยุอยู่ภายในห้องพักหลายคัน จึงคาดว่าการจุดชนวนระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์ กลุ่มคนร้ายใช้วิธีจุดชนวนด้วยรีโมต โดยใช้อุปกรณ์จากรถบังคับวิทยุ

ตอน นี้ชุดคลี่คลายคดีกำลังเร่งย้อนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาเกิดเหตุอีก ครั้ง เพื่อแกะรอยหาบุคคลต้องสงสัยเพิ่มเติมอีกคน นอกเหนือไปจากชายเสื้อเหลืองที่นำระเบิดมาวางไว้ โดยพุ่งเป้าไปยังบุคคลที่ท่าทางมีพิรุธหรือมีท่าทางคล้ายกำลังกดรีโมตในช่วง นาทีก่อนเกิดเหตุ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้ที่ชายต้องสงสัย ซึ่งถูกจับกุมบริเวณด่านชายแดน อ.อรัญประเทศ อาจเป็นผู้ทำหน้าที่ประกอบระเบิดหรือเป็นผู้กดรีโมตจุดชนวนระเบิดก็เป็นได้ แต่ต้องรอผลการตรวจดีเอ็นเอมาเทียบเคียงยืนยันอีกครั้ง

รายงาน ข่าวแจ้งอีกว่า จากแนวทางการสืบสวนยังทราบอีกว่า การก่อเหตุลอบวางระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์และสะพานสาทร พบมีแกนนำชาวอุยกูร์ที่เคลื่อนไหวและบุกทำลายสถานกงสุลไทยในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งไม่พอใจรัฐบาลไทยส่งตัวชาวอุยกูร์ 109 คนให้ทางการจีน เข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนขยายผล

คุมหนุ่มนราฯสอบเพิ่ม

รายงาน ข่าวแจ้งด้วยว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดพิเศษในพื้นที่จ.ยะลา และจ.นราธิวาส ได้รับการประสานจากหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 36 ในการส่งตัวบุคคลต้องสงสัย 1 ราย ทราบชื่อนายกามารุเด็ง สาเหาะ อายุ 38 ปี ชาว อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัย เนื่องจากตรวจสอบพบความเชื่อมโยงในการใช้โทรศัพท์ติดต่อกับน.ส.วรรณา เจ้าหน้าที่จึงอาศัยอำนาจตามพ.ร.บ.กฎอัยการศึก ส่งตัวมาฝากควบคุมที่หน่วยซักถาม กรมทหารพราน 46 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมือง จ.นราธิวาส จากนั้นส่งตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาสอบสวนต่อที่มทบ.11 โดยเตรียมเชิญล่ามภาษายาวีมาช่วยแปลภาษาด้วย

source :- http://www.khaosodonline.com/view_newsonline.php?newsid=1441247257

 

หนุ่มจยย.รับจ้างแฉมือระเบิดคุยมือถือตอนซ้อนท้าย แต่ไม่ใช่ภาษาไทย

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ชุดสืบสวนเชิญตัวนายเกษม (ขอสงวนนามสกุล) วินรถจักรยานยนต์รับจ้างที่รับส่งผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดศาลพระพรหมเอราวัณมาสอบปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร โดยเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง เพื่อหาเบาะแสเส้นทางการหลบหนีของผู้ต้องสงสัย

โดยยืนยันว่าภายหลังจากระเบิดเกิดขึ้นชายต้องสงสัยก่อเหตุ เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างจากวินซอยมหาดเล็กหลวง พูดเป็นภาษาอังกฤษสั้นๆ “ลุมพินีปาร์ก” ให้ไปส่ง ก่อนลงเยื้องกับหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 จากนั้นเดินหายไปบริเวณถนนสารสินบริเวณประตู 5 สวนลุมพินี ขณะนี้ทางชุดสืบสวนยังอยู่ระหว่างการไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด


นอกจากนี้ พยานให้การว่า ระหว่างนั่งซ้อนท้ายนั้น ผู้ต้องสงสัยใช้โทรศัพท์แต่ไม่ทราบว่าพูดภาษาอะไร ส่วนจากนั้นนั่งรถแท็กซี่ต่อไปเลยหรือไม่ คนขับรถจักรยานยนต์ให้การว่านั่งรถแท็กซี่ ได้ยินว่าจะไปสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ทางชุดสืบสวนยังไม่ปักใจเชื่อ กำลังไล่ตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบสวนลุมพินีทั้งหมด ส่วนรถตุ๊กตุ๊กที่รับมาส่งจุดเกิดเหตุนั้น ยังไม่ทราบว่ามาจากไหน อยู่ระหว่างติดตาม

source : http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1440056262

คสช.และตำรวจสรุประเบิดราชประสงค์ทำเป็นขบวนการ ไม่โยงก่อการร้ายสากล

คสช.และตำรวจสรุประเบิดราชประสงค์ทำเป็นขบวนการ ไม่โยงก่อการร้ายสากล เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนให้เบาะแสเพิ่มเติม อีกด้านไทยขอความร่วมมือตำรวจสากลแล้ว

พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคสช.แถลงวันนี้ 20 ส.ค.ว่า การลงมือวางระเบิดนั้นกระทำกันอย่างเป็นขบวนการ คสช.สรุปผลการพิจารณาบวกกับการร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองของประเทศอื่นๆมีความเห็นตรงกันว่า เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกี่ยวโยงกับการก่อการร้ายสากล รวมทั้งเชื่อว่าไม่ใช่เป็นการลงมือต่อนักท่องเที่ยวชาวจีนโดยตรงด้วย

นอกจากนี้คสช.ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้ช่วยให้ข้อมูลและเบาะแสเพิ่มเติม พ.อ.วินธัยระบุว่า เจ้าหน้าที่เตรียมยกระดับการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดผู้ที่โพสต์ภาพหรือข้อความในลักษณะที่ผิดกฎหมาย ก่อกวนสร้างความสับสนหรือตื่นตระหนก เนื่องจากเมื่อวานนี้มีข่าวลือจนทำให้มีการส่งเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าตรวจสอบบีทีเอสนานาในช่วงบ่าย แต่ก็พบว่าเป็นเพียงข่าวลือที่สร้างความแตกตื่นเท่านั้น

ในส่วนของผู้บาดเจ็บเสียชีวิตนั้น กลุ่มที่ยังรักษาตัวในโรงพยาบาลที 67 คน ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว 56 คน และในส่วนของผู้เสียชีวิต 20 คนนั้น ได้มีการเยียวยาไปแล้ว 9 ราย อย่างไรก็ตามยังมีผู้เสียชีวิตอีกสองรายที่ยังพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์ไม่ได้

ทางด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ไทยได้ขอความช่วยเหลือจากตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลให้ช่วยติดตามตัวผู้ต้องสงสัยแล้ว โดยได้ส่งต่อภาพจากกล้องวงจรปิดไปให้ รอยเตอร์อ้างรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุว่า เจ้าหน้าที่ไทยไม่ตั้งเป้าหมายจำเพาะเจาะจงว่าผู้ต้องสงสัยจะเป็นคนชาติหนึ่งชาติใด

อีกด้าน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วงกล่าวถึงเรื่องผู้ลงมือว่า จากภาพผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้วางระเบิดและสนับสนุนรวมแล้วสามคนที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดนั้น ยังไม่อาจยืนยันได้ว่าเป็นชาวต่างชาติหรือไทย แม้ว่าจะมีพยานได้ยินว่าชายเสื้อเหลืองในภาพจากกล้องวงจรปิดใช้ภาษาต่างประเทศในการสื่อสารกับคนขับรถรับจ้างก็ตาม เช่นเดียวกันกับชายใส่เสื้อแดงและสีขาวซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัว

พล.ต.อ.สมยศชี้ว่าเจ้าหน้าที่ยังเชื่อมั่นว่าคนลงมือยังอยู่ในประเทศไทย พร้อมกับแสดงความเป็นห่วงว่าอาจถูกฆ่าตัดตอนได้ อย่างไรก็ตามผบ.ตร.ระบุว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุกระทำกันอย่างเป็นกระบวนการและเชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 คน และเชื่อว่าต้องมีคนไทยเกี่ยวข้องด้วยเพราะพบว่าการหลบหนีมีการวางแผนการใช้เส้นทางอย่างดี

ส่วนเรื่องของระเบิดที่สาทรจะเชื่อมโยงกันหรือไม่ยังต้องตรวจสอบต่อไป พล.ต.อ.สมยศยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดๆออกไปในการสืบสวนไม่ว่าเรื่องของการสร้างสถานการณ์หรือการก่อการร้าย

ช่วงเช้าวันนี้พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผบ.ตร.ยังได้เข้าไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่โรงแรมเอราวัณด้วย วิทยุวสพ.เอฟเอ็ม 91 ยังรายงานด้วยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอความร่วมมือจากผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุเข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมโดยเฉพาะคนขับรถตุ๊กๆ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งค่าตอบแทนไว้ 30,000 บาทสำหรับการให้ข้อมูลพร้อมรับปากจะช่วยรักษาความปลอดภัยให้ด้วย

 

พยานแฉยิบเส้นทางหนี หนุ่มหิ้วเป้ หลังบึ้มเผ่นไปสนามบิน จยย.ส่งเกสต์เฮ้าส์ก่อน!

ถ้าไอ้เสื้อเหลืองเป็นคนอิหร่าน พวกเดียวกันกับคนที่ทำระเบิดหลุดมือที่สุขุมวิท 55 แสดงว่า คนระเบิดศาลพระพรหมเป็นอิหร่านเสรี ที่ต่อต้านรัฐบาลอิหร่าน แล้วไปเป็นสายลับให้กับมอตสาด ที่อิสราเอลฝึกให้ทำงานเพื่อดิสเครดิตโลกอิสลาม เป็นฝ่ายตรงข้ามกับอุยกูร์…แต่เป็นอันเดียวกันกับ ซีไอเอของเมกา…ทีนี้ก็จะยุ่งกันใหญ่ ไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว

@ บก.สส.งัดเทคนิคไล่ล่าคนร้าย

ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ถนนพญาไท พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. เรียกตัวแทนจากกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กองบังคับการสืบสวนสอบสวน (บก.สส.) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) บช.น. กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐ.) เพื่อหาชนิดวัตถุระเบิดและการสืบสวนติดตามหาตัวคนร้าย โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าสังเกตการณ์ภายในห้องประชุม โดยที่ประชุมต้องการให้เร่งสรุปหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยเฉพาะการสืบสวนด้านเทคนิค อาทิ การติดตามไล่ภาพกล้องวงจรปิดหาบุคคลต้องสงสัยบริเวณโดยรอบทั้งหมด การหาข้อมูลกลุ่มชาวต่างชาติต้องสงสัย โดยเฉพาะชาวตะวันออกกลาง เนื่องจากพบภาพชายต้องสงสัยมีลักษณะคล้ายคลึงกันกับคนสัญชาติดังกล่าว ไล่เช็กถิ่นที่อยู่อุยกูร์ ส่วนข้อมูลที่มีการตรวจสอบเพิ่มเติมนั้น จะมีการนำข้อมูลของถิ่นที่พักอาศัยของชาวตะวันออกกลาง โดยเฉพาะชาวอุยกูร์ ที่มีข้อมูลยืนยันเบื้องต้นว่าอยู่บริเวณย่านนานา ซอย 3, 5, 9, 11 รวมถึงตรวจสอบชนิดดินปืนของวัตถุระเบิด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร แต่มีการสืบค้นข้อมูลคดีเก่าที่เกี่ยวข้องกับระเบิดที่ผ่านมา

@ ตามหาตุ๊กตุ๊ก-จยย.รับจ้าง

รายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวนรวบรวมข้อมูลคดีระเบิดพบลักษณะเหตุระเบิดคล้ายกับที่ศาลท้าวมหาพรหมคือ เหตุระเบิดที่ท่าน้ำสาทรที่เพิ่งเกิดเหตุระหว่างประชุม และเหตุระเบิดซอยสุขุมวิท 55 ซึ่งคนร้ายเป็นชาวอิหร่าน เนื่องจากลักษณะระเบิดคนร้ายใช้ลูกปลายใส่ทำเป็นสะเก็ดระเบิด เชื่อการประกอบระเบิดน่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายชาวตะวันออกกลาง

ข่าวแจ้งว่า ในที่ประชุมสั่งการฝ่ายสืบสวนติดตามหาคนขับรถตุ๊กตุ๊กส่งคนร้าย และคนขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งคนร้ายหลังก่อเหตุ ล่าสุด จากการสอบสวนพยานทราบว่ามือวางระเบิดก่อเหตุแล้วขึ้นรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง-ดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน จากการตรวจกล้องวงจรปิดพบหลบหนีไปลงที่ซอยสีลม 9 จากนั้นโดยสารรถแท็กซี่ไปสนามบินดอนเมือง ชุดสืบสวนทราบตัวโชเฟอร์แท็กซี่แล้ว กำลังติดตามมาให้ปากคำแล้ว

@ สอบพยานชี้พูดอังกฤษเป็นคำๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้นำผู้ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างที่รับชายเสื้อเหลืองไปจากราชประสงค์ ได้ข้อเท็จจริงว่า ชายดังกล่าวให้ไปส่งที่ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ โดยใช้เส้นทางสีลม ศาลาแดง แล้วไปลงที่ซอยแห่งหนึ่งที่มีเกสต์เฮาส์หรือโรงแรมอยู่ โดยชายดังกล่าวใช้ภาษาอังกฤษ แต่พูดด้วยคำสั้นๆ นอกจากนี้ยังสอบพยานอีกรายที่ให้การว่า หลังจากนั้นพบว่าชายดังกล่าวเรียกแท็กซี่ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ชุดสืบสวนนำกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุมาตรวจสอบ พบว่ามีชายคนหนึ่งลุกขึ้นจากเก้าอี้ก่อนที่ชายเสื้อเหลืองที่ลงมือก่อเหตุจะนั่งเก้าอี้แทน ทางฝ่ายสืบสวนกำลังตรวจสอบบุคคลตามภาพวงจรปิดดังกล่าวเพื่อนำมาสอบสวนหารายละเอียดต่อไป

source :- FB &   http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1439954487

อัพเดต รายชื่อและรายละเอียดผู้เสียชีวิต 20 ราย เหตุระเบิดราชประสงค์

รายชื่อผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์วางระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์ จากสถาบันนิติเวชวิทยา อัพเดตวันที่ 19 ส.ค.

สัญชาติไทย

1. น.ส. สุดชาดา นิสีดา สัญชาติไทย อายุ 32 ปี ชาวอ.เชียงคาน จ.เลย พนักงานธนาคารในกรุงเทพฯ
2. น.ส.วราภรณ์ ช่างทำ สัญชาติไทย อายุ 45 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว
3. นายยุทธณรงค์ สิงห์รอ สัญชาติไทย อายุ 38 ปี พนักงานบริษัท
4. นายสุวรรณ สัตย์มั่น สัญชาติไทย อายุ 30 ปี เจ้าหน้าที่ศาลพระพรหมเอราวัณ
5. น.ส.ปราณี สีสุวะ สัญชาติไทย อายุ 39 ปี พนักงานธนาคาร ชาวจังหวัดบึงกาฬ
6. น.ส.น้ำอ้อย แสงจัง อายุ 30 ปี ลูกครึ่งไทย-มูเซอ ทำงานขายของกิ๊ฟต์ช็อปย่านลาดกระบัง

สัญชาติมาเลเซีย (เป็นญาติกันหมด)

7. นางลิม ซอเส็ก Miss Lim Saw Sek สัญชาติมาเลเซีย (แม่ของครอบครัวนี้)
8. นายเนียว ไจจุน Mr.Neoh Jaijun สัญชาติมาเลเซีย อายุ 20 ปี นักศึกษา เรียนที่มหาวิทยาลัยไต้หวัน (ลูกชาย)
9. นายหลี เซียะเสียง Mr.Lee Tze Siang สัญชาติมาเลเซีย อายุ 33 ปี (ลูกเขย)
10. ด.ญ.หลี จินหยวน Lee Jin Yuan สัญชาติมาเลเซีย อายุ 4 ขวบ (หลาน)
สัญชาติอินโดนีเซีย
11. นางเลียว ไลจิง Mrs.Lioe Lie Tjing สัญชาติอินโดนีเซีย อายุ 61 ปี

สัญชาติจีนฮ่องกง
12. น.ส.ผัง หว่านฉี (อาร์คาเดีย) Miss Pang Wan Chee (Arcadia) สัญชาติฮ่องกง
13. น.ส.เฉิน อิงเยี่ยน (วิเวียน) Miss Chan Wingyan (Vivian) สัญชาติฮ่องกง

สัญชาติจีน
14. น.ส.เกา หยูจู Miss Gao Yu Zhu สัญชาติจีน
15. น.ส.เส้า ฉิง Miss Sao Qing สัญชาติจีน
16 นายตี้หวู เฉินกี Mr.Diwo Chengi สัญชาติจีน
17 นายหวัง ต้า Mr.Wang Da สัญชาติจีน

สัญชาติสิงคโปร์
18. นางหลิว รุ่ยชุม (เมลิสา) Mrs.Melisa Liu Rui Chum สัญชาติสิงคโปร์

สำหรับเหยื่ออีก 2 รายที่เหลือ

19. ชิ้นส่วนกะโหลก อยู่ระหว่างการตรวจสอบดีเอ็นเอ คาดว่าเป็นชาวมาเลย์ น้องสาวของนางลิม ซอเส็ก Miss Lim Saw Sek
20.ชิ้นส่วนลำตัวบน – ยังไม่มีผู้มาติดต่อ

 

สลดนักโบราณคดีอายุ 82 ถูกไอเอสจับตัดคอ เสียบประจานกลางเมือง

www_3345

บีบีซีรายงานเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ว่า กองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอส ก่อเหตุสังหารนายคาห์ล อัสซาด อายุ 82 ปี นักโบราณคดีชาวซีเรียผู้ดูแลซากโบราณสถานยุคโรมัน เมืองพัลไมรา ที่มีอายุมากกว่าพันปี ด้วยการตัดศีรษะเสียชีวิต จากนั้นถ่ายรูปเผยแพร่ออนไลน์

นายมามูน อับดุลคาริม ผู้อำนวยการฝ่ายโบราณสถานของประเทศซีเรีย เปิดเผยว่า นายอัสซาดทำงานที่เมืองพัลไมรา มานานกว่า 50 ปี ถูกจับเป็นตัวประกันหลังกลุ่มไอเอสเข้ายึดเมือง ก่อนถูกฆ่าในเวลาต่อมา ครอบครัวของนายอัสซาดเปิดเผยว่า หลังจากไอเอสตัดศีรษะนายอัสซาดแล้วยังนำร่างไปแขวนไว้บนเสาที่จตุรัสของเมือง และเขียนป้ายกำกับกล่าวหาว่านายอัสซาดเป็นผู้ภักดีกับประเทศซีเรีย เพราะเป็นตัวแทนของซีเรียไปประชุมที่ต่างประเทศกับพวกนอกรีต และยังระบุว่านายอัสซาดเป็นผู้อำนวยการฝ่ายโบราณสถานและโบราณวัตถุของพัลไมรา ซึ่งติดต่อกับภายนอก

“คิดดูเถิดว่านักวิชาการที่ทำงานเพื่อประวัติศาสตร์และสถานที่แห่งนั้น กลับต้องมาถูกตัดหัว อาชญากรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นที่เมืองพัลไมราเป็นเหมือนคำสาปและลางร้าย ในเสาทุกๆ ต้น และโบราณวัตถุทุกๆ ชิ้น” นายอับดุลคาริมกล่าว
ทั้งนี้ นายอัสซาดเป็นหัวหน้าของฝ่ายโบราณสถานผู้มีความรู้และเชี่ยวชาญมากที่สุดคนหนึ่ง ของเมืองพัลไมรา ซึ่งโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดแห่งหนึ่งในตะวันออกกลางที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก

เมืองพัลไมราถูกกลุ่มไอเอสยึดครองเมื่อวันที่ 21 พ.ค. ก่อให้เกิดความวิตกจากนานาชาติเกี่ยวกับชะตากรรมของอารยธรรมทางประวัติศาสตร์ แม้ว่าโบราณสถานส่วนใหญ่ของเมืองนี้ยังไม่ถูกทำลาย แต่โบราณวัตถุที่หลงเหลือในเมืองก็ถูกไอเอสทำลายไปแล้ว

รวบชายต่างชาติ คล้ายคนร้ายมือระเบิดราชประสงค์ พิรุธ พกพาสปอร์ต2เล่ม

จนท.ท่าอากาศยานดอนเมือง รวบ ชายชาวต่างชาติต้องสงสัย มีหน้าตามีส่วนคล้ายคนร้ายในภาพสเก็ตซ์ เหตุระเบิดแยกราชประสงค์ คาสนามบินดอนเมือง พบพิรุธถือพาสปอร์ต 2 เล่ม เร่งนำตัวไปสอบสวน
วันที่ 19 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนท.ท่าอากาศยานดอนเมือง ควบคุมตัว จับกุมชายต้องสงสัยรายหนึ่ง ได้ที่สนามบินดอนเมือง ซึ่งชายคนดังกล่าว มีใบหน้า มีลักษณะคล้ายคลึงกับคนร้ายในภาพสเก็ตช์ ที่ก่อเหตุวางระเบิดแยกราชประสงค์ หน้าศาลท้าวมหาพรหม จนมีผู้เสียชีวิตทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติถึง 20 ราย มีผู้บาดเจ็บถึง 123 คน เมื่อคืนวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ชายชาวต่างชาติคนดังกล่าว มีพิรุธ คือ ถือ พาสปอร์ต 2 เล่ม ซึ่ง ขณะนี้จนท.กำลังดำเนินการ การสอบสวนหาข้อเท็จจริง
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับคำยืนยัน จากแหล่งข่าวระดับสูง ในท่าอากาศยานดอนเมือง แจ้งว่า จนท.ท่าอากาศยานดอนเมืองได้ปล่อยตัวชายชาวต่างชาติ สัญชาติ ฝรั่งเศส-สวิสเซอร์แลนด์ ที่มีลักษณะใบหน้าคล้ายคลึงกับภาพสเก็ตซ์มือระเบิดแยกราชประสงค์ แล้ว เนื่องจากไม่ใช่คนร้ายแต่เพียงมีใบหน้าใกล้เคียงกันเท่านั้น โดยชาวต่างชาติรายนี้ได้ขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศไทยแล้ว
www_3327x

“วัฒนา”ประชดกลับ! คสช.สุดให้เกียรติ แฉ เหตุการณ์ขณะทหาร บุกบ้าน

www_2850

เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม นายวัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย(พท.) แสดงความคิดเห็นพร้อมเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดโต้ตอบ คสช.หลังอ้างถูกคุกคามว่า ข้อมูลที่ คสช.ต้องการ ตามที่พ.อ.วินธัยสุวารี โฆษก คสช.แถลงตอบกรณีผมถูกทหารคุกคามว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติอย่างให้เกียรติ เป็นลักษณะการเข้าไปประสานงานพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็น′ แต่ดูหลักฐานจากกล้องวงจรปิดแล้วช่วยตอบและยืนยันให้ประชาชนทราบอีกครั้งว่า

1.การใส่ชุดพรางบุกเข้าไปในหมู่บ้านพร้อมกำลังอาวุธครบมือเพื่อถ่ายรูปทำแผนที่สถานที่อยู่อาศัยโดยไม่ขออนุญาตเจ้าของบ้านคือการปฏิบัติแบบให้เกียรติของคสช

2.ส่วนการไปครั้งที่สองในชุดนอกเครื่องแบบเพื่อถามข้อมูลการเดินทางเข้าออกหมู่บ้านของผมก็คือการประสานงานและแลกเปลี่ยนความเห็นของคสช

3.วิธีการประสานงานพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของ คสช.คือการไปพูดคุยขอข้อมูลจาก รปภ แต่ไม่เคยคุยหรือแจ้งให้ผมซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลทราบ

4. ข้อมูลและความเห็นที่ คสช.ต้องการทราบคือความเคลื่อนไหวของผมเกี่ยวกับเวลาเข้าออกบ้าน

5. ผมเห็นว่าข้อมูลทั้งหมดที่ คสช ต้องการและวิธีการให้ได้มาซึ่งข้อมูลคล้ายกับที่พวกมิจฉาชีพทำและใช้ในการทำงาน นี่คือข้อมูลที่ คสช ต้องการโดยการประสานงานพูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างให้เกียรติหรือครับ

source _ http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1439632830

ศาลอาญาสั่งพิพากษาจำคุกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ 2 ปี

 

ศาลอาญาสั่งพิพากษาจำคุกนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา ฐานสั่งโยกย้ายอย่างไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในระหว่างอยู่ในตำแหน่งคดีนี้ พ.อ.ปิยะวัฒน์ กิ่งเกตุ ฟ้องร้องนายธาริต และนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ อดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่า บุคคลทั้งสองได้ร่วมกันออกคำสั่งโยกย้าย พ.อ.ปิยะวัฒน์ อดีตผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ไปเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะคดี ซึ่งเป็นตำแหน่งในระดับต่ำกว่า ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย
คดีนี้เดิมศาลอาญาไม่รับฟ้อง แต่ต่อมาศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลอาญารับพิจารณา วันนี้ศาลอาญาพิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องการโยกย้ายหนนี้ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของสำนักงานข้าราชการพลเรือนได้ลงความเห็นไปแล้วว่า การออกคำสั่งดังกล่าวถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนั้นศาลยังเห็นว่าการออกคำสั่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการสั่งสำนวนคดีหลายคดี โดยเฉพาะคดีแชร์สลากกินแบ่งรัฐบาลที่มีออกมาในเวลาใกล้เคียงกัน จึงเชื่อว่าการเสนอย้ายมาจากความขัดแย้งในการทำหน้าที่ ศาลตัดสินว่าการออกคำสั่งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้ลงโทษจำคุกนายธาริต 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ส่วนนายชาญเชาวน์ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากลั่นแกล้งนั้น ศาลเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานพอจึงให้ยกฟ้อง

หลังจากนั้นนายธาริตได้ยื่นประกันตัวไปโดยใช้หลักทรัพย์ 200,000 บาท

เส้นตาย!30ม.ค.”สรยุทธ์”รายงานตัวพลิ้วเจอหมายจับ

zzzz_733

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า นายภักดี โพธิศิริ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการเรียกตัว นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ชื่อดัง กรรมการบริษัทไร่ส้ม พร้อมพวก ที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินค่าโฆษณาบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 138 ล้านบาท ว่า ขณะนี้ได้ส่งหนังสือเรียกตัวผู้ถูกกล่าวหาเพื่อนัดให้ผู้ต้องหามาพบและนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลตามขั้นตอนต่อไป

โดยนายภักดี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้ส่งหนังสือนัดประสานส่งตัวให้กับอัยการสูงสุด (อสส.) แล้ว ในวันที่ 30 มกราคม 2558 และถ้าหากไม่มารายงานตัวตามนัด จะขอให้ศาลพิจารณาออกหมายจับต่อไป