“พัน ศักดิ์”โพสต์เปรียบ”จำนำข้าว”กับ”ปรส.” คือช่วยเศรษฐีกับเกษตรกร

z_470x1880“พัน ศักดิ์”โพสต์เปรียบ”จำนำข้าว”กับ”ปรส.” คือช่วยเศรษฐีกับเกษตรกรที่ต่างกันอย่างฟ้ากับดิน ยันจำนำข้าวชาวนาได้ประโยชน์ แค่ขาดทุนทางบัญชี เหตุยังข้าวในคลัง

นายพันศักดิ์ วิญญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีด้านนโยบายเศรษฐกิจ ในรัฐบาลพันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นถึงข้อกล่าวหาโครงการรับจำนำข้าว พร้อมตั้งหัวข้อว่าการช่วยเหลือเศรษฐีกับเกษตรกรต่างกันอย่างฟ้ากับดิน

โดยขณะนี้มีการกล่าวหาว่าโครงการประกันราคาข้าว เป็นโครงการประชานิยมและสร้างความเสียหายถึง 6 แสนล้าน กำลังลงโทษรัฐบาลและนักการเมืองที่กระทำการ ให้ต้องรับโทษจมธรณี และต้องมีการกำหนดมาตรการป้องกันมิให้เกิดขึ้นอีกตลอดกาล

นายพันศักดิ์ ชี้ว่า การประกันราคาข้าวเป็นมาตรการที่ยกระดับราคาข้าวสูงกว่าราคาตลาด ที่พ่อค้าส่งออก พ่อค้าคนกลาง โรงสี ได้รับส่วนแบ่งสูงกว่าชาวนาหลายพันและถึงหมื่นบาท

ขณะที่ชาวนาซึ่งเป็นคนปลูกและพัฒนาข้าว เป็นกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลตอบแทนต่ำที่สุดในระบบการค้าข้าว ทั้งภายในและต่างประเทศ ชาวนาต้องรับภาระปัจจัยการผลิต ทั้งทางตรงและทางอ้อมทุกด้าน

ตั้งแต่ค่าเช่าที่นา ค่าเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ค่าเช่ารถไถรถเกี่ยว ค่าตาก การเก็บในยุ้งฉาง และการแปรรูปในราคาตลาดที่นายทุนกำหนด รวมถึงความผันแปรลมฟ้าอากาศและธรรมชาติ

นายพันศักดิ์ โพสต์ต่อว่า ทุกประเทศที่ผลิตสินค้าการเกษตร มีมาตรการอุดหนุนช่วยเหลือเกษตรกรหลากหลายวิธี ที่สำคัญมีเป้าหมายที่จะให้เกษตรกรมีผลตอบแทนที่สามารถเลี้ยงตัวได้ และสามารถทำการเกษตรที่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้

อย่างประเทศญี่ปุ่นปิดตลาดภายในให้เกษตรกรมีรายได้เพียงพอที่จะพัฒนาคุณภาพ และสร้างมูลค่าเพิ่มได้โดยรัฐไม่ต้องอุดหนุนเพิ่มเติมอีก

การประกันราคาที่ผ่านมา ชาวนาได้รับประโยชน์สูงกว่าทุกมาตรการที่เคยกระทำ เป็นส่วนแบ่งที่สูงและจูงใจให้เพิ่มปริมาณการผลิตส่วนคุณภาพยังไม่มีการปรับ ปรุง ซึ่งเป็นจุดที่ควรมีการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ เป็นที่ประจักษน์ชัดเจน ว่าพ่อค้าข้าวทุกกลุ่มเสียประโยชน์ ขณะที่ผู้ส่งออกโวยวายมากที่สุด เพราะไม่สามารถกดราคารับซื้อตามที่เคยกระทำมาในอดีต ผู้ที่เอาเปรียบเดิมคือโรงสีและผู้ขายข้างถุงก็เสียประโยชน์

ชาวนาและเจ้าหนี้ชาวนาได้อานิสงฆ์การประกันเต็ม คลังเก็บข้าวที่ยังมีข้าวเต็มคลัง ยังมีประโยชน์เต็มที่ ที่อ้างว่าขาดทุนนั้น เป็นการขาดทุนทางบัญชี ไม่ใช่ขาดทุนจริง รัฐบาลยังมีข้าวอยู่เป็นทุน ไม่ได้หายไปไหน

โดยตลาดยังรู้ว่าไทยมีข้าวในช่วงที่อินเดียยุติการส่งออก เพราะมีปัญหาฝนแล้ง กระทบการผลิต จีนกับเวียตนามเจอวาตภัย การบริหารจัดการรักษาคุณภาพในคลัง เป็นภาระที่ใหญ่ แต่สามารถปรับปรุงแก้ใขได้

แต่ในส่วนใดที่มีการโกง การกระทำที่ทุจริต ก็ต้องมีการสอบสวนลงโทษกันไป ไม่ควรมาเหมาว่าการทำเช่นนี้เป็นความผิด เพราะผลประโยชน์เกิดแก่ชาวนาตาดำๆที่ถูกเอารัดเอาเปรียบมาจนทุกวันนี้ คสช.ประกาศช่วยไร่ละพันก็ช่วยธกส.และเจ้าหนี้เท่านั้น ชาวนาไม่ได้รับแม้แต่ค่าแรงขั้นต่ำ

ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจผู้นี้ ยังชี้ว่าควรเปรียบเทียบการช่วยเหลือสถาบันการเงิน นักธุรกิจ นายธนาคาร และผู้ฝากเงิน ตั้งแต่สมัยแชร์แม่ชม้อย และวิกฤตต้มยำกุ้ง ว่าการแก้ใขช่วยนายธนาคาร นักธุรกิจขนาดกลางและใหญ่ รวมทั้งผู้ฝากเงินทุกรายว่าเข้าข่ายประชานิยมหรือไม่

วิกฤตที่เกิดขึ้นทางการเงินที่เกิดในอดีต เกิดขึ้นจากการกล่าวหาของนักการเมือง โดยการนำข้อมูลที่เป็นความลับมาเปิดเผยในสภาฯอย่างผิดกฎหมาย จนประชาชนแตกตื่นไปถอนเงินอย่างล้นหลาม ลามไปจนรัฐบาลต้องออกมาประกันเงินฝาก

และต่อมาการเปิดเสรีทางการเงิน ที่ไม่มีมาตรการป้องกันที่ดีและรัดกุม เป็นผลให้มีการก่อหนี้ต่างประเทศอย่างไร้ขอบเขต และก่อให้เกิดการเก็งกำไรในที่ดินและค่าเงินบาท รวมทั้งการปล่อยเงินกู้ของบริษัทเงินทุนจนไม่สามารถชำระหนี้ได้

ความผิดพลาดดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายจากธนาคารแห่งประเทศไทย ผ่านกองทุนฟื้นฟูสถาบันการเงินๆ ควบคู่ไปกับการต่อสู้ป้องกันค่าเงินบาท ที่ไม่สำเร็จจนต้องปล่อยค่าเงินให้ลอยตัวและต้องยอมรับความช่วยเหลือจากกอง ทุนการเงินระหว่างประเทศ

ความเสียหายที่เศรษฐีหรือคนมีเงินเก็บฝากแบงค์ และเป็นนายทุนเล็กกลางและใหญ่ สร้างร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย มียอดรวม 1.4 ล้านล้านาบาท ที่คนไทยทุกคน โดยเฉพาะชาวนาและคนไทยจนๆทุกคน ต้องมาแบกรับ และคนเหล่านี้ไม่ได้รับผลตอบแทนแม้แต่บาทเดียว

ผลลัพธ์ต้มยำกุ้ง ผู้ที่ได้รับคือนายทุนเจ้าของธุรกิจ นายและเจ้าของธนาคาร ธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ยังร่ำรวยและมีภาพลักษณ์ที่ดี
องค์กรที่ได้ประโยชน์สูงสุด ที่ไม่มีผู้ใดคาดคิดหรือกล่าวถึงเลย คือ “สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์” ที่ประสบปัญหาทุกบริษัทที่ถือหุ้นอยู่ขาดทุนหมด

ยกเว้น 2 ธุรกิจขนาดเล็ก แม้บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด และธนาคารไทยพานิชย์ วิกฤตถึงขั้นล้มละลาย ทักษิณกู้กลับมาหมด โดยใช้กองทุนวายุภักษ์เข้าเพิ่มทุนและเมื่อแก้ใขได้ยังได้โอนหุ้นคืนตามเดิม โดยการแลกเปลี่ยนที่ดินแบบพิสดาร และไม่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท

ดังนั้นการแก้ปัญหาวิกฤติการของประเทศไทยสำหรับคนรวยกับคนจนนั้น ดูแล้วมีความแตกต่างกัน สำหรับคนรวยอะไรๆดูดีและเหมาะสม แต่สำหรับคนจนแม้จะใช้เงินน้อยกว่าและผลลัพธ์ดีกว่า กลับกลายเป็นการทุจริตเชิงนโยบายและประชานิยมที่ไม่ดี