กองปราบ-ทหาร รวบเลขาฯ ใต้ร่มพระบารมี หมิ่นเบื้องสูง

z_470x2106

นายทหารพระธรรมนูญ ร่วมกับ ตำรวจกองปราบปราม จับกุม เลขาธิการสำนักงานเทิดไท้องค์ราชัน  ตามกฎอัยการศึก หลังถูกกล่าวหา หมิ่นเบื้องสูง พร้อมของกลางทองคำหนัก 1 กิโลกรัม ขณะกำลังขับรถเก๋งหลบหนีไปต่างจังหวัด 

วันนี้ (17  พ.ย.) ที่ กองปราบปราม (บก.ป.)  พ.ท. บุรินทร์ ทองประไพ นายทหารพระธรรมนูญ (พล.ม.2) พ.ต.ท.นทธีฤทธิ์ หาญเสน่ห์ลักษณ์ พนักงานสอบสวน  กก.1 บก.ป. พร้อมตำรวจกองปราบปรามนำกำลังจับกุม นายชัยรินทร์ ขาวคม  เลขาธิการสำนักงานเทิดไท้องค์ราชัน ตามกฎอัยการศึก หลังถูกกล่าวหาหมิ่นเบื้องสูงตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ได้ที่ย่านบางรัก พร้อมของกลางทองคำหนัก 1 กิโลกรัม ขณะกำลังขับรถเก๋งหลบหนีไปต่างจังหวัด พร้อมทั้งจับกุม น.ส.พิชญากัญญ์ วิชัยดิษฐ์ อายุ 35 ปี พร้อมของกลางหนังสือเดินทางเล่มน้ำเงิน ปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมกระสุนจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้ที่ย่านลาดกระบัง

จากกรณีที่ หม่อมราชวงศ์สมลาภ กิติยากร อดีตประธานสำนักเลขาธิการเทิดไท้องค์ราชัน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ว่า นายชัยรินทร์ และ น.ส.พิชญากัญญ์    ได้นำชื่อสำนักงานไปแอบอ้างเพื่อหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง ตนจึงได้ลาออกจากประธานสำนักงานฯ แล้วเข้าแจ้งความดังกล่าว

โดยสืบสวนทราบว่า นายชัยรินทร์ กับพวก ได้นำสถาบันฯ ไปแอบอ้างทำโครงการหลายโครงการทั่วประเทศ เช่นไปขอใช้อาคารของ บริษัท กสท.โทรคมนาคม หรือแคทเทเลคอม นานเป็นเวลา 3 ปี โดยไม่จ่ายค่าเช่า หลอกลวงผู้อื่นว่าสามารถวิ่งเต้นโยกย้ายรัฐมนตรี / นายทหาร / นายตำรวจ และข้าราชการต่างๆ หลอกสร้างพระพุทธรูปทองคำที่ประเทศอินเดีย จัดงานการกุศลต่างๆ แอบอ้างขอถ้วยรางวัล รวมทั้งเปิดสถาบันสอนหลักสูตรปริญญาโท-ปริญญาเอก โดยที่กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้รับรอง ทั้งนี้ นายชัยรินทร์ ยังได้นำรถเก๋งมาทำเป็นรถนำขบวน แล้วทำเรื่องขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารมาดูแลความปลอดภัย และยังอ้างว่าสามารถขอหนังสือเดินทางเล่มน้ำเงินได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังทราบมาว่า นายชัยรินทร์ ยังเป็นเลขาธิการสำนักงานใต้ร่มพระบารมีอีกด้วย ซึ่งมีผู้เสียหายหลงเชื่อหลายราย มูลค่าความเสียหายทั้งหมดหลายพันล้านบาท ซึ่งเจ้าทุกข์อยู่ระหว่างเตรียมแจ้งความดำเนินคดีหลายราย โดยในส่วนของบริษัทแคทเทเลคอมนั้นมียอดความเสียหายเกือบ 30 ล้านบาท จะเข้าแจ้งความดำเนินคดี นายชัยรินทร์ กับพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ในวันพรุ่งนี้ ( 18 พ.ย.)

ทั้งนี้ นายชัยรินทร์ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องขัดแย้งภายในสำนักงาน คนที่ตั้งสำนักงานมากล่าวหาตนซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติ และยืนยันว่าตนไม่เคยไปรับเงินบริจาค หรือหลอกลวงตามที่ถูกกล่าวหา ซึ่งเงินที่นำมาใช้ในโครงการตนยังนำเงินของภรรยามาดำเนินการเอง ซึ่งตนรู้สึกเสียใจที่ถูกกล่าวหาเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ตนทำงานนี้ด้วยจิตอาสาไม่ได้มีเงินเดือนแต่อย่างใดมาโดยตลอด

 

source :: http://www.patrolnews.net/