ผู้ว่าฯ นครสวรรค์เหน็บ กกต.แค่ติดยี่ห้อเลือกตั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิฯ ชี้ กกต.ต้องมีอำนาจฟัน ขรก.ได้

zz_1159

ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เหน็บ กกต.เอาแต่ผลงาน ติดยี่ห้อเลือกตั้ง ส่วนผู้ปฏิบัติงานจริงคือ ครู ตำรวจ ขรก.มหาดไทย ขณะที่ผู้ทรงคุณวุฒิฯ กกต. บอกถ้าให้กำกับดูแลต้องมีอำนาจ หากให้เป็นแค่ตรายาง ยักษ์ไร้กระบองไม่ต้องมี กกต. แนะควรให้อำนาจโยกย้าย สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ขรก.ไม่เป็นกลางช่วงเลือกตั้งได้

นายระพี ผ่องบุพกิจ ผวจ.นครสวรรค์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง คัดค้านการให้กระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง และวิพากษ์วิจารณ์ข้าราชการมหาดไทยอย่างรุนแรงว่า การจัดเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญปี 2540 หลังจากที่มีการตั้ง กกต.เป็นต้นมา ผู้ปฏิบัติงานจริงคือครู ตำรวจ กระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ส่วนกกต .มีหน้าที่เป็นผู้มาติดยี่ห้อว่าทั้งหมดเป็นผลงานของ กกต.เท่านั้น เหมือนเราเป็นคนตัดเสื้อ แล้ว กกต.เอาไปติดแบรนด์

ทั้งนี้ส่วนตัวไม่อยากรับงานเลือกตั้งมาให้กระทรวงมหาดไทยจัดทั้งหมด เพราะไม่อยากอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งและผลประโยชน์ และไม่อยากถูกด่า ไม่อยากถูกมองว่ามีส่วนได้ส่วนเสียกับการเมืองขั้วใดขั้วหนึ่ง ถ้าไม่ใช่หน้าที่ที่ผู้บังคับบัญชามอบหมาย ถ้าเลือกได้ขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ขอทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขตาม อุดมการณ์ของมหาดไทยย่างเดียวก็ภาคภูมิใจแล้ว

ขณะที่ นายสมศักดิ์ สุริยมงคล ผู้ทรงคุณวุฒิสำนักงาน กกต. กล่าวถึงแนวคิดของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะปรับเปลี่ยนการทำหน้าที่ของ กกต. จากการบริหารจัดการเลือกตั้งเป็นการกำกับดูแลการเลือกตั้งว่า คำว่ากำกับดูแลการเลือกตั้งยังตีความได้กว้าง จะต้องมีนิยามที่ชัดเจนว่าเป็นการกำกับดูแลโดยเพียงแต่ออกกฎระเบียบ แล้วปล่อยให้ข้าราชการไปจัดการเลือกตั้งเองเท่านั้น หรือให้อำนาจ กกต. ในการให้คุณให้โทษด้วย

“อำนาจในการบังคับบัญชาเป็นสิ่งสำคัญ อย่างที่การกำกับการเลือกตั้งท้องถิ่น กกต. ออกกฎระเบียบให้ท้องถิ่นไปจัดการเลือกตั้ง แต่ยังมีอำนาจในการบังคับบัญชา หากทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง ทำผิดกฎระเบียบ ต้องมีโทษทางอาญาและวินัย และ กกต. มีอำนาจทางปกครองที่จะเปลี่ยนตัว กกต. ท้องถิ่น ผอ.เลือกตั้งท้องถิ่นจนถึงกรรมการประจำหน่วยได้ ไม่ใช่แค่กำกับอยู่ข้ามนอก ออกกติกาแล้วไปทำปู้ยี่ปู้ยำยังไงก็ได้ แล้ว กกต. ควบคุมพฤติกรรมไม่ได้ มันก็เป็นแค่ตรายาง เวลาเลือกตั้งล้มเหลว มีทุจริตมาก กกต. ก็รับเคราะห์อย่างเดียว แบบนั้นไม่ต้องมี กกต. ก็ได้ ให้มหาดไทยจัดการไปเลย”

นายสมศักดิ์ กล่าวว่าอำนาจที่ต้องมอบให้ กกต. คือต้องทำให้ กกต. กำกับการเลือกตั้งให้เกิดความเป็นอิสระและยุติธรรมได้ ต้องให้ข้าราชการที่จัดการเลือกตั้งเป็นกลางในการจัดการเลือกตั้ง ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลย์โดยมีภาคประชาชนเข้ามา ไม่ใช่มีเพียงข้าราชการเท่านั้น ส่วนอำนาจที่ กกต. จะใช้จริง ๆ ก็คืออำนาจที่สามารถสั่งให้ข้าราชการคนนั้นหยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือให้ออกนอกพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันต้องไปขอให้รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงเป็นคนสั่ง ซึ่งกว่าจะตั้งกรรมการสอบพิสูจน์มันเลยการเลือกตั้งไปแล้ว หรือสอบแล้วบอกว่าไม่ผิด กกต. ก็ทำอะไรไม่ได้ ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกจนไหม้ไปแล้ว มันจึงต้องมีอำนาจโดยตรง เพราะช่วงเลือกตั้งระยะเวลามันสั้นนิดเดียว ส่วนการสอบสวนลงโทษต่อไปอาจจะส่งต่อให้ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อ ด้วยการกำหนดให้การละเว้น การทุจริตการปฏิบัติหน้าที่จัดการเลือกตั้งเป็นอีกฐานความผิดที่ ปปช. รับไปดำเนินการได้

“ตอนนี้เรารู้ว่าข้าราชการทุกส่วนยืนเข้าแถวตามที่ทหารเป่านกหวีด แต่ไม่ใช่ว่าเลือกตั้งครั้งเดียวเสร็จทำให้การเมืองใสสะอาดได้เลย มันยังต้องมีครั้งที่สองครั้งที่สาม แต่ครั้งที่สองไม่มีเสียงนกหวีดแล้ว ถ้าไม่ออกแบบมาให้ดีจะเกิดปัญหาทันที”

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถ้า กกต. ไม่มีกระบองในการจัดการเลือกตั้งให้ ‘Free and Fair’ ได้ ก็ไม่ใช่ กกต. ในคอนเซ็ปของนานาชาติ ถ้าย้อนดูปี 49 พอรัฐประหารแล้วจัดการเลือกตั้งครั้งแรก ต่างประเทศจะพากันเข้ามาขอสังเกตการณ์การเลือกตั้ง เหมือนกันคราวนี้ต่างชาติก็ยิ่งเพ่งเล็งมาก การที่ไปออกแบบไม่ให้ กกต. มีบทบาทมีอำนาจอย่างที่ควรจะมี แล้วต่างชาติไม่ยอมรับกติกาที่เขียนมาและไม่รับรองการเลือกตั้ง การเลือกตั้งถึงมีไปก็ไม่มีความหมาย และมันจะกระทบต่อเศรษฐกิจและอนาคตของประเทศชาติ