อำนาจ คสช.และอำนาจเหนือรธน. คุมกะลาหัว สนช.อยู่

zz_1404x1294

ต้องย้ำอีกครั้งว่า สนช. ไม่มีอำนาจถอดถอน เพราะรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 สิ้นสุดไปแล้ว อีกทั้งในขณะนี้อัยการสูงสุด (อสส.) ยังไม่สรุปสำนวนที่ป.ป.ช.ชี้ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่อทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งในกรณีนี้จะไม่มีปัญหาทางกฎหมาย แต่ในแง่ของความรู้สึกของประชาชนแล้วจะมีมาก เพราะถ้าหาก อสส.ไม่สั่งฟ้อง หรือสั่งฟ้องศาลแล้วศาลชี้ว่าไม่พบการทุจริต แต่สนช.มีมติถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ทำให้ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ที่ยังไม่รู้ว่าจะเป็นตลอดชีวิตหรือไม่ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนขึ้นทันที ว่า นี่คือการประหารชีวิตทางการเมือง ความหวาดระแวงจะมีมากขึ้น การสร้างความปรองดองก็จะเป็นไปได้ยาก

ระบุคมช.-คสช.พ่อลูกทับซ้อน

ส่วน สนช. เองจะถูกมองว่ามีปัญหาทางจริยธรรม นอกจากไม่มีอำนาจถอดถอนแล้ว ตัวเองที่มาจากการสรรหาก็ดันไปลงมติถอดถอนนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง อย่างไม่ชอบธรรม และยังเสี่ยงที่ จะต้องถูกฟ้องร้อง เหมือนอย่างที่ พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. ที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ จากกรณี 7 ตุลาคม การฟ้องกลับคณะกรรมการป.ป.ช.เสียงข้างมากอีก ทั้งยังต้องคำนึงด้วยว่าจะเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบทางการเมืองอย่างไรด้วย ถ้ากระบวนการยุติธรรมชี้ว่าเขาไม่ผิด

“การอ้างว่าคสช.คือ พ่อและสนช.คือลูก คืออีกหนึ่งสาเหตุที่กระทบความรู้สึกของประชาชน หาก สนช. มีมติถอดถอน น.ส. ยิ่งลักษณ์ ว่า คสช.ไม่ต่างจาก คมช. ที่รัฐประหารเมื่อปี 49 แล้วก็ตั้ง คตส. ขึ้นมาสั่งยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ประชาชนจะรู้สึกว่า พ่อลูกที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนจากการยึดอำนาจนายกรัฐมนตรีที่มาจากการเลือก ตั้งกำลังเล่นงานขั้วตรงข้ามทางการเมืองอย่างไม่เป็นธรรม และหากพ่ออ้างว่าไม่ได้ทำ แต่ลูกทำแล้วเกิดผลเสียขึ้น พ่อก็ต้องร่วมรับผิดชอบกับลูกอยู่ดี”