เป็นถึง พันเอก แต่ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดง ชนคนตาย

เป็นถึง พันเอก แต่ขับรถยนต์ฝ่าไฟแดง ชนคนตาย
ภรรยาผู้ตายโทรไปหา ก็ปิดโทรศัพท์หนี แล้วย่องไปโรงพักอย่างลับๆ

ญาติเหยื่อทหาร/ซิ่งชนดับ แห่โลงประท้วงหน้าโรงพัก ญาติพี่น้องและแฟนสาวของหนุ่มวัย 19 ปี ที่ถูกนายทหารยศพันเอกซิ่งกระบะฝ่าไฟแดง พุ่งชน จยย.จนเสียชีวิตกลางสามแยกเมืองนครสวรรค์ แห่โลงศพผู้ตายมาที่หน้าโรงพัก เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม

วันอังคารที่ 5 มกราคม 2559 เวลา 17:25 น. จากกรณีวานนี้ (4 ม.ค.) บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปวีดีโออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบริเวณกลางสามแยกอุทยานสวรรค์ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู สีดำ ขับฝ่าไฟแดงมาชนกับ รถ จยย.ซึ่งขับขี่มาโดย นายธนวิทย์ กาสี อายุ 19 ปี พนักงานร้านเอ็มเคสุกี้ ประจำห้างเทสโก้โลตัส สาขาเขาขาดนครสวรรค์ จนทำให้ นายธนวิทย์ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนคนขับรถกระบะทราบว่า คือ พ.อ.ยรรยง ทิพาปกรณ์ อายุ 54 ปี รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 14 (รอง ผบ.ร.14) ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอ่อนจันทร์ กาสี และ นางอารยา กาสี บิดาและมารดาของ นายธนวิทย์ กาสี พร้อมด้วน น.ส.หนึ่งฤทัย โพธิ์เอี่ยม อายุ 19 ปี แฟนสาวของผู้เสียชีวิต รวมถึงญาติพี่น้องอีกกว่า 40 คน ได้ร่วมกันนำโลงศพ นายธนวิทย์ ขึ้นท้ายรถกระบะเดินทางมาที่ด้านหน้า สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้น โดยมีการส่งเสียงโห่ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงมาพบ เพื่อชี้แจงความคืบหน้าของคดี อีกทั้งยังมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับรถของคู่กรณี ที่หลังเกิดอุบัติเหตุถูกนำไปไว้ที่อื่น แทนที่จะต้องนำมาไว้ตรวจหลักฐานที่โรงพักด้วย ด้าน น.ส.หนึ่งฤทัย แฟนสาวของผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้รับโทรศัพท์จาก พ.อ.ยรรยง คู่กรณี ว่าจะเดินทางมาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และพูดคุยตนกับตนในเรื่องความช่วยเหลือในเบื้องต้น แต่ปรากฏว่าเมื่อติดต่อกลับไปอีกครั้ง พ.อ.ยรรยง กลับปิดเครื่องโทรศัพท์ และไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงทำให้บิดาและมารดาของผู้ตายเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากคู่กรณีเป็นทหารยศสูง อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนใดๆกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ร่วมกันแห่ศพของผู้ตาย เพื่อมาสอบถามคดีให้เกิดความกระจ่าง ต่อมา พ.ต.อ.ไพโรจน์ นาวิก ผกก.สอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้เข้าชี้แจงกับฝั่งผู้เสียหาย ว่า คดีนี้ทางตำรวจไม่ได้นิ่งเฉย และยังคงมีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดทุกมุม การสอบปากคำพยานหลักฐาน ส่วนที่ยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับคู่กรณีนั้น เพราะทางเจ้าหน้าที่ต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้แน่นหนาเสียก่อน ซึ่งอาจจะใช้เวลา 1-2 วัน เมื่อหลักฐานพร้อมจะติดต่อให้คู่กรณีมาพูดคุยตกลงกับผู้เสียหาย และแจ้งข้อกล่าวหาทันที แต่ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ยังคงทำงานอย่างเต็มที่ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายแน่นอน อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า พ.อ.ยรรยง คู่กรณี ได้เดินทางมาที่โรงพักอย่างลับๆตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว เนื่องจากไม่อยากให้รายละเอียดใดๆกับผู้สื่อข่าว โดยมี นายทหารพระธรรมนูญ พร้อมทนายความพาเดินทางเข้าพบ ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ และพนักงานสอบสวน ก่อนจะมีการเชิญบิดาและมารดาของผู้เสียหายขึ้นไปพูดคุย โดยคาดว่าน่าจะมีการตกลงกันในเบื้องต้นจนเป็นที่น่าพอใจแก่ทั้ง 2 ฝ่าย จึงได้แยกย้ายกันกลับ.“

อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/regional/371251