“อดอาหารประท้วง” ไม่ใช่ “ฆ่าตัวตาย” โดย นิธินันท์ ยอแสงรัตน์

ดูเหมือนคนไทยใจร้อนจำนวนมาก จะยังไม่มีความเข้าใจเรื่องการอดอาหารประท้วงซึ่งถือเป็นหนึ่งในแนวทางขัดขืนอย่างสันติวิธี

ไม่แปลกใจที่กรมราชทัณฑ์รีบออกแถลงการณ์เมื่อไม่กี่วันก่อนว่า เด็กหนุ่มชื่อจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” นักศึกษาคณะนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ถูกจับเข้าคุกเพียงเพราะแจกเอกสารแสดงความเห็นเรื่องประชามติ จนต้องประกาศอดอาหารเพื่อประท้วงความอยุติธรรมนั้น สุขสบายดี แข็งแรง กินน้ำ กินนม กินขนมได้ ไม่ได้ทุกข์ยากทรมานอะไรเลย

ทำให้คนไทยใจร้อนปากร้อนกลุ่มหนึ่งรีบส่งเสียงเยาะเย้ยสำทับว่า โธ่เอ๋ย พวกอยากดัง ทำเป็นประกาศอดอาหารประท้วง ไม่แน่จริงนี่นา ถ้าอดจริงจะกินน้ำ กินนม กินขนมทำไมล่ะ

หลายคนเป็นห่วงไผ่ และไม่อยากเห็นไผ่อดอาหารประท้วง แต่เคารพการตัดสินใจของเขา

การอดอาหารประท้วงของไผ่ เป็นหนึ่งในวิธีต่อสู้ทางการเมืองที่ใช้กันทั่วโลก

เพื่อกดดันคู่กรณีให้ตระหนักหรือสำนึกในความไม่เป็นธรรมที่คู่กรณีกระทำต่ออีกฝ่าย หรือเพื่อกดดันคู่กรณีให้รู้สึกผิดบาปกับการกระทำนั้นๆ จนต้องยอมเปลี่ยนแปลงการกระทำตามข้อเรียกร้องของผู้ประท้วง

ในประเทศอินเดีย ตั้งแต่ประมาณ 400 ถึง 750 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีบันทึกเรื่องคนยากจนซึ่งมาอดอาหารอยู่หน้าประตูบ้านของเศรษฐีคู่กรณีเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่ถูกข่มขู่รังแก การกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นปกติ กระทั่งถูกสั่งห้ามโดยรัฐบาลอังกฤษในยุคอาณานิคมเมื่อปี 1861

ในจักรวรรดิโรมันโบราณ ไทเบอร์ริอุส บุตรบุญธรรมและบุตรเขยของเอากุสตุส ปฐมจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโรมันก็เคยอดอาหารประท้วงปฐมจักรพรรดิเพื่อขอคำอนุมัติให้เขาเดินทางไปเกาะโรดส์ นอกจากนั้น ประมาณคริสต์ศักราชที่ 25 ยังมีหลักฐานว่านักประวัติศาสตร์ชาวโรมันชื่อ เครมูติอุส คอร์ดุส ยอมอดอาหารประท้วงจนตายเพื่อเรียกร้องเสรีภาพในการพูด
ไอร์แลนด์ในยุคก่อนรับศาสนาคริสต์หรือประมาณก่อนคริสต์ศตวรรษที่ 9 มีธรรมเนียมปฏิบัติที่เรียกกันว่าทรอสก็อด/ทรอสกัด (Troscadh) “การอดอาหารประท้วงบุคคล” หรือแคลาคัน (Cealachan) “ การได้รับความเป็นธรรมจากการอดอาหาร” ซึ่งระบุไว้ในกฎเบรฮอน (Brehon Law) ว่าประชาชนสามารถอดอาหารประท้วงเพื่อต่อต้านความไม่เป็นธรรมหรือการกระทำอันอยุติธรรมจากคู่กรณี

เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในอินเดียโบราณ ผู้กระทำทร็อดสกัดจะไปอดอาหารอยู่หน้าประตูบ้านของคู่กรณีเพื่อประท้วงที่ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรม หากคู่กรณีปล่อยให้ผู้อดอาหารประท้วงตายหน้าประตูบ้าน คู่กรณีจะกลายเป็นคนไร้เกียรติทันที และต้องรับผิดชอบความตายนั้นรวมถึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับครอบครัวของผู้ตาย

ส่วนใหญ่แล้ว การอดอาหารประท้วงมักตั้งแต่ตะวันตกดินไปถึงตะวันรุ่งหรืออาจเป็นตะวันตกดินของอีกวัน

สำหรับประวัติศาสตร์ยุคใหม่ มหาตมคานธี มีชื่อเสียงจากการอดอาหารประท้วงในการต่อสู้เรียกร้องเอกราชของอินเดียจากอังกฤษหลายครั้งระหว่างช่วงในปี 1919 – 1947 เช่นเดียวกับชาวไอร์แลนด์ซึ่งเริ่มมีชื่อเสียงจากการอดอาหารประท้วงตั้งแต่ปี 1916 เพื่อต่อต้านอังกฤษที่เข้าครอบครองไอร์แลนด์ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 ทำให้โลกตระหนักถึงการเรียกร้องอิสรภาพของชาวไอร์แลนด์
ในช่วงศตวรรษที่ 20 การอดอาหารประท้วงเป็นวิธีต่อสู้ทางการเมืองที่แพร่หลายในโลกตะวันตกรวมถึงอังกฤษและอเมริกา ประเด็นในการเรียกร้องนั้นยังรวมถึงเรื่องสิทธิสตรีด้วย แต่การประท้วงอดอาหารครั้งสำคัญเกิดขึ้นในปี 1981 เมื่อนักโทษกองกำลังกู้ชาติไอริชในเรือนจำของไอร์แลนด์เหนือที่ถูกจับกุมในข้อหาก่อความไม่สงบเพราะประท้วงให้มีการแยกตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษอดอาหารประท้วงจนมีผู้ตาย 10 ราย รวมถึงบ็อบบี้ แซนด์ส สมาชิกรัฐสภาอังกฤษ

ครั้งนั้น รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำนางมาร์กาเร็ต แท็ตเชอร์ ถูกประณามว่าใจดำ เพราะปล่อยให้เหตุการณ์ยืดเยื้อจนมีผู้เสียชีวิตจากการอดอาหารประท้วง

ก่อนหน้าและในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 20 การอดอาหารประท้วงเป็นเครื่องมือการต่อสู้ที่ผู้ใช้มักประสบความสำเร็จ แต่ในยุคสหัศวรรษใหม่ รัฐต่างๆ มักรับมือการอดอาหารประท้วงโดยบังคับผู้อดอาหารให้กิน ซึ่งเรื่องนี้ทางแพทยสมาคมโลก ( World Medical Association) เคยให้ความเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิผู้ประท้วง แต่แพทย์สามารถให้อาหารเหลวและให้การรักษาผู้อดอาหารประท้วงที่อยู่ในอาการโคม่าได้

สิ่งที่คนไทยจำนวนหนึ่งต้องทำความเข้าใจก็คือ การอดอาหารประท้วงมิได้หมายถึงการฆ่าตัวตายและไม่ใช่การประกาศฆ่าตัวตาย แม้ร่างกายผู้ประท้วงบางรายอาจอ่อนไหวจนถึงขั้นตายก่อนแพทย์จะช่วยได้ทัน แต่ในแง่ของการต่อสู้ซึ่งสืบเจตนารมณ์ดั้งเดิม นี่คือการทรมานตัวเองของผู้ประท้วงเพื่อเรียกร้องคู่กรณีให้หันมาพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นจากการกระทำอันอยุติธรรมของคู่กรณีต่อผู้ประท้วง

การอดอาหารประท้วงทำได้ตั้งแต่ 1 วันไปจนถึง 1 สัปดาห์ 1 เดือน 1 ปีหรือมากกว่านั้น โดยอาจงดทั้งอาหารแข็ง (solid foods) และอาหารเหลว (liquids) ในช่วงหนึ่ง แล้วกลับมายอมรับอาหารเหลวในช่วงหนึ่งก่อนจะงดอาหารเหลวในอีกช่วงหนึ่งแล้วกลับมารับอาหารเหลวใหม่ หรืองดอาหารแข็งและอาหารเหลวตลอดไป แต่ยอมให้แพทย์รักษาด้วยอาหารเหลว เพื่อร่างกายจะสามารถดำรงลมหายใจต่อไปได้ตราบที่การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด

ทั้งนี้ทั้งนั้น อาหารเหลวที่ร่างกายรับในช่วงของการประท้วงอดอาหารซึ่งส่วนใหญ่แล้วเกิดขึ้นจากคำสั่งแพทย์เพื่อรักษาชีวิตผู้ประท้วง เป็นการรับสารอาหารในระดับต่ำกว่าปกติที่ร่างกายต้องการ และส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้ประท้วงในระยะยาวอย่างแน่นอน

การอดอาหารประท้วงของไผ่ ไม่ใช่เรื่องถ้าแน่จริงอย่าดื่มนมดื่มน้ำสิ และไม่ใช่เรื่องที่เราทั้งหลายจะร้องตะโกนว่าหยุดกระทำโง่ๆ เสียทีเถิดไผ่ แต่เป็นเรื่องต้องตระหนักถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ จากนั้น จึงร่วมกันเรียกร้องรัฐผู้สร้างความไม่เป็นธรรม ให้ยุติการกระทำนั้นเสีย

หรือใครเห็นว่าเข้าคุกเพราะแจกใบปลิวแสดงความเห็นต่างจากรัฐ เป็นเรื่องยุติธรรม?             http://www.matichon.co.th/news/253996

 


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน