สภาพัฒน์เผยคนไทยว่างงานเพิ่ม ทะลุกว่า 4.11 แสน

สภาพัฒน์เผยคนไทยว่างงานเพิ่ม ทะลุกว่า 4.11 แสน

Posted: 29 Aug 2016 06:45 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ที่มาภาพ เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

29 ส.ค. 2559 ปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ภาวะสังคมไทยไตรมาส 2/2559 มีการจ้างงานทั้งสิ้น 37,393,472 คน ลดลง 0.9% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยจ้างงานภาคเกษตร ลดลง 6.2% แม้ภัยแล้งสิ้นสุดลงแล้วแต่สถานการณ์ภัยแล้งที่สะสมมาตั้งแต่ฤดูกาลเพาะปลูกปี 2557 ทำให้กิจกรรมทางการเกษตรลดลงต่อเนื่อง ส่วนการจ้างงานภาคนอกเกษตร เพิ่มขึ้น 1.4% สอดคล้องกับการจ้างงานสาขาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 5.4% การขนส่งเพิ่มขึ้น 1.4% โรงแรมและภัตตาคารเพิ่มขึ้น 4% และการค้าปลีก 1.4% ยกเว้นสาขาอุตสาหกรรม ลดลง 1.7% ซึ่งลดลงต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 เนื่องจากภาคการส่งออกคงมีแนวโน้มติดลบ ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแบกภาระต้นทุน หันใช้วิธีลดแรงงานและใช้เครื่องจักรทดแทนแรงงานคน

ปรเมธี กล่าวว่า ส่วนการว่างงานไตรมาส 2/2559 มีทั้งสิ้น 411,124 คน ซึ่งคิดเป็นอัตราการว่างงาน 1.08% เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 0.88% โดยผู้ที่เคยทำงานมาก่อนว่างงานเพิ่มขึ้น 31.3% สอดคล้องกับข้อมูลผู้ประกันตนที่ขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้น 8.9% เป็นกรณีเลิกจ้างเพิ่มขึ้น 34.8% และลาออก เพิ่มขึ้น 3.4% ขณะที่ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนเพิ่มขึ้น 13.7% เพราะเป็นช่วงผู้จบใหม่เริ่มเข้าตลาดแรงงาน จำแนกเป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน 47% จบระดับอุดมศึกษามีอัตราว่างงานเพิ่มขึ้น 7% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ด้านรายได้ของแรงงาน พบว่า ค่าจ้างแรงงานและเงินเดือนภาคเอกชนที่ยังไม่รวมค่าล่วงเวลา และผลตอบแทนอื่นๆ เพิ่มขึ้น 1.3% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุจากรายได้ของแรงงานนอกภาคเกษตร เพิ่มขึ้น 1.4% แต่รายได้ของแรงงานภาคเกษตรยังลดลง 2.7%
“แม้ทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยเริ่มดีขึ้น แต่การผลิตเพื่อการส่งออกยังคงลดลง ทำให้ผู้ประกอบการใช้วิธีเลิกจ้าง ซึ่งบางส่วนหันไปทำงานภาคบริการมากขึ้น จึงทำให้ตัวเลขการว่างงานไม่อยู่ในอัตราสูงมากนัก” ปรเมธี กล่าว
ปรเมธีกล่าวว่า ส่วนหนี้ครัวเรือนไตรมาส 1/2559 มีมูลค่า 11,077,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.7%  แต่มีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่องจากปี 2556 ที่หนี้ครัวเรือน เพิ่มขึ้น 11.5% ปี 2557 เพิ่มขึ้น 6.6% และปี 2558 เพิ่มขึ้น 5.2% โดยหนี้ครัวเรือนไตรมาส1/2559 สัดส่วน 81.1% ต่อจีดีพี ลดลงจากปี 2558 ที่ 81.5% ต่อจีดีพี สะท้อนจากยอดคงค้างสินเชื่อการอุปโภคบริโภคส่วนบุคคลขยายตัวในอัตราลดลงเหลือ 5.7% ในไตรมาส 1/2559 และ 6% ในไตรมาส 2/2559 ส่วนหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอลรวม) ไตรมาส 2/2559 มีมูลค่า 98,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% คิดเป็นสัดส่วน 26.3% ของเอ็นพีแอลรวม ทั้งนี้การผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปของสินเชื่อส่วนบุคคล ในไตรมาส2/2559 มีมูลค่า 10,527 ล้านบาท ลดลง 33.1% ส่วนการผิดนัดชำระหนี้เกิน 3 เดือนขึ้นไปของสินเชื่อบัตรเครดิตไตรมาส 2/2559 มีมูลค่า 9,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลงที่ระดับ 3%

เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน