ผู้ไม่ประสงค์ออกนามแฮกเว็บศูนย์ข้อมูลเทศบาลขอนแก่นเรียกร้องปล่อย ‘ไผ่ ดาวดิน’

ผู้ไม่ประสงค์ออกนามแฮกเว็บศูนย์ข้อมูลเทศบาลขอนแก่นเรียกร้องปล่อย ‘ไผ่ ดาวดิน’

เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลนครขอนแก่น ถูกแฮกเกอร์ Anonymous แฮ็กหน้าหลักของเว็บและขึ้นข้อความว่า “ปล่อยจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา | AntiSec”

หน้าหลักของเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลนครขอนแก่น ถูกแฮ็กและขึ้นภาพและข้อความเรียกร้องให้ปล่อยตัวจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

2 ม.ค. 2560 ช่วงเช้ามืดวันนี้ (2 ม.ค.) เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลนครขอนแก่น (http://center.kkmuni.go.th/index.php) ถูกแฮกเกอร์ไม่ทราบฝ่าย แฮ็กหน้าหลักของเว็บ ขึ้นภาพของจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และขึ้นข้อความว่า “> Free Jatuphat Boonpattaraksa | AntiSec <” หรือ “ปล่อยจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา | AntiSec” ทั้งนี้ในหน้าจอของเว็บที่ถูกแฮกไม่มีการะบุว่าชื่อกลุ่มของแฮกเกอร์ แต่มีข้อความขึ้นที่ด้านบนของจอว่า “Defaced by Anonymous”

สำหรับ จตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม หลังจากแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์บีบีซีภาคภาษาไทย โดยผู้แจ้งความคือ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี  รองหัวหน้ากองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 23 ขอนแก่น

ต่อมาในวันที่ 4 ธันวาคม ศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ประกันตัว หลังบิดาของจตุภัทร์ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท โดยให้เหตุผลประกอบการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีการเมืองอยู่ 4 คดี ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี อีกทั้งในวันที่ 8 ธ.ค. ผู้ต้องหามีสอบเป็นวิชาสุดท้าย หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวจะส่งผลให้เขาเรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว

ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เป็นผู้ร้องขอต่อศาลให้ถอนประกัน โดยให้เหตุผลว่าหลังได้รับการประกันตัว ผู้ต้องหาโพสต์เยาะเย้ยเจ้าพนักงานว่า “เศรษฐกิจมันแย่แม่งเอาแต่เงินประกัน” นอกจากนี้ยังยกเหตุผลว่าผู้ต้องหามีประวัติทำผิดคดีความมั่นคง คดีปัจจุบันเป็นคดีร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา และผู้ต้องหาแสดงความเห็นในสื่อออนไลน์เรื่อยมาและอาจยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หากรอถึง 23 มกราคม 2560 อาจก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น

ในวันที่ 22 ธันวาคม ศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดี และยังโพสต์เย้ยหยันอำนาจรัฐ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีอายุ 25 ปี ย่อมรู้ดีว่าการกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ทั้งยังเห็นว่า วิบูลย์ บุญภัทรรักษา นายประกันซึ่งเป็นบิดา ไม่ได้ทำการห้ามปราม ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว จึงสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว

ต่อมาในวันที่ 27 ธันวาคม ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งพิจารณาคำร้องอุทธรณ์กรณีศาลขอนแก่นสั่งเพิกถอนประกัน โดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาโดยชอบแล้ว

ในวันที่ 28 ธันวาคม ทีมทนายความของจตุภัทร์ ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนการพิจารณาคำร้องขอฝากขังที่ผิดระเบียบและขอให้ศาลเบิกตัวผู้ต้องหามาสอบถาม เนื่องจากพบว่ามีการสั่งฝากขังเป็นผัดที่ 3 อีก 12 วันเป็นที่เรียบร้อย โดยในเอกสารระบุว่าผู้ต้องหาไม่ค้านการฝากขัง คำร้องฝากขังดังกล่าวลงชื่อเจ้าพนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลในวันที่ 26 ธันวาคม 2559 และศาลมีคำสั่งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม

ต่อมาศาลได้ให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารกระบวนพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบมาให้ทนายความได้อ่านโดยในเอกสารได้ระบุคำพิเคราะห์ว่า การยื่นคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพียงแต่ศาลไม่ได้สอบถามผู้ต้องหาเสียก่อนว่าจะคัดค้านคำร้องฝากขังนั้นหรือไม่เท่านั้น หาทำให้การสั่งอนุญาตให้ฝากขังดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดกฎหมายไม่ ให้ยกคำร้อง โดยให้เบิกตัวผู้ต้องหามาสอบถามในลักษณะการประชุมผ่านจอภาพ เวลา 16.30 น.

หลังศาลสอบถามผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาคัดค้านการฝากขัง อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์ว่าคำคัดค้านของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น เมื่อผู้ร้องมีเหตุจำเป็นที่ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงและมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่มีการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีจึงมีเหตุจำเป็นที่จะควบคุมผู้ต้องหาต่อไป ในชั้นนี้จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2559 ถึง 8 มกราคม 2560

โดยวิบูลย์ซึ่งเป็นทนายและบิดา ระบุว่าจะทำหนังสือร้องเรียนต่อสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่ากระบวนพิจารณาฝากขังอันมิชอบด้วยกฎหมาย