กรรมชี้เจตนา โผครม.รัฐบาล คสช. ท็อปบูทแห่จองเก้าอี้ หลักฐานบ่งชี้ เหตุผล รปห.57!

z_195

กรรมชี้เจตนา โผครม.รัฐบาล คสช. ท็อปบูทแห่จองเก้าอี้ หลักฐานบ่งชี้ เหตุผล รปห.57!

ทันทีที่มีการประกาศใช้ “รัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) 2557” ฉบับ คสช.เรียบร้อย ก็เป็นที่คาดหมายกันว่า หลังจากนี้ คสช.ซึ่งนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีการวางตัว “สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)” และเริ่มก่อร่าง “คณะรัฐมนตรี” จัดวางตัวบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่ง “รัฐมนตรี” มีอำนาจเหนือกระทรวงต่างๆ

ซึ่งแน่นอนว่า เมื่อประเทศไทย ถูกค่ำล้มทำลายประชาธิปไตยลงอย่างราบคาบ และมีการสถาปนา “ระบอบเผด็จการทหาร” ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ

“ตำแหน่งทางการเมือง” ต่างๆ ซึ่งเป็นผู้ถือครองอำนาจและผลประโยชน์ ย่อมตกอยู่ในกำมือของ “ทหาร” เสียเป็นส่วนใหญ่ ตามแบบฉบับ การปกครองของเผด็จการทหารโดยทั่วไป

ล่าสุด สื่อสารมวลชนของไทยได้พยายามคาดเดากันว่า ในระยะที่ใกล้จะมีการจัดตั้ง “รัฐบาล คสช.”มีใครกันบ้างที่ “คสช.” จะจัดวางให้มาครองอำนาจในตำแหน่งต่างๆ หลายรูปแบบ

โดย ครม.แบบที่  1 คาดหมายกันว่า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ.จะเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง

แล้วมี พล.อ.ประวิทย์ วงศ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม รัฐบาลประชาธิปัตย์ จะเข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะเข้ามาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. , พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ปัจจุบันดูงานด้านยุติธรรมและกฎหมายของ คสช., พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผบ.ทร., พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ คสช.และพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ อดีต รองผบ.ทบ. ที่มีส่วนสำคัญในการสลายการชุมนุมของประชาชน ในเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553 เข้ามารับเก้าอี้ “รัฐมนตรี” กันพร้อมหน้า

นอกจากนี้สื่อมวลชน ยังคาดการณ์กันถึง หน้าตา ครม.แบบที่ 2 ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับแบบแรกแต่ระบุตำแหน่ง-เก้าอี้แต่ละคนชัดเจนขึ้นคือ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. จะควบตำแหน่ง นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. จะมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม 

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผบ.สส. จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ หรืออาจจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ.จะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรืออาจะเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ควบปลัดกระทรวงกลาโหม

พล.อ.อิทธพร ศุภวงศ์ อดีต ผบ.ทอ.เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม 

ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รอง ผบ.ทบ. ถูกคาดหมายว่าจะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. แทน พล.อ.ประยุทธ์ ที่จะเกษียณอายุราชการและไปรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ซึ่งแต่ละรายชื่อ ล้วนมีอิทธิพลและบทบาทต่อทั้งกองทัพและ คสช.

ที่สำคัญคือ แต่ละรายชื่อ ล้วนแต่เป็นบุคคลที่รายล้อมรอบตัวและใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

อย่าง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต รมว.กลาโหม รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็คือ “พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์” 

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ.ก็คือผู้บรรจงส่งมอบเก้าอี้ “ผบ.ทบ.” ต่อให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในเดือนตุลาคม 2553

พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุบรรณ อดีตรอง ผบ.ทบ.ก็เคยยืนเคียงคู่มากับ พล.อ.ประยุทธ์ ในเหตุการณ์สลายการชุมนุมทางการเมืองปี 2553

ส่วน นายทหาร คนอื่นๆ ก็ล้วนแต่เป็นผู้ร่วมคณะยึดอำนาจ โค่นล้มประชาธิปไตย เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ไม่มากก็น้อย

หน้าตา ครม.ที่ออกมา น่าจะให้คำตอบที่ชัดเจนกับประชาชนมากขึ้นว่า การยึดอำนาจ ที่ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียประชาธิปไตยนั้น สุดท้ายผลประโยชน์ไปตกอยู่กับใคร ?

ซึ่งนั่นน่าจะเป็น เหตุผลที่แท้จริงของการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 !!!

 

source :: https://www.hereandthere.today/?p=205