กานดา นาคน้อย: เชือดไผ่ให้ลิงดู

กานดา นาคน้อย: เชือดไผ่ให้ลิงดู

Posted: 26 Jan 2017 08:51 PM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ภาพประกอบโดย กฤช เหลือลมัย

นักวิชาการต่างชาติคนหนึ่งที่ทำวิจัยด้านการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเคยถามฉันว่า เงื่อนไขอะไรจะทำให้นักศึกษาไทยประท้วงแบบนักศึกษาอเมริกันในยุคสงครามเวียดนาม? ฉันตอบเขาว่า “เมื่อพวกเขาโกรธจนลืมกลัว  แต่ฉันไม่รู้ว่าเหตุการณ์อะไรจะทำให้พวกเขาโกรธจนลืมกลัว”
ภาวะโกรธจนลืมกลัว

นักศึกษาชายอเมริกันยุคสงครามเวียดนามประท้วงกันจนสหรัฐฯยกเลิกการเกณฑ์ทหารเพราะมีผลต่อความเป็นความตายของพวกเขา พวกเขาจึงโกรธจนลืมกลัว นักศึกษาหญิงอเมริกันไม่โดนเกณฑ์ไปรบและตายที่เวียดนามแต่แฟนหรือพี่ชายหรือน้องชายโดนเกณฑ์ไปด้วย พวกเธอจึงโกรธจนลืมกลัวและเข้าร่วมการประท้วงด้วย

ปัจจุบัน“ไผ่ ดาวดิน”อยู่ในภาวะโกรธจนลืมกลัวแต่นักศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกเหมือนเขา นักกิจกรรมที่รณรงค์ให้“ปล่อยไผ่”ก็ไม่ได้รู้สึกเหมือนเขา นักกิจกรรมเหล่านี้ยังไม่ลืมกลัว อาจเพราะมีคู่สมรสเตือนใจให้กลัว อาจเพราะมีลูกเตือนใจให้กลัว อาจเพราะห่วงพ่อแม่ที่ชราภาพแล้วก็เลยกลัว ฯลฯ ความกลัวดังกล่าวเข้าใจได้เพราะทุกคนมีภาระทางครอบครัวแตกต่างกัน และคนที่กลัวไม่ควรโดนเรียกว่าคนขี้ขลาด

ความน่าจะเป็นที่“ไผ่ ดาวดิน”จะโดนคุมขังยาวแบบนักโทษการเมืองหลายคนที่ผ่านมานั้นสูงมาก  ในเมื่อนักโทษการเมืองหลายคนโดนคุมขังยาวแล้วสังคมไทยก็ไม่ได้เข้าสู่ภาวะโกรธจนลืมกลัว ไม่ได้มีการรณรงค์ให้ปล่อยนักโทษการเมืองอย่างต่อเนื่องในวงกว้าง  ดังนั้นการคุมขังยาวเพิ่มอีกคนก็ไม่น่าจะผลักดันสังคมไทยให้เข้าสู่ภาวะนั้นได้
มายาคติของวาทกรรมพลังบริสุทธิ์

วาทกรรม“พลังบริสุทธิ์”อาจทำให้นักกิจกรรมบางคนประเมินค่าของสถานะนักศึกษาสูงเกินไป ชีวิตนักศึกษาไม่ได้มีค่ากว่าชีวิต“ชาวบ้าน”ในสนามการเมืองที่เรียกร้องให้ยอมรับว่าทุกคนเป็นคนเหมือนกัน ชุดนักศึกษาอาจทำให้วาทกรรม“รังแกเด็ก”มีราคาบ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สูงนัก เสื้อสีขาวของนักศึกษาอาจทำให้หลงว่านักศึกษาบริสุทธิ์ผุดผ่องกว่าคนอาชีพอื่นทั้งๆที่นักศึกษาก็เป็นคนเท่ากันกับเด็กปั๊ม  ถ้าไม่มีเครื่องแบบนักศึกษาอาจทำให้เห็นสัจจธรรมข้อนี้ชัดเจน

นักศึกษาไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศ  นักศึกษาเป็นคนอายุน้อยที่พยายามฝึกทักษะเพื่อเตรียมตัวประกอบอาชีพในอนาคต  (มหาวิทยาลัยทำหน้าที่ฝึกทักษะเต็มที่แค่ไหนก็อีกเรื่อง)  ตอนปี พศ.2516 ความสำเร็จของขบวนการนักศึกษาขึ้นอยู่กับประชาชนจำนวนมากที่เข้าร่วมประท้วง ฉันคิดว่าในยุคนั้นชาวนา กรรมกรและประชาชนนอกสถานศึกษามีบทบาทต่อความสำเร็จของการประท้วงมากกว่านักศึกษาเพราะจำนวนมากกว่านักศึกษา

แน่นอนว่านักศึกษามีสิทธิเป็นนักกิจกรรม แต่ก็ไม่ควรมั่นใจว่าสถานะนักศึกษาศักดิ์สิทธิ์และคุ้มครองตนได้ราวเครื่องรางของขลั
เมื่อไรสังคมไทยจะโกรธจนลืมกลัว?

ฉันคิดว่าถ้าไม่เกิดความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจที่แผ่ขยายไปสู่คนชั้นกลางและคนชั้นกลางระดับสูง (เมื่อวัดด้วยรายได้) ก็คงจะไม่เข้าสู่ภาวะโกรธจนลืมกลัวในวงกว้าง ความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจระดับนั้นอาจเกิดขึ้นถ้ามีวิกฤตการคลังระดับสาหัส คือระดับที่ข้าราชการได้รับเงินเดือนช้า การเบิกจ่ายสวัสดิการเป็นไปอย่างล่าช้า  สื่อมวลชนได้รับงบประชาสัมพันธ์ล่าช้า การเบิกงบประมาณเพื่อจ่ายพ่อค้าในโครงการจัดซื้อของรัฐเป็นไปอย่างล่าช้า  ฯลฯ

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าเกิดวิกฤตการคลังระดับสาหัสแล้วจะเกิดภาวะโกรธจนลืมกลัวในวงกว้างแน่นอน สถิติการฆ่าตัวตายที่สูงขึ้นและข่าวคนฆ่าตัวตายเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาอาจเป็นสัญญาณว่าสังคมไทยอาจไม่ก้าวไปสู่ภาวะโกรธจนลืมกลัวไม่ว่าความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจจะสาหัสแค่ไหน

คนไทยอาจมีความอดทนเป็นเลิศและสังคมไทยอาจต้องจ่ายค่าเสียเวลาต่อไปอีกหลายทศวรรษ

 

 

หมายเหตุ: ติดตามข้อมูลและทัศนะจาก กานดา นาคน้อย ได้ที่ เพจมายด์ https://www.minds.com/kandainthai

“กานดา นาคน้อย” ซัด หม่อมโจ้ ฟอกขาวให้อาชญากรฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ชี้ปวศ.บันทึกภาพไว้หมด

ทุนไวท์เทนนิง
กานดา นาคน้อย
14 พฤษภาคม 2558

วันนี้ฉันเห็นสื่อออนไลน์นำเสนอบทความโดย “มล.รุ่งคุณ กิติยากร” เรื่อง “อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ รัฐบุรุษที่ถูกทุนธนาคารยิว Zionist ทําลาย ใส่ความให้เป็นผู้ร้าย” [1]  เขาสรุปในย่อหน้าสุดท้ายว่า

zzzz_988

“ฝ่ายพันธมิตร anglo-american ที่รับใช่ทุนธนาคารยิว Zionist ผู้ร้ายตัวจริง ได้ใส่ร้ายบิดเบือนปิดบังความจริงต่างๆนานา รวมถึงเรื่อง Holocaust หรือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อันเป็นเรื่องหลอกลวง ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงทั้งสิ้น ความจริงที่เกิดขึ้นคือ ได้มีการเซ็นสัญญา ระหว่างตระกูล Rothschilds และรัฐบาลอังกฤษ ว่าหาก Rothschilds สามารถนำสหรัฐ มาร่วมสงคราม รัฐบาลอังกฤษจะต้องยกดินแดน Palestine ซึงเป็นของชาว Palestine ที่ได้อาศัยอยู่มาแต่ไหนแต่ไร มาเป็นแผ่นดินของชาวยิว เรื่องราวเกี่ยวกับ Holocaust มิใช่อะไรนอกจาก propaganda หลอกลวง มีจุดเป้าหมายหลักคือการสร้างความเห็นอกเห็นใจในการ เข้าไป ไล่ ฆ่า ชาว Palestine นับล้านออกจากดินแดนของเขา เพื่อให้ชาวยิวได้มีรัฐของตนเอง พร้อมกับอีกจุดประสงค์ คือการทำลายลบล้าง ตำนานอัจฉริยภาพทางเศรษฐศาสตร์ ของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ นั่นเอง”

ฉันสงสัยว่าผู้เขียนเป็นใคร?
  ทำไมเขาบิดเบือนประวัติศาสตร์ราวกะว่าอดอล์ฟ ฮิตเลอร์เป็นบุคคลในยุคที่มนุษย์บันทึกประวัติศาสตร์ด้วยพงศาวดารไม่มีกล้องถ่ายรูปไม่มีกล้องถ่ายภาพยนตร์? ฉันหาข้อมูลพบว่าเขาเป็นบุตรชายของอดีตนางงามจักรวาลคนแรกของไทย  คุณแม่เขาเป็นนางงามจักรวาลในยุคสมัยที่เขาเชื่อมั่นว่าสหรัฐฯ อังกฤษและอิสราเอลรวมหัวกันบิดเบือนประวัติศาสตร์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ร่วมกับ “ทุนธนาคารยิว”

บริษัทมิสยูนิเวิร์สยุคสงครามเย็นคือธุรกิจคนยิว

ธุรกิจที่สำคัญของคนยิวไม่ได้มีแค่ธนาคาร  บริษัทมิสยูนิเวอร์สที่จัดประกวดนางงามจักรวาลยุคสงครามเย็นและให้มงกุฎนางงามจักรวาลแก่คุณแม่ของคุณรุ่งคุณก็เป็นธุรกิจคนยิว ชื่อบริษัทเคเซอร์โรท (Kayser-Roth) ซึ่งเป็นบริษัทสิ่งทอที่นิวยอร์ค  บริษัทนี้ขายธุรกิจมิสยูนิเวอร์สให้โดนัลด์ทรัมพ์(Donald Trump) ก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งเพียงปีเดียว  ช่วงสงครามเย็นบริษัทนี้มีประธานชื่อ “อับราฮัม ไฟน์เบิร์ก” (Abraham Feinberg)  เขาเป็นนักธุรกิจเชื้อสายยิวที่สนับสนุนการสร้างชาติอิสราเอลอย่างเปิดเผย [2]  บริษัทมิสยูนิเวอร์สใช้การประกวดนางงามจักรวาลประชาสัมพันธ์สินค้าสิ่งทอของบริษัทเคเซอร์โรท   บริษัทที่ร่วมเป็นสปอนเซอร์การประกวดนางงามจักรวาลโดยเฉพาะบริษัทเครื่องสำอางค์ก็ร่วม “ส่งออกนิยามความงามมาตรฐานสากล” กล่าวได้ว่าการประกวดนางงามจักรวาลช่วยประชาสัมพันธ์ระบบทุนนิยมอเมริกันทางอ้อมไปทั่วโลก

ธุรกิจค้าเพชรของคนยิว

นอกจากธุรกิจมิสยูนิเวอร์สและธนาคารแล้วธุรกิจสำคัญของคนยิวตั้งแต่ก่อนสงครามเย็นเป็นศตวรรษคือธุรกิจค้าเพชร   ทั้งตลาดเพชรที่ยุโรปรวมทั้งตลาดที่เบลเยี่ยมและทั้งตลาดค้าเพชรที่นิวยอร์คด้วยคนยิวมีส่วนร่วมก่อตั้งองค์กรตีตราคุณภาพเพชรที่เรียกว่าสถาบันอัญมณีอเมริกาหรือจีไอเอ (Gemological Institute of America-GIA) จีไอเอมีสาขาทั่วโลกตามตลาดเพชรที่สำคัญรวมทั้งที่อิสราเอล ฉันคิดว่าเพชรที่มงกุฎมิสยูนิเวอร์สของคุณแม่คุณรุ่งคุณคงมาจากพ่อค้าคนยิวเช่นกัน ปัจจุบันสินค้าส่งออกจากอิสราเอลมาไทยมากที่สุดก็คือเพชร แม้ว่าพ่อค้าเพชรชาวอินเดียเริ่มเป็นคู่แข่งที่สำคัญในตลาดเพชร องค์กรจีไอเอก็ยังมีอำนาจกำหนดมาตรฐานเพชร ดังนั้นคนยิวก็ยังมีอิทธิพลต่อราคาเพชรในตลาดโลก

คนไทยได้อะไรจากคนยิว?

มีคนไทยมากมายได้ประโยชน์จากธุรกิจคนยิว  อาทิ  พ่อค้าเพชรที่ทำธุรกิจกะพ่อค้าเพชรคนยิว กองประกวดนางสาวไทยที่ส่งหญิงไทยเข้าประกวดนางงามจักรวาล  บริษัทเครื่องสำอางค์ที่ประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านการประกวดนางสาวไทย   สถานีโทรทัศน์ที่ถ่ายทอดการประกวดนางงามจักรวาล ฯลฯ คุณแม่คุณรุ่งคุณก็ได้รับประโยชน์โดยตรงจากธุรกิจคนยิวที่คุณรุ่งคุณเกลียดชัง ยี่ห้อนางงามจักรวาลจากธุรกิจคนยิวก็อำนวยให้คุณแม่คุณรุ่งคุณทำธุรกิจเครื่องสำอางค์และสถาบันเสริมความงามได้ ถ้าคุณรุ่งคุณถือหุ้นสถาบันเสริมความงามร่วมกับคุณแม่หรือรับมรดกจากคุณแม่ ในอนาคตคุณรุ่งคุณก็ได้ประโยชน์โดยตรงจากคนยิวที่คุณรุ่งคุณเกลียดชังเช่นกัน

ในทางอ้อมถ้าคุณรุ่งคุณเชื่อมั่นว่านายทุนยิวร่วมมือกับรัฐบาลสหรัฐฯและรัฐบาลอังกฤษกุมอำนาจเศรษฐกิจโลก ระบบทุนนิยมไทยก็ได้ประโยชน์จากความร่วมมือดังกล่าว ได้รับการช่วยเหลือทางการทหารจากสหรัฐฯในยุคสงครามเย็นแน่นอนว่าสหรัฐฯไม่ได้ทำการกุศลช่วยไทยแบบให้เปล่าแต่ทำเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน  คนไทยที่ร่วมมือกับสหรัฐฯก็ทำเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันเช่นกัน บริษัทข้ามชาติจากสหรัฐฯก็มีผู้ถือหุ้นชาวไทยเก็บเกี่ยวกำไรร่วมกับผู้ถือหุ้นที่สหรัฐฯ

วาทกรรมยิวครองโลก

วาทกรรมที่นำเสนอความเกลียดชังคนยิวมักอ้างอิงว่า “ยิวครองโลก” ด้วยการพาดพึงถึงบทบาทของธุรกิจต่างๆ ของคนยิว โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารบ้างก็โยงไปถึงนักวิทยาศาสตร์หรือผู้คิดค้นเทคโนโลยีด้านต่างๆ รวมทั้งด้านอาวุธสงคราม  บ้างก็โยงไปถึงองค์กรข้ามชาติว่าพยายามจัดระเบียบโลก ฯลฯ วาทกรรมดังกล่าวทำให้เกิดคำถามมากมาย อาทิ

ก)    คนชาติพันธุ์อื่นโง่เง่าเต่าตุ่นคิดค้นอะไรไม่ได้จนต้องอาศัยยิวตั้งแต่ตื่นยันหลับหรือ?

ข)   นาฬิกาโรเล็กซ์ ไวน์และแฟชันจากฝรั่งเศสหรืออิตาลีเป็นผลิตภัณฑ์คนยิวหรือ?

ค)   ธุรกิจยารักษาโรคและเครื่องมือแพทย์อยู่ในกำมือของคนยิวหรือไม่?

ง)   เทคโนโลยีก่อสร้างด้วยปูนซีเมนต์เป็นของคนยิวหรือไม่?

จ)    ห้างสรรพสินค้าติดแอร์เป็นสิ่งประดิษฐ์ของคนยิวหรือไม่?

ฉ)    รถไฟฟ้าเป็นเทคโนโลยีของคนยิวหรือไม่?

ช)    เครื่องบินแอร์บัสและโบว์อิ้งเป็นของคนยิวหรือไม่?

ซ)    โค้กกะเป๊ปซี่เป็นธุรกิจคนยิวหรือไม่?

ฌ)    ญี่ปุ่นและจีนเป็นเชื้อสายยิวที่สมควรโดนเกลียดชังเช่นกันหรือไม่?

ญ)    ถ้าญี่ปุ่นและจีนไม่ใช่เชื้อสายยิวแล้วจะอ้างว่า “ยิวครองโลก” ได้ไหม?

ฎ)    ถ้า “ยิวครองโลก” ไปแล้ว   การขายแรงงาน (ทั้งไร้ทักษะทั้งมีทักษะ) ให้นายทุนยิวแล้วแรงงานได้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั้นย่ำแย่กว่าการขายแรงงานให้คนชาติพันธุ์เดียวกันหรือ?

ฏ)   การมีนายจ้างเป็นคนผิวสีคล้ายกันแต่กดค่าแรงต่ำว่าคนยิวเป็นเรื่องน่ายินดีหรือ?

ฐ)   การปลูกผักเลี้ยงปลานั่งเกวียนกินยาหม้อขอหวยและขายแรงงานให้ทุนญี่ปุนและจีนดีกว่าการขายแรงงานให้ยิวหรือร่วมทุนกับยิวหรือ?

ฑ)   วัฒนธรรมหมกมุ่นกับครีมไวท์เทนนิงได้รับการส่งเสริมโดยธุรกิจนางงามจักรวาลหรือไม่?

ฉันคิดว่าผู้อ่านหาคำตอบของคำถามเหล่านี้ได้ไม่ยากนัก

สีดำvsสีขาว

การขายครีมไวท์เทนนิงที่ไม่ได้ผสมสารพิษเป็นทางเลือกที่ทำได้ในระบบทุนนิยม แต่การฟอกขาวอาชญากรด้วยการอ้างว่าศพหลายล้านศพไม่มีจริง ทั้งๆ ที่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เป็นการกระทำที่น่าละอาย ยุคสงครามเย็นไม่ใช่ยุคที่มนุษย์บันทึกประวัติศาสตร์ด้วยการจดลงในใบลานหรือเล่ากันปากต่อปาก มีการบันทึกภาพทั้งภาพนิ่งทั้งภาพเคลื่อนไหวมีอาชีพที่เรียกว่า “นักประวัติศาสตร์” ซึ่งแตกต่างจาก “นักประพันธ์” นิยายชาตินิยมโรแมนติกอย่าง “คู่กรรม” หรือ “ทวิภพ”

เดี๋ยวนี้ค่าเครื่องบินไม่แพงทำให้คนไทยนิยมไปเที่ยวต่างประเทศ ฉันหวังว่าทัวร์ไปดูค่ายกักกันที่ฆ่าคนเป็นล้านที่โปแลนด์และอีกหลายประเทศในยุโรปตะวันออกจะได้รับความนิยมในอนาคตอันใกล้ ฉันไม่ทราบว่าคุณรุ่งคุณไปทัวร์ค่ายกักกันที่โปแลนด์แล้วแต่ไม่เชื่อหรือว่ายังไม่เคยไป ถ้าโปแลนด์ฟังดูไกลเกินไป พิพิธภัณฑ์คุกตวลสแตงที่กัมพูชาก็พอจะสอนให้เข้าใจว่า “การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” คืออะไร

คนชาติพันธุ์เดียวกันก็ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ได้ถ้าโดนยุยงให้เกลียดชังกันจนมองไม่เห็นว่าอีกฝ่ายก็เป็นคนเหมือนกัน

หมายเหตุ “กานดา นาคน้อย”นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต

[1] “หม่อมโจ้ – รุ่งคุณ” เขียนบทความป้อง “ฮิตเลอร์” ชี้ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เป็นเรื่องหลอกลวง
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1431535581

[2]ข่าวมรณกรรมและประวัติของ“อับราฮัมไฟน์เบิร์ก”:AbrahamFeinberg,90, Philanthropist for Israel http://www.nytimes.com/1998/12/07/nyregion/abraham-feinberg-90-philanthropist-for-israel.html

สำหรับ ม.ล.รุ่งคุณ เป็นบุตรของ ม.ร.ว.เกียรติคุณ กิติยากร กับ อาภัสรา หงสกุล นางงามจักรวาลคนแรกของประเทศไทย โดย ม.ล.รุ่งคุณ หรือหม่อมโจ้เคยใช้ชีวิตบวชเรียนเป็นพระอยู่นานหลายปี ปัจจุบัน หม่อมโจ้หันไปใช้ชีวิตกับการทำไร่ ทั้งยังร่วมเคลื่อนไหวในประเด็นปฏิรูปพลังงาน

 

source :- http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1431592066

 


เรื่องในหมวดเดียวกัน

Loading...