คสช กระชับอำนาจรอบใหม่ เสี่ยงกระแทก”กล่องดวงใจ”ทักษิณ

นายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรสิทธิมนุษยชนสากล ( Human Rights Watch ) ให้สัมภาษณ์ Thaisvoicemedia กล่าวถึง การกวาดล้างจับกุมประชาชนที่วิจารณ์ คสช.และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยรัฐมนตรีอย่างจริงจังขณะนี้ว่า เป็น คสช.เพราะล้มเหลวในการบริหารประเทศช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศมีวิกฤติเกือบทุกด้าน ทางเดียวที่จะลงจากอำนาจได้คือการบังคับให­้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ แต่การปกครองด้วยความกลัวอาจจะไม่ได้ผลกับ­ประชาชนที่ตื่นตัวทางการเมือง แต่ก็น่าแปลกใจว่า กลุ่มประชาชน เครือข่ายชุมชน แรงงาน สภาพแวดล้อม สาธารณสุข ทั้งหลาย ที่เคยหนุนรัฐประหาร ต่อต้านทุนสามานย์ ถึงตอนนี้ยังไม่สำนึก ทั้ง ๆ ที่ ทุนใหม่ที่ร่วมมือกับเผด็จการทหาร ก่อตั้งเป็น บริษัทประชารัฐ นั้นน่ากลัวว่า ทุนสามานย์ที่กล่าวหาทุนทักษิณด้วยซ้ำ เพราะใช้อำนาจเบ็ดเสร็จตาม ม.44 ที่ร้ายแรงกว่านั้นคือฝ่ายตุลาการก็ให้การ­รับรองในการเป้นรัฐาธิปัตย์ นอกจากนั้นการจับกุมทีมเวปเพจ”เรารัก พล.อ.ประยุทธ์”และกำลังพยายามโยงให้ไปถึงน­ายพานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายของ นายทักษิณ ชินวัตร นั้นจะนำประเทศไปสู่ความรุนแรงขนาดไหนอย่า­งไรนับจากนี้เป็นเรือ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

 

จอม ยัน ไม่ใช่ผู้ปล่อยข่าวทำหุ้นตก รับหมดโอกาสตายในไทย

จอม ยัน ไม่ใช่ผู้ปล่อยข่าวทำหุ้นตก รับหมดโอกาสตายในไทย

จอม เพชรประดับ ยัน ไม่ใช่ผู้ปล่อยข่าวทำหุ้นตก ชี้ ประยุทธ์ ควรโยนความรับผิดชอบไปที่หม่อมอุ๋ย รับ คงหมดโอกาสตายที่ประเทศไทยแล้ว

เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2557 นายจอม เพชรประดับ อดีต สื่อมวลชนไทย มีการเขียนคำชี้แจงลงเว็บไซต์ไทย วอยซ์ มีเดีย ภายหลังตัวเองถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้ปล่อยข่าวอัปมงคล จนตลาดหลักทรัพย์เกิดการปั่นป่วน หุ้นตกรุนแรงที่สุดในรอบ 6 ปีว่า ตนเป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักและศรัทธาสถาบันพระมหากษัตริย์โดยตลอด แต่ความเป็นสื่อต้องอยู่กับข้อเท็จจริงที่คนต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ถูกสร้างให้เป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ จึงถูกท้าทายด้วยปรากฏการณ์ใหม่ วัฒนธรรมของสังคมใหม่ที่เน้นการตั้งคำถาม ตรวจสอบ และวิจารณ์ ซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้น สื่อมวลชนต้องทำงานอยู่บนพื้นฐานความสนใจและการเปลี่ยนแปลง และหลีกเลี่ยงการนำเสนอประเด็นดังกล่าวไปได้

นายจอม ยืนยันต่อไปว่า ตนไม่ใช่คนของระบอบทักษิณ ตามที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และ พล.ต. สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาลกล่าวหา เพราะตนมองว่า ทาสรับใช้ระบอบทักษิณ เป็นสิ่งที่น่าชิงชัง

ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ได้อำนาจสูงสุดมาจากรัฐประหาร ซึ่งเป็นสิ่งไม่ชอบธรรม แต่ถ้าหากพิสูจน์ความเสียสละและความจริงใจต่อประเทศชาติ ก็ต้องทำให้เห็น และต้องรับผิดชอบต่อความผิดที่เกิดขึ้น ดังเช่นเรื่องหุ้นตกอย่างรุนแรงที่สุดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2557 ก็ต้องโยนความรับผิดชอบไปที่ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจมากกว่าตน

สุดท้าย นายจอม กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ไม่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ ก็ขอทำหน้าที่สื่อมวลชนให้กับคนไทยทั้งแผ่นดินต่อไป เพื่อให้คนไทยภูมิใจกับการเป็นเจ้าของประเทศไทยอย่างแท้จริง แม้จะไม่มีวันกลับมาตายที่ประเทศอันเป็นที่รักก็ตาม

“เจ๊ยุ”ท้า”จอม”โชว์คลิป ยอมรับพูดจริงแต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์

“เจ๊ยุ”ท้า”จอม”โชว์คลิป ยอมรับพูดจริงแต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์

22 ต.ค.57 นางยุวดี ธัญญสิริ อดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ และผู้สื่อข่าวอาวุโสประจำทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยถึงกรณีที่นายจอม เพชรประดับ ผู้ก่อตั้งเว็บไซด์ไทยวอยซ์มีเดีย thaivoicemedia.com ยืนยันข้อเขียนที่มีเนื้อหาการวิพากษ์วิจารณ์พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เป็นการให้สัมภาษณ์ว่า ได้คุยกับนายจอมจริง แต่ไม่ใช่เป็นการให้สัมภาษณ์ เพราะนายจอมไม่ได้บอกเลยว่าขอสัมภาษณ์ จึงเป็นเพียงการพูดคุยแบบพี่น้อง ตามประสาคนรู้จักมานาน และในฐานะคนในวงการสื่อมวลชน ซึ่งยังถามไถ่สารทุกข์สุกดิบว่า ทำไมนายจอมต้องไปอยู่ที่นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา

“นายจอมก็สอบถามถึงสถานการณ์ในไทย และประเด็นระหว่างผู้สื่อข่าวกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งก็เล่าไป แต่ไม่ได้เป็นไปตามบทสัมภาษณ์ในเว็บไซต์ดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกโกรธนายจอม แค่อยากคุยกับนายจอม เพราะสิ่งที่ลงไปในเว็บไซต์นี้มีบางส่วนที่ไม่ได้พูดอย่างนั้น และไม่ได้เป็นการให้สัมภาษณ์ จึงขอให้นายจอมโทรศัพท์กลับมาหาด้วย เพราะลบหมายเลขโทรศัพท์ของนายจอมไปแล้ว หรือถ้ามีคลิปเสียงก็ขอให้นำออกมาเปิดเผยกันได้เลย”

อย่างไรก็ตาม นางยุวดี ระบุด้วยว่า บทสัมภาษณ์ดังกล่าวถือเป็นคุโณปการกับนายกรัฐมนตรีที่อาจทำให้ได้ฉุกคิดบ้าง ตอนนี้เวลาเดินทางไปไหนก็มีคนมาทักทายจำนวนมาก แต่ไม่อยากเป็นแบบนี้ เพราะไม่อยากถูกนำไปเป็นคู่ขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรี จึงขอวิงวอนสื่อมวลชนให้เลิกจับไปเป็นประเด็นขัดแย้งนายกรัฐมนตรี

เจ๊ยุขอจอมโทรหาเคลียร์ปมให้สัมภาษณ์ซัดบิ๊กตู่

za_xx1551

เจ๊ยุยอมรับคุยกับจอมแต่ไม่ได้เป็นการให้สัมภาษณ์ ขณะจอมยันโทรขอสัมภาษณ์วอนบิ๊กตู่พิจารณาคำวิจารณ์

นางยุวดี ธัญญสิริ หรือเจ๊ยุ  นักข่าวอาวุโส ทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยกรณีเว็บไซต์ไทยวอยซ์มีเดีย เผยแพร่บทสัมภาษณ์ วิพากษ์วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีอย่างรุนแรงอีกครั้งว่า ยอมรับว่า ได้คุยกับนายจอม เพชรประดับ ผู้อยู่เบื้องหลังเว็บไซต์ไทยวอยซ์มีเดียจริง แต่ไม่ได้เป็นการให้สัมภาษณ์ ได้พูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบ ว่า ทำไมตัองไปอยู่แอลเอ พูดคุย ถามสถานการณ์ทางนี้ เป็นไง นักข่าว กับนายกฯ ก็เล่าไป แต่ไม่ได้เป็นไปตามที่ลงในเว็บไซต์ทยวอยซ์มีเดีย

“ตอนนี้ อยากคุยกับจอมก็ขอให้ช่วยโทรกลับมาด้วยเบอร์จอมที่โทรมาหาลบไปแล้วเพราะเบอร์โทรเข้าเยอะ ไม่ได้โกรธ แต่อยากคุย เพราะที่ลงไป แม้ไม่ตรงทั้งหมด บางอย่างไม่ได้พูดแบบนั้น และไม่ได้เป็นการให้สัมภาษณ์ แต่ก็มีคนบอกว่า เป็นคุโณปการกับนายกฯที่อาจทำให้ไดัฉุกคิดบ้าง ตอนนี้เดินไปไหน มีคนมาทักทาย เยอะเลย แต่ไม่อยากเป็นแบบนี้ เพราะไม่อยาก ถูกจับให้เป็นคู่ขัดแย้งกับนายกฯ และขอสื่อว่าอย่าไปจับประเด็นให้เกิดความขัดแย้งกับนายกฯ” นางยุวดี กล่าว

ขณะเดียวกันเว็บไซต์สำนักข่าวประชาธรรม ได้สัมภาษณ์นายจอม ยืนยันว่าได้สัมาภาษณ์นางยุวดีจริงตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. ต่อเนื่องวันที่ 17 ต.ค. โดยได้โทรศัพท์มาหาตามเวลาเที่ยงคืนของเมืองไทย เป็นการขอสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ก็ได้รับคำอธิบายจากนางยุวดีเพราะได้ทราบแล้วว่า นี่คือการสัมภาษณ์ แต่เนื่องจากเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วจึงแจ้งให้นางยุวดีว่าพรุ่งนี้เช้าจะโทรหาใหม่ จะขอสัมภาษณ์อีกครั้ง

“พอเช้าเจ็ดโมงของวันศุกร์ พี่ยุก็เดินทางมาที่ทำเนียบตอน 7 โมงเช้า ผมก็โทรเข้าไปพอดีแกก็รับ แกก็บอกว่าตอนนี้อยู่ที่รังนกกระจอก นายกฯไปประชุมกันที่มิลาน อิตาลี ไม่มีใครเพราะฉะนั้นคุยได้” นายจอมระบุ

นายจอมระบุว่าเข้าใจในสถานการณ์ของนักข่าวรุ่นพี่ แต่ก็ยืนยันว่านางยุวดีได้ให้สัมภาษณ์จริง และไม่ได้เรียกร้องอะไรกับนางยุวดี แต่เรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาพิจารณาคำวิพากษ์วิจารณ์ และพิจารณาตัวเองอย่างจริงจัง