‘อัยการศาลทหาร’ ส่งฟ้อง จ่านิวพร้อมพวก ปมนั่งรถไฟราชภักดิ์

“อัยการศาลทหาร” ส่งฟ้อง จ่านิวพร้อมพวก ปมนั่งรถไฟฟ้าราชภักดิ์ ทนายยื่นหลักทรัพย์ 40,000 ด้านศาลทหารอนุมัติปล่อยตัว

เมื่อวันที่ 25 เมษายน ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อัยการศาลทหารได้นัดนายอานนท์ นำภา นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ (จ่านิว) นางสาวกรกนก คำตา นายกิตติธัช สุมาลย์นพ นายวิจิตร หันหาบุญ นายวิศรุต อนุกูลการย์ โดยอัยการมีคำสั่งส่งฟ้องต่อศาลทหาร ในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. จากกรณีนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2558 และชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ซึ่งทำให้ทั้ง 6 คนต้องถูกควบคุมตัวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ โดยเป็นการควบคุมตัวระหว่างการพิจารณาคดี

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า หลังจากมีคำสั่งฟ้องแล้วทางทนายยื่นหลักทรัพย์คนละ 40,000 บาท เพื่อขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 คน โดยทางศาลทหารอนุญาตให้ประกันตัว โดยมีเงื่อนไขห้ามเคลื่อนไหวทางการเมือง ยุยง ปลุกปั่นทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และห้ามเดินทางออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาตจากศาล อย่างไรก็ตามทั้ง 6 คนจะไปรับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ

 

source :- http://www.matichon.co.th/news/116687

 

เปิดใจ จ่านิว- สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ 22 04 59


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

“ร.ต.ท.”เจ้าของสำนวน”จ่านิว”สิ้นลมคาโรงพัก ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา04.00 น.ร.ต.ท.แสงเพชร ศิริบรูณ์ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี และเป็นเจ้าของคดีนายสิรวิชญ์หรือจ่านิว เสรีธิวัฒน์ นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ พร้อมพวกอีก10 คน ได้เสียชีวิตในภายในสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี โดยไม่ทราบสาเหตุ จากการตรวจเบื้องต้นทราบว่าเวลาดังกล่าวเป็นเวลาที่เลิกงาน ร.ต.ท.นพพร เกิดโพคา พนักงานประจำห้องวิทยุ เดินขึ้นไปเรียกร.ต.ท.แสงเพชร ที่ขึ้นไปนอนพักบนชั้น2 แต่ไม่มีการตอบรับและพบว่าเสียชีวตแล้ว จึงนำส่งชันสูตรที่นิติเวช โรงพยาบาลศิริราช เบื้องต้นผู้บังคับบัญชาได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตามจะทราบผลชันสูตรในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ เวลา 17.00 น. นี้

2016-02-16_193105 2016-02-16_193131

source : pic : FB Voicetv, & http://www.matichon.co.th/news/40925

 

 

ศาลทหารยกคำร้องขอฝากขัง 4 นักกิจกรรม

ศาลทหารยกคำร้องขอฝากขัง 4 นักกิจกรรม

ช่วงบ่ายวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี นำตัว 4 นักกิจกรรมที่ถูกออกหมายจับจากกรณีไม่ไปรายงานตัวตามหมายเรียกจากการจัดกิจกรรมขึ้นรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งประกอบด้วย นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ น.ส. ชลธิชา แจ้งเร็ว และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ มาขอคำสั่งศาลเพื่อฝากขังที่ศาลทหาร กรุงเทพ หลังจากถูกจับกุมและสอบสวนตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยในช่วงบ่าย ศาลทหารมีคำสั่งยกคำร้องฝากขังดังกล่าว และปล่อยตัวนักกิจกรรมทั้งสี่คน ประมาณ 16 นาฬิกาเศษ ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องการจับกุมระบุว่า นักกิจกรรมกลุ่มนี้ผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 พ.ร.บ. การชุมนุมในที่สาธารณะ

นายอานนท์ นำภา หนึ่งในทีมทนายของกลุ่มนักกิจกรรม กล่าวภายหลังศาลมีคำสั่งยกคำร้องฝากขังว่า เหตุผลที่ศาลยกคำร้องเนื่องจากเห็นว่าพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยานสำคัญเสร็จสิ้นแล้ว และเหลือเพียงในส่วนของผู้กล่าวหาเท่านั้น ศาลจึงเห็นว่าไม่มีเหตุที่จะต้องสั่งควบคุมตัว จึงให้ยกคำร้องขอฝากขังดังกล่าว

นักกิจกรรมทั้งหมดถูกกล่าวหาว่ามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 13 จากการทำกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2558

ด้านนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีการจับกุมนายสิรวิชญ์ว่ามีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหว ซึ่งถ้าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่จับก็จะถูกตั้งคำถามว่าหมายจับมีแล้วทำไมไม่จับ การละเว้นไม่จับนั้นเจ้าหน้าที่ผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พร้อมทั้งระบุว่า นายสิรวิชญ์ และเพื่อนนั้นไม่ได้ผิดเพราะเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ แต่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 สร้างความวุ่นวายในที่สาธารณะและกีดขวางการจราจร และผิดพ.ร.บ.ชุมนุมในที่สาธารณะ ส่วนการเดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ ถ้าไปถึงก็อาจจะมีความผิดต่อที่ 2

“ไปแล้วจะทำอะไรได้ ไปแล้วจะไปสื่อ ไปเรียกประชาชน ก็ผิดอีก ถ้าไม่เคารพกฎหมายจะอยู่กันอย่างไร…….เขาก็จับกันทุกแบบแหละ ทำไมเวลาจับโจรอื่นไม่ถามแบบนี้บ้างล่ะ” โดยนายกยังกล่าวด้วยว่าแม้นายสิรวิชญ์จะเป็นนักศึกษาแต่ถามว่าเรียนมากี่ปีแล้ว เมื่อไหร่จะจบ ทำแต่สิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่

นายสิรวิชญ์ซึ่งได้รับการปล่อยตัวแล้วกล่าวถึงการถูกจับกุมเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ถูกใช้ผ้าดำคลุมหัวไว้นานกว่า 2 ช.ม. และถูกนำไปกดดันในป่า ซึ่งเขาเห็นว่าเจ้าหน้าที่ควรแสดงตัวแต่แรกและกระทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน เนื่องจากมีอำนาจตามกฎหมายอยู่แล้ว จึงควรทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนกรณีที่จะมีการฟ้องกลับจ้าหน้าที่ที่เข้าจับกุมเมื่อคืนนี้ นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า ต้องการให้มีการติดตามตัวและสืบสวนนำตัวบุคคลเหล่านี้มาให้ได้ เนื่องจากมีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงระหว่างการเข้าควบคุมตัว

นายสิรวิชญ์ กล่าวว่า เขาและเพื่อนจะยังคงต่อต้านคณะทหารต่อไปจนกว่าจะพ้นไปจากอำนาจ และกล่าวว่าหากโครงการอุทยานราชภักดิ์ไม่มีการทุจริตจริง คงจะไม่มีการกระทำกับพวกเขาในลักษณะนี้ และกล่าวด้วยว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นประเด็นทางสังคมแล้ว

ทางด้านนางพัฒน์นรี ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ ซึ่งเดินทางมาที่ศาลทหารด้วย กล่าวสั้นๆ กับบีบีซีไทยว่า รู้สึกตึงเครียดและลุ้นอยู่ตลอดเวลา แต่หลังจากศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอฝากขังแล้วก็ร้องไห้น้ำตาไหล

มีรายงานข่าวว่า นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ หนึ่งในนักกิจรรมซึ่งถูกออกหมายจับพร้อมกับนักกิจกรรมทั้ง 4 คน เดินทางมาที่ศาลทหารในช่วงบ่ายวันนี้ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีชนะสงครามจับกุมตัว และขณะนี้ถูกนำตัวไปสอบสวนที่สถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุแล้ว

‪#‎อุทยานราชภักดิ์‬ ‪#‎จ่านิว‬

พนักงานสอบสวนนำ “จ่านิว” พร้อมพวก ฝากขังศาลทหารฯผัดแรก 7 วัน

พนักงานสอบสวนนำ “จ่านิว” พร้อมพวก ฝากขังศาลทหารฯผัดแรก 7 วัน ด้าน’ชลธิชา’ชูกำปั้น แทนการชู 3 นิ้ว ส่วนที่เหลือมีสีหน้านิ่งเฉย

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 21 ม.ค. ที่ศาลทหารกรุงเทพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ได้นำตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ และนายกรกช แสงเย็นพันธ์ มาขออำนาจศาลทหารกรุงเทพฝากขังผัดแรกเป็นเวลา 7 วัน ภายหลังจากที่ถูกศาลทหารกรุงเทพออกตามหมายในข้อหามั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 3/2558 ข้อ 12 โดยทั้ง 4 คนมีสีหน้านิ่งเฉย และไม่ได้พูดอะไร มีเพียงแต่น.ส.ชลธิชา ที่แสดงสัญลักษณ์ชูกำปั้น แทนสัญลักษณ์การชู3 นิ้ว ที่เป็นสัญลักษณ์ใหม่ในการต่อต้านรัฐประหาร ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารของกระทรวงกลาโหม โดยนำรั้วเหล็กมาปิดกั้นด้านหน้าทางเข้า-ออกศาลทหารกรุงเทพ ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่อย่างเด็ดขาด

y_4987

 

source ;- http://www.matichon.co.th/news/8486

 

จ่านิว” เล่าเหตุการณ์หลังจากถูกทหารลากตัวขึ้นรถที่หน้า มธ

คลิปนี้ขอบอกว่า “ต้องดู” ครับ – “จ่านิว” เล่าเหตุการณ์หลังจากถูกทหารลากตัวขึ้นรถที่หน้า มธ (ตัวคลิปดูที่นี่ครับhttps://www.facebook.com/newdemocracymovement/videos/1061986560518387/ )

ผมสรุปให้ฟัง: หลังจากพาขึ้นรถแล้ว จ่านิวก็ถูกเอาถุงผ้าคลุมหัวไว้ แล้วยังถูกเอาผ้ามาผูกเฉพาะตรงตาอีกชั้นหนึ่ง (เพื่อไม่ให้มองเห็นทะลุถุงผ้า) หลังจากนั้น ก็มีการขับรถพาไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ มีการกลับรถเป็น 10 เที่ยว ในที่สุดก็มีการจอดรถ แล้วพา “จ่านิว” เดินเข้าไปในทุ่งหญ้า จะให้ “จ่านิว” นั่งลง มีการพูดจาข่มขู่ (“ไม่มีศาสนา เคยทำอะไรให้ประเทศชาติ” ฯลฯ) แล้วก็มีการเอามือมาตบหัว ทุบหลัง มีจังหวะหนึ่งมีการเอาอะไรที่อาจจะเป็นไม้หรือไม่ก็ปลายกระบอกปืนมากระทุ้งๆ (จ่านิวยังถูกคลุมหัวจึงไม่เห็นว่าเป็นไม้หรือปลายกระบอกปืน)

ผมฟังคลิปแล้ว สงสัยต้อง “ขอโทษ” กระมังที่หลายกระทู้ที่ผ่านมาผมด่า “ทหาร” เป็นคน “อุ้ม” จ่านิว … นีไม่ใช่ทหารแล้ว เป็นนักเลงมาเฟีย แก๊งยาเสพย์ติดลักพาคนเรียกค่าไถ่อะไรแบบนั้นมากกว่า .. แต่คิดอีกที ทุกวันนี้มันไม่มีความแตกต่างระหว่าง 2 พวกที่ว่าแล้ว (ทหารกับมาเฟีย)

พฤฒิกรรมของทหาร/มาเฟียทั้งหมดนี้ ยังทำให้ข้อสันนิษฐานที่ผมพูดไว้ในกระทู้ก่อน (ใครที่ยังไม่อ่าน กรุณาลองอ่านดู) ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น แน่นอนเลยว่า ทหารเป็นคนตัดสินใจ “อุ้ม” จ่านิวเอง ไม่ได้เตี๊ยมกับตำรวจไว้ก่อน ถึงเวลาไปส่งให้ตำรวจจึงส่ง “ผิด” สน. พาไปที่ สน.นิมิตรใหม่ แทนที่จะเป็น สน.ธนบุรี แล้วหลังจากนั้นตำรวจเลยต้องพาจากนิมิตรใหม่มาธนุบรีอีกที และที่สำคัญ เป็นไปได้อย่างสูงจากการส่ง “ผิด” สน.และจากพฤฒิกรรมที่ทำต่อ “จ่านิว” นี้ว่า ตอนแรกอาจจะไม่ได้วางแผนจะพามาให้ตำรวจในคืนวานนี้เลยด้วยซ้ำ (ถ้ามีแผนจะพาให้ตำรวจแต่แรก คงต้องมีการประสานก่อน และคงไม่พาไป “ผิด” สน.) คือเป็นไปได้ที่ตอนแรกคิดจะพาไปค่ายทหารก่อน แต่พอเรื่องนี้เป็นข่าวทางโซเชียลอย่างรวดเร็ว มีคลิปการ “อุ้ม” ออกมาด้วย ทหารเลยตัดสินใจใหม่ พาไปส่งตำรวจแทน

 

ทนายเผยพบตัว “จ่านิว” แล้ว ตำรวจเตรียมส่งไป สน. รถไฟธนบุรีพรุ่งนี้เช้า

ทนายเผยพบตัว “จ่านิว” แล้ว ตำรวจเตรียมส่งไป สน. รถไฟธนบุรีพรุ่งนี้เช้า

หลังเกิดเหตุการณ์ชาย 8 คนแต่งกายคล้ายทหารควบคุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขึ้นรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ล่าสุดน.ส. เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งทำหน้าที่เป็นทนายความของกลุ่มนักศึกษาและนักกิจกรรมบางส่วนที่เดินทางไปอุทยานราชภักดิ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ยืนยันกับทางบีบีซีไทยว่า ทนายความของศูนย์ ได้ติดตามไปจนพบ นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในลูกความ ที่สถานีตำรวจนครบาลนิมิตรใหม่

น.ส.เยาวลักษณ์ระบุว่า ทนายความของศูนย์ได้รับทราบว่าพรุ่งนี้เช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวนายสิรวิชญ์ไปส่งยังสถานีตำรวจรถไฟธนบุรี ซึ่งเป็นเจ้าของคดีที่นายสิรวิชญ์และเพื่อนนักกิจกรรมถูกกล่าวหาว่ากล่าวหาระบุว่าเป็นการมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 13

นายสิรวิชญ์ และเพื่อนนักกิจกรรมอีก 4 คนได้ประกาศว่าจะไม่ยอมรับข้อกล่าวหาดังกล่าวและพร้อมถูกจับกุม หลังจากที่ได้ปฏิเสธการรายงานตัวตามหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 ครั้ง

 

 

คสช.ยัน ไม่ทราบเรื่อง “จ่านิว”ถูกจับ ยัน หากเป็นทหารจริงจะทำตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่  นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว”นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา ถูกบุคคลแต่งกายคล้ายทหาร จำนวน 8 นาย พร้อมรถกระบะ 2 คัน ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนและสังกัด เข้าคุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ จากด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (ฝั่งประตูเชียงราก) ไปเมื่อเวลา 22.30 น.  ผู้สื่อข่าวรายงาน พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยืนยันยังไม่ทราบเรื่อง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกควบคุมตัว พร้อมระบุว่า กำลังเช็คข่าวเช่นกันว่าข่าวนี้มาจากไหนเพราะหากมีการควบคุมตัวจริงตามขั้นตอน คือจะต้องนำตัวส่งตำรวจเจ้าของสำนวนตามหมายจับ แต่ตอนนี้ตร.เจ้าของสำนวนก็ยังไม่ทราบเรื่องเช่นกัน

 

ด่วน! บุคคลแต่งกายคล้ายทหาร เข้าจับตัว”จ่านิว”หน้ามหาวิทยาลัย (คลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว”นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แกนนำกลุ่มประชาธิปไตยศึกษา และเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกหมายเรียกจากการจัดกิจกรรมนั่งรถไฟไปอุทยานราชภักดิ์ ส่องแสงหากลโกง” ที่อุทยานราชภักดิ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถูกบุคคลแต่งกายคล้ายทหาร จำนวน 8 นาย พร้อมรถกระบะ 2 คัน ปิดบังแผ่นป้ายทะเบียนและสังกัด เข้าคุมตัวนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ จากด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต (ฝั่งประตูเชียงราก) ไปเมื่อเวลา 22.30 น. หลังจากไปรับประทานอาหารกับเพื่อนสนิท 2 คน โดยมีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ใช้ยานพาหนะ สองคัน มีลักษณะ เป็นรถยนต์นั่งบุคคลธรรมดา กระบะทั้งสองคัน คันแรก ยี่ห้อ อีซูซุ สี่ประตู สีเงิน (ไม่ทราบทะเบียน) คันที่สอง โตโยต้า สี่ประตู
ขณะที่ พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ ฝ่ายกม.คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ยืนยันยังไม่ทราบเรื่อง นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ ถูกควบคุมตัว พร้อมระบุว่า กำลังเช็คข่าวเช่นกันว่าข่าวนี้มาจากไหน เพราะหากมีการควบคุมตัวจริงตามขั้นตอนต้องนำตัวส่งตร.เจ้าของสำนวนตามหมายจับแต่ตอนนี้ตร.เจ้าของสำนวนก็ยังไม่ทราบเรื่องเช่นกัน
ทั้งนี้ นายสิรวิชญ์ ถือเป็นนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ศาลทหารกรุงเทพอนุมัติออกหมายจับนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มนักศึกษาประชาธิปไตยศึกษา (เอ็นดีเอ็ม) พร้อมพวกรวม 6 คน ประกอบด้วยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว อายุ 23 ปี น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว อายุ 22 ปี น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ อายุ 22 ปี นายกรกช แสงเย็นพันธ์ อายุ 23 ปี นายอภิสิทธิ์ ทรัพย์นภาพันธุ์ อายุ 29 ปี และนายธเนตร อนันตวงษ์ อายุ 25 ปี ข้อหามั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ข้อ 12
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า กรณีดังกล่าว หากตำรวจทุกหน่วยเจอกับผู้ต้องหาทั้งหมด ก็สามารถจับกุมได้ตามหมายศาลทหารได้ทันที ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามในประเทศไทย ขณะที่นักศึกษาคนอื่นตามหมายจับ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังไม่ได้ถูกเข้าจับกุมตัวแต่อย่างใด


ภาพจากกล้องวงจรปิด นาทีอุ้ม ‘จ่านิว’ สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ จากหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อเวลาประมาณ 22.35 น. วันที่ 20 ม.ค. 2559 โดยมีบุคคลแต่งกายเหมือนเจ้าหน้าที่ทหาร ปิดบังใบหน้า ควบคุมตัวสิรวิชญ์ซึ่งเพิ่งรับประทานอาหาร­เสร็จ และกำลังเดินกลับหอพักในมหาวิทยาลัย โดยรถที่ใช้ปฏิบัติการเป็นรถปิคอัพ อิซูซุมิวเซเว่นสีบรอนซ์เงิน 1 คัน กับ โตโยต้าไทเกอร์สีน้ำเงินขับประกบอีก 1 คัน ทั้ง 2 คัน ปิดแผ่นป้ายทะเบียน

-ขอบคุณภาพจากPiyarat Chongthep


source :- http://www.matichon.co.th/news/7974