ตามสันดาน! กกต.เร่งยุบเพื่อไทย สลายขั้ว ปชต. ลุอำนาจ จ่อสั่งตัดสิทธิ์ 10 ปี

ตามสันดาน! กกต.เร่งยุบเพื่อไทย สลายขั้ว ปชต. ลุอำนาจ จ่อสั่งตัดสิทธิ์ 10 ปี

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มี 5 กกต. ที่มาจากการสรรหา หรือที่สังคมไทยรับรู้กันเป็นอย่างดีว่าเป็นการลากตั้ง โดยคนกลุ่มหนึ่งเพียงไม่กี่คนที่เป็นคณะกรรมการสรรหาและไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของสิทธิเจ้าของเสียงในประเทศอย่างแท้จริง อยู่ในระหว่างการเร่งดำเนินการอย่างหนักจัดทำสำนวนการสอบสวนและส่งเรื่องดำเนินการยุบพรรคเพื่อไทย (พท.) ภายหลังเกิดการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 โดย คสช.

แหล่งข่าวระดับสูงจาก กกต.เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนได้มติแจ้งข้อกล่าวหา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีก  9 คน ประกอบด้วย นายปลอดประสพ สุรัสวดี นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชย์ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ และรวมไปถึง พล ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการเดินทางหาเสียง ด้วยการลงพื้นที่พบปะและรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ เชียงใหม่ ลำปาง เพชรบูรณ์ ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกศ กาฬสินธุ์ เลย ยโสธร กรุงเทพมหานคร และระยองในระหว่างที่มีการยุบสภาและอยู่ในตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะมีผลทำให้ต้องเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งและมีผลให้ยุบพรรคเพื่อไทย ตามที่ทุกฝ่ายคาดหมายว่าเมื่อเกิดการรัฐประหารจะต้องมีการดำเนินการทุกอย่างเพื่อยุบพรรคเพื่อไทย เหมือนครั้งรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 

รายงานข่าวแจ้งว่า คณะอนุฯ กกต. ได้พิจารณาที่จะแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้เกี่ยวข้องดังกล่าวข้างต้น โดยมีโทษหนัก คือ มีความผิดฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 181(4) มีโทษตามกฎหมายเลือกตั้ง จำคุก 1 – 10 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง 10 ปี และหากเป็นกรรมการอาจมีผลให้ยุบพรรค

สำหรับ กกต.ชุดนี้นั้นได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนเป็นจำนวนมากกว่าปฏิบัติตัวเหมาะสมกับการได้ชื่อว่าเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญและเป็นกลางทางการเมืองอย่างแท้จริงหรือไม่ เนื่องจากในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ซึ่ง กกต. จะต้องมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งตามกฎหมาย กลับมีท่าทีอิดออดไม่ยอมจัดการเลือกตั้งทั่วประเทศหลายครั้ง นอกจากนี้นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อ กกต.อีก  4 คนที่เหลือยังปรากฎภายถ่ายภาพร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม กปปส. ที่ชุมนุมเรียกร้องให้กองทัพออกมาโค่นล้มประชาธิปไตยและในช่วงสถานการณ์การเมืองตรึงเครียดยังเขียนกลอนยอมรับว่าจำเป็นต้องเอียงข้าง เนื่องจากทำงานใหญ่อยู่

 

source :: https://www.hereandthere.today/?p=199