เปิดหลักฐาน “รัฐบาลชวน” ตั้ง ปรส.ชุดขายทรัพย์สินชาติ 8แสนล้าน “ธารินทร์” สารภาพทาบทามเอง!

z_470x1432

เปิดหลักฐาน “รัฐบาลชวน” ตั้ง ปรส.ชุดขายทรัพย์สินชาติ 8แสนล้าน “ธารินทร์” สารภาพทาบทามเอง!

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก ได้ให้ความสนใจกับการนำเสนอข้อมูลที่ชัดเจนว่า ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2557 นี้ คดีองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) เร่ขายสถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการจำนวน 56 แห่งมูลค่า 851,000 ล้านบาท ในราคาถูกเพียง 190,000 ล้านบาท ส่งผลให้ประเทศชาติเสียหายกว่า 660,000 ล้านบาท จะหมดอายุความ

แม้ว่าก่อนหน้านี้ “คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)” จะดำเนินการสืบสวนสอบสวนคดีนี้กว่า 6 สำนวน แต่กลับยกคำร้องไปถึง 3 สำนวนคดี และไม่หยิบยกขึ้นมาพิจารณาอีก 1 สำนวนคดี ซ้ำร้าย 2 สำนวนคดีที่เหลือ ยังชี้มูลความผิดกรรมการ ปรส.ได้เพียง 1 คนคือ นายมนตรี เจนวิทย์การ โดยไม่สามารถจับ “ตัวการใหญ่” ในเรื่องนี้ได้แม้แต่คนเดียว

ล่าสุดได้ทำให้ “พรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในขณะเกิดเหตุการณ์ถลุงขายทรัพย์สินชาติ 8.5 แสนล้านบาท ถึงกับร้อนรนไปทั้งพรรค ส่งผลให้ตั้งแต่หัวหงอก ยันลูกกระจ๊อกหางแถว สาวกพรรค ปชป.พากันออกมาแก้ต่างไปต่างๆนาๆ ซ้ำร้ายพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อโยนความผิดให้พ้นตัวอย่างโจ๋งครึ่ม

โดยอ้างว่า การขายทรัพย์สินของ ปรส.นั้นเป็นการขายให้กับบริษัทคนไทย ไม่ใช่การเร่ขายให้กับบริษัทต่างชาติอย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจ

ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงและประเด็นสำคัญของเรื่อง ปรส. ก็คือ ปรส.ขายทรัพย์สินชาติ ขาดทุนมหาศาล

รวมทั้งการ “มโน” อ้างว่า ปรส.ชุดที่ขายทรัพย์สินชาติ 8.5 แสนล้าน มีการแต่งตั้งขึ้นในยุครัฐบาล พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ (25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539 – 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540) พร้อมทั้ง “ชักแม่น้ำทั้ง 5” มาสนับสนุน “มโน” ทั้งๆที่ขัดกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง

โดย “ข้อเท็จจริง” ก็คือ คณะกรรมการ ปรส.ชุดที่ขายสินทรัพย์สถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการ 56 แห่งนั้น ได้ถูกตั้งขึ้นในยุค “รัฐบาลชวน 2 (9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2540 – 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544)” มี “นายชวน หลีกภัย” เป็นนายกรัฐมนตรี และมี “นายธารินทร์ นิมมานเหมินท์” เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

โดย คณะกรรมการ ปรส. ชุดที่ 2 แต่งตั้งเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2540 ประกอบด้วย

1. นายอมเรศ     ศิลาอ่อน            เป็นประธานกรรมการ

2. นายจุลสิงห์    วสันตสิงห์         เป็นผู้แทนกระทรวงการคลัง

3. นางธัญญา     ศิริเวทิน             เป็นผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย

4. นางจันทรา    อาชวานันทกุล    ผู้ทรงคุณวุฒิ

5. นางเกษรี       ณรงค์เดช          ผู้ทรงคุณวุฒิ

6. นายวิชรัตน์    วิจิตรวาทการ   กรรมการและเลขานุการแต่ในการดำเนินการประมูลขาย

ซึ่งนับเป็น “คณะกรรมการ ปรส.” ชุดที่ 2 โดยคณะกรรมการ ปรส.ชุดแรก จะมี “นายธวัชชัย ยงกิตติกุล” เป็นประธานกรรมการ

จากการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมพบว่า หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 17 ธันวาคม 2540 ได้รายงานข่าวเอาไว้ว่า “อมเรศ-วิชรัตน์ โอเครับงาน ปรส.เผยเงินเดือนจิ๊บจ๊อยแค่แสนเศษ”

โดยเป็นรายงานคำพูดของ นายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงการสรรหาบุคคลเข้ารับตำแหน่งประธานองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) แทนนายธวัชชัย ยงกิตติกุล ที่ขอลาออกจากตำแหน่งว่าขณะนี้ตนได้ทาบทามนายอมเรศ ศิลาอ่อน อดีตประธานคณะกำกับการควบหรือโอนกิจการสถาบันการเงิน มาเป็นประธาน ปรส.แทนนายธวัชชัย ซึ่งขณะนี้นายอมเรศ ได้ตกลงที่จะเข้ารับตำแหน่งแล้ว โดยจะเข้ารับงานภายหลังจากที่นายธวัชชัยลาออก ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 25 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป

ซึ่ง คณะกรรมการ ปรส.ชุดที่ 2 ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลชวน 2 ก็คือชุดที่นำทรัพย์สินของ 56 สถาบันการเงินไปประมูลขายในราคาที่ถูกแสนถูก

จากทรัพย์สินประเมินว่าน่าจะมีมูลค่ามากถึง 851,000 ล้านบาท กลับถูกขายทอดตลาดด้วยมูลค่าเพียง 190,000 ล้านบาท ขาดทุนทั้งสิ้น 660,000 ล้านบาท

และเป็น “นายอมเรศ ศิลาอ่อน” ที่ต่อมาถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการขายทรัพย์สิน 56 สถาบันการเงินของ ปรส.คดีนี้ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2555 ให้จำคุก นายอมเรศ ในฐานะ “ประธาน ปรส.” และ นายวิชรัตน์ เลขาธิการ ปรส. คนละ 2 ปี และปรับคนละ 20,000 บาท ซึ่งล่าสุด 17 มิถุนายน 2557 ศาลอุทธรณ์ ได้อ่านคำพิพากษาให้ยกฟ้อง ซึ่งคดีอยู่ในระหว่างการฎีกา

เป็น “อมเรศ ศิลาอ่อน” ที่ ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ของรัฐบาลชวน 2

เป็น “อมเรศ ศิลาอ่อน” ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลชวน 2 ที่มี ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี

เพียงแค่ว่า เมื่อ ชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี รวมไปถึง ธารินทร์ นิมมานเหมินท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มือหนึ่งด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นกลับ “รอด” ได้ทุกสำนวนคดี โดยเฉพาะสำนวนคดีที่ผ่านมาจาก “ป.ป.ช.”!

qw

 source : https://www.hereandthere.today/?p=1400