หนังสือเปิดผนึกกรณีการควบคุมตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์

หนังสือเปิดผนึกกรณีการควบคุมตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์

หนังสือเปิดผนึกกรณีการควบคุมตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์

                                                                    วันที่ 18 กันยายน 2558

เรื่อง     ขอให้ตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีการควบคุมตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์

เรียน    หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

สำเนาเรียน  ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ตามที่นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโส หนังสือพิมพ์ เดอะเนชั่น ถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวระหว่างวันที่ 13 -15 กันยายน 2558 เนื่องจากได้แสดงความคิดเห็นวิจารณ์รัฐบาล หลังจากได้รับการปล่อยตัวนายประวิตร โรจนพฤกษ์  ได้เปิดเผยว่าถูกเจ้าหน้าที่ซักถามในคืนวันแรกเป็นเวลานานกว่า 6 ชั่วโมง  และถูกควบคุมตัวในห้องที่คับแคบ ปิดทึบ  ไม่มีแสงแดด  ไม่มีอากาศถ่ายเท และถูกปิดตาตลอดเวลาที่ถูกนำตัวออกจากห้องขัง

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเห็นว่าการควบคุมตัวดังกล่าว  เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและละเมิดต่อหลักสิทธิมนุษยชน  กล่าวคือ  นายประวิตร  โรจนพฤกษ์  ไม่ใช่ผู้กระทำความผิดหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด  การซักถามในเวลากลางคืนเป็นเวลายาวนาน  การปิดตา และควบคุมตัวไว้ในห้องแคบที่ปิดทึบ  จนทำให้นายประวิตร  โรจนพฤกษ์  ได้รับอันตรายต่อจิตใจอย่างสาหัส  จนถึงขนาดต้องร้องขอแสงแดดและอากาศภายนอก เจ้าหน้าที่ทหารจึงได้ปิดตาและพาตัวนายประวิตร  โรจนพฤกษ์  ออกมานั่งด้านนอกห้องประมาณ 20 นาทีและพาตัวกลับเข้าไปในห้องคุมขังเช่นเดิม การกระทำดังกล่าวเป็นการทรมานและข่มขู่ให้กลัวเพื่อให้นายประวิตร  โรจนพฤกษ์  ให้ข้อมูลและยุติการวิจารณ์รัฐบาล อีกทั้งยังเป็นการปฏิบัติที่โหดร้าย  ไร้มนุษยธรรมและย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  อันละเมิดต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment) ข้อ 1 และข้อ 16 ที่ประเทศไทยลงนามเป็นภาคีและมีพันธกรณีต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาดังกล่าวมาตั้งแต่วันที่1  พฤศจิกายน  2550  ซึ่งเป็นสิทธิเด็ดขาดและเจ้าหน้าที่จะทรมานบุคคลใดไม่ได้ไม่ว่ากรณีใดๆ

นอกจากนี้  ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 เจ้าหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยจะปฏิบัติต่อบุคคลที่ถูกควบคุมตัวในลักษณะเป็นผู้ต้องหามิได้  ดังนั้นผู้ที่ถูกควบคุมตัวตามคำสั่งดังกล่าวยิ่งต้องมีสิทธิและได้รับการปฏิบัติที่ดีกว่าผู้ต้องหาที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิด อีกทั้ง  เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่ปกป้องและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน  แต่หากเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยเจ้าหน้าที่รัฐเสียเองแล้ว  ประชาชนย่อมขาดหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพไป

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนขอเรียกร้องให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการควบคุมตัวนายประวิตร  โรจนพฤกษ์  โดยพลันและปราศจากความลำเอียง หากได้ผลการตรวจสอบแล้ว  ขอให้มีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป  ทั้งนี้เพื่อเป็นบรรทัดฐานที่จะป้องกันไม่ให้มีการปฏิบัติในลักษณะดังกล่าวต่อบุคคลอื่นๆ อีก

จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการ

ขอแสดงความนับถือ

(นางสาวเยาวลักษ์  อนุพันธุ์)

หัวหน้าศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ด่วน! “ประวิตร โรจนพฤกษ์” ยื่นลาออก เนชั่น แล้ว ยืนยันจุดยืนยังคงเดิม

ด่วน! “ประวิตร โรจนพฤกษ์” ยื่นลาออก เนชั่น แล้ว ยืนยันจุดยืนยังคงเดิม
วัน ที่ 16 กันยายน นายประวิตร โรจนพฤกษ์ เปิดเผยกับมติชนออนไลน์ว่า ขณะนี้ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น พนักงาน ตำแหน่ง ผู้สื่อข่าวอาวุโส ในกลุ่มเครือเนชั่น แล้ว โดยจะมีผลในสิ้นเดือนกันยายนนี้

วัน ที่ 16 กันยายน นายประวิตร โรจนพฤกษ์ เปิดเผยกับมติชนออนไลน์ว่า ขณะนี้ตนได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น พนักงาน ตำแหน่ง ผู้สื่อข่าวอาวุโส ในกลุ่มเครือเนชั่น แล้ว โดยจะมีผลในสิ้นเดือนกันยายนนี้

นาย ประวิตร กล่าวถึงเหตุผลที่ได้ยื่นลาออกในครั้งนี้ว่า เนื่องจากมีแรงกดดันจากหลายฝ่ายมายังผู้บริหาร ต่อประเด็นการทำหน้าที่ของตน ซึ่งไม่อยากเห็น เนชั่น ซึ่งเป็นเสมือนบ้านที่ตนเองรัก ต้องถูกเผา โดยยืนยันว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกระแสข่าว กรณีที่นายกนก รัตน์วงศ์สกุล เพื่อนร่วมวิชาชีพในเครือเดียวกันออกมาแสดงความคิดเห็นทางโซเชียลมีเดีย ถึงความไม่พอใจและกระเเสการจัดการตน พร้อมระบุว่า หากเป็นตนจะไม่ทำร้ายบ้านที่ตนรัก จะไม่นำเอาเรื่องราวออกไปพูดภายนอก ให้องค์กรต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์

ทั้ง นี้ นายประวิตร ยังยืนยัน ว่าจะยังคงมีอุดมการณ์ ความมุ่งมั่น ในสิ่งที่เป็นจุดยืนของตน และ จะขอเดินบนเส้นทางอาชีพการเป็นสื่อมวลชนที่ตนเองรักต่อไป แต่จะเป็นอย่างไรนั้นคงต้องเป็นเรื่องของอนาคตต่อไป

source :- http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1442396857