ป.ป.ช.สารภาพ “คดี ปรส.” ได้ปลาซิว-ปลาสร้อย เป็นปลื้มยกคำร้อง3+1ไม่พิจารณา ปล่อยผี “บิ๊กรัฐบาล ปชป.”!

z_470x816

ป.ป.ช.สารภาพ “คดี ปรส.” ได้ปลาซิว-ปลาสร้อย เป็นปลื้มยกคำร้อง3+1ไม่พิจารณา ปล่อยผี “บิ๊กรัฐบาล ปชป.”!

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2557 “สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ร่อนหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับ “คดี ปรส.” โดยระบุว่า “เรื่องกล่าวหาเกี่ยวกับองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) มีการร้องเรียนกล่าวหาคณะกรรมการ ปรส. และผู้บริหาร ปรส. ประกอบด้วย นายธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ นายอมเรศ ศิลาอ่อน นายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ นางวชิรา ณ ระนอง นางวิวรรณ ธาราหิรัญโชติ นางเกษรี ณรงค์เดช นางจันทรา อาชวานันทกุล นางนงนาท สนธิสุวรรณ และนายมนตรี เจนวิทย์การ มายังสำนักงาน ป.ป.ช. รวม 6 เรื่อง ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงทั้ง 6 เรื่อง ดังกล่าวแล้ว ผลการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่ากรณีกล่าวหาคณะกรรมการ ปรส. และผู้บริหาร ปรส. คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป จำนวน 3 เรื่อง และมีมติไม่ยกขึ้นพิจารณา เนื่องจากเป็นกรณีที่ศาลประทับฟ้องไว้แล้วและอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล จำนวน 1 เรื่อง

สำหรับอีก 2 เรื่อง เป็นกรณีกล่าวหานายมนตรี เจนวิทย์การ ในฐานะเลขาธิการ ปรส. ว่าดำเนินการจำหน่ายสินทรัพย์ให้กองทุนรวมแกมม่าแคปปิตอล และกรณีจำหน่ายสินทรัพย์ให้บริษัท เงินทุนเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน) โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้กับผู้ซื้อเป็นเหตุให้รัฐได้รับความเสียหาย คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทำของนายมนตรี เจนวิทย์การ ดังกล่าว มีมูลความผิดทางวินัยฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่การงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ตามข้อบังคับขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินว่าด้วยการพนักงาน พ.ศ. 2540 และมีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยมิชอบเพื่อให้เกิด ความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดย ทุจริต ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 ส่วนผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ เห็นว่า ข้อกล่าวหาไม่มีมูล มีมติให้ข้อกล่าวหาตกไป

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ส่งสำนวนให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาโทษทางวินัยและส่งสำนวนให้อัยการสูงสุด พิจารณาฟ้องคดีต่อศาลที่มีเขตอำนาจและอัยการสูงสุดได้ยื่นฟ้องคดีนายมนตรี เจนวิทย์การ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ทั้งสองคดีแล้ว เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีของศาล

ปัจจุบันจึงไม่มีคดีกรณีกล่าวหาคณะกรรมการ ปรส. หรือผู้บริหาร ปรส. ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อีกแต่อย่างใด”

โดยสรุปคือ ในวันที่ ป.ป.ช.สอบสวนทั้งสิ้น 6 คดี โดยใช้เวลาดำเนินการมานานหลายปีดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่ ปล่อย “ลอยนวล” ด้วยการ “ยกคำร้อง 3 คดี” และอีก “1 คดีไม่หยิบมาพิจารณา” ส่วนที่เหลือชี้มูลความผิดบุคคลได้เพียงแค่ส่วนหนึ่ง

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับกรณีความเสียหายจากการเร่ขายทรัพย์สิน ของชาติ ที่มีมูลค่ากว่า มูลค่ากว่า 851,000 ล้านบาท เหมาเข่งประมูลขายไปเพียง 190,000 ล้านบาท ขาดทุนกว่า 66,000 ล้านบาท ในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี และมี นายธารินทร์ นิมมานเหมิท์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นั้นเอกสารชี้แจงของ ป.ป.ช. ได้ยืนยันอย่างชัดเจนว่า ดำเนินการได้กับผู้เกี่ยวข้องเพียงบางคนเท่านั้น ส่วนใหญ่กลับ “ยกคำร้อง” ไม่สามารถเอาผิด “ผู้สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ” อีกกลุ่มหนึ่งได้เลย แม้ความเสียหายจากการกระทำของ ปรส.นั้นจะเกิดขึ้นมากว่า 15-16 ปีแล้วก็ตาม และ ป.ป.ช. ซึ่งดำเนินการสอบสวนถึง 6 สำนวนคดี แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะเอาผิด “ผู้สร้างความเสียหายให้กับประเทศ” กลุ่มใหญ่ กลุ่มสำคัญ ที่อยู่เบื้องหลัง ปรส.คนอื่นๆได้แม้แต่คนเดียว  

ที่สำคัญคือ ความเสียหายจากกรณี ปรส.ซึ่งเกิดขึ้นในยุครัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี “ชวน หลีกภัย” เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น ก็เป็นอีก “คดี” ที่ “พรรคประชาธิปัตย์” อยู่รอดปลอดภัยหายห่วงไร้กังวล จากฝีมือ “องค์กรตามรัฐธรรมนูญ” ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น บางองค์กรในประเทศไทย ?