ผู้ใหญ่กลัวเด็ก คอลัมน์ ใบตองแห้ง

zz_1160

ผู้ใหญ่กลัวเด็ก คอลัมน์ ใบตองแห้ง

เกิดเป็นเด็กไทย พ.ศ.นี้น่าสงสาร เพราะผู้ใหญ่ตั้งความหวัง โตไปไม่โกง โตไปต้องเก่ง ความรู้คู่คุณธรรม เดี๋ยวก็เพิ่มวิชาประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม มีแต่วิชาท่องจำแต่อยากให้เด็กคิดเป็น

ผู้ใหญ่ร้อยทั้งร้อย อยากให้เด็ก “คิดเป็น” แต่ต้องคิดเหมือนตัวเอง ห้ามคิดต่าง ต้องแต่งตัวเรียบร้อย ไหว้กราบหมอบคลาน ต้องเดินตามหลังไม่งั้นมีความผิด

ผู้ใหญ่วันนี้อยากให้เด็กเป็นคนดี แต่ “ความดี” คือสิ่งที่ผู้ใหญ่ตีกรอบ ถ้าออกนอก 12 ข้อก็ต้องหลบๆ ซ่อนๆ เพราะความดีเป็นวิชาบังคับ ความดีไม่เปิดช่องให้มีเสรีภาพ ไม่ให้ ซักถามคิดหาเหตุผลเอง

ผู้ใหญ่อยากให้เด็กดี แต่ก็มักจะกำราบเด็ก ประณามคนรุ่นใหม่เห็นแก่ตัว วัตถุนิยม จิตใจแย่ลง ยอมรับคนโกง ลืมความเป็นไทย เป็นทาสวัฒนธรรมตะวันตก หมกมุ่นโซเชี่ยลมีเดีย ฯลฯ

ลึกลงไป ผู้ใหญ่ต่างหากที่กลัวเด็ก กลัวมันจะแซงหน้า กลัวมันจะเหนือกว่า กลัวจะสูญเสียอำนาจบงการ จึงต้องด่ามันไว้ก่อน

สังคมไทยเปลี่ยนแปลงรวดเร็วในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ใหญ่เริ่มทะเลาะกันทางการเมืองในยุคโนเกีย เด็กก็เติบโตมากับอินเตอร์เน็ต สมาร์ตโฟน แอนดรอยด์ โซเชี่ยลมีเดีย

เด็กรุ่นใหม่สิบกว่าปีมานี้ไม่ดูละครหลังข่าว หาความบันเทิงข้ามโลกจากไอแพดไอโฟน ถ้าสนใจปัญหาสังคมการเมืองก็มีข้อมูลข่าวสารคลิปวิจารณ์ล้นโลกออนไลน์ ถามหน่อย ยังมีเด็กคนไหนดูทีวีรวมการเฉพาะกิจ

คนอายุ 20 กว่าๆ ลงไปมีโลกของเขาเอง แยกจากโลกของผู้ใหญ่ที่แบ่งเป็น 2 ขั้ว พวกเขาไม่มีขั้วแต่มีสติปัญญาแยกแยะ มีวิธีคิดของตัวเอง มี idol ที่แปลกต่างจากคนรุ่นเก่า ชอบชีวิตอิสระ หลุดจากค่านิยมอนุรักษ์ของสังคมไทย ยิ่งรู้มากยิ่งหลุดไปไกล ปัญญาชนรุ่นใหม่นี่แหละที่ผู้ใหญ่กลัว

ความกลัวคนรุ่นใหม่เป็นธรรมชาติมนุษย์ ทั้งที่ตัวเองเคยเป็นคนรุ่นใหม่ แต่แก่ตัวลงก็กลัวโลกไม่ใช่ของตัวอีกต่อไป ยิ่งเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ผู้ใหญ่ยิ่งกลัวหมดอำนาจ พูดสำหรับผู้ใหญ่ไทย ยิ่งมีเหตุผลที่ต้องกลัวเด็ก นั่นคือกลัวเด็กจะเห็นว่าผู้ใหญ่ไม่มีเหตุผล

ไม่กี่วันก่อนมีคนส่งแบบสอบถามเรื่องทุจริตของสถาบันหนึ่งมาให้ดู ผมอ่านแล้วขำกลิ้ง

“การที่เยาวชนคนรุ่นใหม่เริ่มมีแนวคิดการยอมรับการคอร์รัปชั่นเล็กน้อยบ้าง ทำให้สังคมไทยขับเคลื่อนได้ถ้าผู้ กระทำคอร์รัปชั่นมีความสามารถสูงและสามารถทำให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น ท่านเห็นด้วยหรือไม่”

ในปัจจุบันจิตใจคนลดระดับลง มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวมลดน้อยลง คิดถึงโทษของการโกง และการคอร์รัปชั่นน้อยลงใช่หรือไม่”

แหม ช่างสรรคำถามชี้ชวนให้ประณามคนรุ่นใหม่ “มันเลวลงไปเป็นรุ่นๆ” คนรุ่นเราดีที่ซู้ด เหมือนแห่ประณามเด็กขายตัวแลกไอโฟน คนรุ่นใหม่ไม่มีศีลธรรมไม่มีความรับผิดชอบ ต้องปลูกฝังบังคับให้อยู่ในกรอบ อย่าเรียกร้องเสรีภาพในการแสดงออกอะไรเลย

ทั้งหมดมันคือสังคมที่ผู้ใหญ่สร้างให้เด็กไม่ใช่หรือ แต่ผู้ใหญ่กำลังใช้ศีลธรรมและอำนาจเป็นเครื่องกำบังตนจากความไร้เหตุผล

เคยคิดไหมว่า เด็กตัวเล็กๆ ที่หิ้วกระเป๋าเดินผ่านม็อบไปโรงเรียนเมื่อสิบปีก่อน โตมาเป็นอย่างไร ถ้าพวกเขาสนใจการเมือง วันนี้ก็สามารถอ่านตำราข้ามโลกจากภาษาต้นฉบับ แล้วย้อนกลับมาอ่านประวัติศาสตร์ไทยที่ไม่ได้สอนในโรงเรียน อ่านบทวิจารณ์จากสื่อนอกหลากหลาย เปรียบเทียบคำพูดกลับไปกลับมาของคนรุ่นพ่อแม่ที่มีบันทึกไว้

คนรุ่นพ่อแม่ที่เคยเล่าอย่างภูมิใจว่าสมัยหนึ่งเคยไป “ม็อบมือถือ” เรียกร้องนายกฯ เลือกตั้ง หรือคนรุ่นปู่ที่เคยอยู่ในเหตุการณ์ 14 ตุลา แต่วันนี้กลับมาล้มเลือกตั้ง เอานายกฯ คนนอก ไม่ “กลัวเด็ก” บ้างหรือครับ

เด็กรุ่นใหม่ไม่ดูละครหลังข่าว แต่ได้เห็นคนรุ่นพ่อแม่ผู้มีคุณธรรมแปลงร่างเป็นตัวละครหลังข่าว กระโดดออกไปปิดเมืองห้ำหั่นด้วยความเกลียดชัง เดินตามนักการเมืองสองข้างแต่ข้างหนึ่งเป็นลุงอีกข้างเป็นอี ประกาศความมีศีลธรรมด้วยคำด่า “ทักษิณหน้า-หมา” แถมภาคภูมิใจเมื่อได้ขึ้นปกตำราระดับโลก

ไม่อายเด็กบ้างหรือครับ รวมทั้งครูอาจารย์ที่เรียกร้องนักศึกษา “ต้านโกง” แต่มหา′ลัยกลับฉาวโฉ่เป็นแหล่งฉ้อฉลหาผลประโยชน์ ขณะที่กระทรวงศึกษาฯไม่ว่ายุคไหน เด็กก็เห็นแต่ผู้บริหารสอพลอได้ดี

เคราะห์ดีที่เด็กสมัยนี้อยากมีโลกของเขาเองมากกว่าเข้าข้างหรือต่อต้านใคร แต่โลกใบใหม่ของเขาก็จะก้าวออกจากที่ผู้ใหญ่ต้องการอนุรักษ์ จึงกระวนกระวายนักกับการตีกรอบโอบล้อม แต่จะได้ผลหรือเกิดผลด้านกลับ ก็คอยดู