‘ตู่’กร้าว กรธ.ไหนพร้อมดีเบตก็มา-ขอเป็นฝ่ายคว่ำ จวก‘มีชัย’รับใช้เผด็จการตลอดชีวิต

วันที่ 26 มกราคม นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ว่า ร่างรัฐธรรมนูญภายใต้นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เขียนขึ้นเป็นฉบับเผด็จการ เพราะมีกติกาไม่เป็นประชาธิปไตย ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นสิ่งจอมปลอม

นายจตุพรกล่าวว่า พร้อมจะดีเบตกรณีการร่างรัฐธรรมนูญกับนายมีชัย ซึ่งไม่เกี่ยวกับความอาวุโสหรือไม่ แต่เป็นเรื่องอนาคตของประเทศที่ประชาชนต้องรับรู้และตัดสินใจว่า จะเชื่อตามนายมีชัยที่ใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หรือเห็นด้วยกับตนที่ยืนอยู่ข้างประชาธิปไตยมาตลอดเช่นกัน แต่นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ต้องการมาดีเบตแทน ดังนั้น ขอประกาศว่า กรธ. คนไหนก็พร้อมดีเบตด้วยทั้งนั้น เพราะสิ่งที่เขียนมาในร่างรัฐธรรมนูญนั้น ล้วนอยู่ในกลางใจเผด็จการทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่ในใจกลางประชาธิปไตยเลยแต่เพียงน้อย

ส่วนนายมีชัยจะนำรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 มาใช้ หากร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำ นายจตุพรกล่าวว่า ได้คาดการณ์ไว้แล้ว แต่ไม่เป็นปัญหา และอยากทำอะไรก็เชิญ เพราะตนและพวกประกาศมาตลอดว่าจะลงประชามติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้แน่นอน โดยผู้มีอำนาจทั้งหลายต้องให้ฝ่ายคว่ำได้แสดงความเห็นด้วย อย่าได้ปล่อยให้เฉพาะฝ่ายสนับสนุนได้แสดงความเห็นเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งบ้านเมืองคงอยู่กันลำบากแล้ว เพราะสิ่งนี้เป็นอนาคตของประเทศ

“ผมจึงอธิบายว่า ถ้าใจอ่อนเหมือนอดีตเท่ากับเดินหน้าลงเหว บ้านเมืองไม่มีอนาคตทั้งสิ้น และท่ามกลางประชาชนลำบาก ก็จะปลุกอีกพวกหนึ่งว่า ผ่านประชามติก็จะได้รัฐบาลจากการเลือกตั้ง เพราะกลไกได้วางกับดักไว้ทั้งหมด ถูกวางไว้เหมือนเป็นแดนสังหาร ดังนั้น อย่าได้วิตกเรื่องเลือกตั้ง แล้วเดินตามรอยเดิม เพราะเป็นรอยที่หนักกว่าเดิม วันนี้พยายามอธิบายกันว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านก็ใช้ฉบับชั่วคราวปี 2557 ไม่ต้องมาบอก เพราะรู้ หรือจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวจัดการเลือกตั้งเลย ก็เชิญ อยากทำอะไรก็เชิญ แต่เมื่อเปิดช่องให้ประชาชนไปใช้สิทธิ ประชามติคว่ำก็ต้องได้พูดกัน แต่จะใช้คำสั่งใดๆ เชิญ แก้ไขและประกาศอะไรเชิญ แต่อย่ามาบอกว่า ถ้าไม่เอาฉบับมีชัย ก็จะได้ชั่วคราว ซึ่งก็เป็นฉบับมีชัย ซ้ายมีชัย ขวามีชัย มีชัยทั้งนั้น”

นายจตุพรอธิบายว่า นายมีชัยได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ต้องการให้แก้ไข เพราะการกำหนดให้ใช้เสียง 10% ของทุกพรรคซึ่งเป็นไปไม่ได้ จึงเท่ากับปิดประตูไม่ให้แก้ไข ดังนั้น การเขียนรัฐธรรมนูญแบบนี้แทบแตะต้องอะไรไม่ได้ หากบ้านเมืองเกิดวิกฤตขึ้นศาลรัฐธรรมนูญจะตีความให้คนนอกเข้ามาใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี เพราะชื่อคนนอกจะถูกฝากชื่อไว้ที่พรรคการเมืองระดับเล็กและกลางให้เข้าคุณสมบัติ แล้วเข้ามาสวมอำนาจนายกรัฐมนตรีแทนในยามประเทศมีปัญหา

สิ่งสำคัญปัญหาจะเกิดขึ้น เพราะองค์กรอิสระถูกแต่งตั้งไว้พร้อมหมดแล้ว โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะอยู่อีกถึง 9 ปี ตั้งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ชุดใหม่ รวมทั้งผู้ตรวจการแผ่นดินก็ตั้งไว้เรียบร้อบแล้ว และคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) กับศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นชุดเดิมทำหน้าที่ ดังนั้น จึงชัดเจนในด้านตัวบุคคลขององค์กรอิสระ ที่ไม่แตกต่างจากสมัยใช้รัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ทำให้เกิดหนึ่งประเทศสองระบบ โดยการเลือกตั้งเป็นประชาธิปไตยเอาไว้อวดอ้างกับชาวโลก ส่วนองค์กรอิสระจะใช้อำนาจที่ไม่ได้มาจากประชาชนเพื่อควบคุมประชาธิปไตย

ดังนั้น การเขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้จึงเป็นเผด็จการทั้งการไม่ให้แก้ไข ส่วนวุฒิสมาชิกยังมาจากการลากตั้งทั้งหมด เลวร้ายกว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งตนต้องการให้เขียนรัฐธรรมนูญโดยยึดหลักการประชาธิปไตย แต่นายมีชัยเขียนร่างขึ้นมานั้น ยิ่งกว่ามัดมือชก ผ่านประชามติหรือไม่ ก็มีแต่ได้ และผู้มีอำนาจที่เป็นคนนอกจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีเหมือนเดิม

นายจตุพรกล่าวว่า นักการเมืองอยากเลือกตั้งคงต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่าน โดยไม่ใส่ใจอนาคตของประเทศว่าจะเป็นอย่างไร ส่วนตนได้บอกประชาชนว่า พอได้แล้วกับการเลือกตั้งภายใต้กติกาประชาธิปไตยหลอกลวง ฉ้อฉล ไม่เป็นประชาธิปไตย แล้วจะไปเลือกทำไม เพราะเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

 

source :- http://www.matichon.co.th/news/14231