รองโฆษกอัยการแจงคดีหลานพลทหารวิเชียร อัยการนราฯสั่งสอบเพิ่ม หลังเจ้าของสำนวนสั่งฟ้อง

 

นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ (ที่มาภาพ profile ใน LINE)

รองโฆษกอัยการแจงคดีหลานพลทหารวิเชียร อัยการนราฯสั่งสอบเพิ่ม หลังเจ้าของสำนวนสั่งฟ้อง

Posted: 23 Sep 2016 11:31 PM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

24 ก.ย. 2559 หลังจากเมื่อวันที่ 23 ก.ย. ที่ผ่านมา นริศราวัลถ์ แก้วนพรัตน์ หลานพลทหารวิเชียร เผือกสม เดินทางไปยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ณ สำนักงานอัยการ ศูนย์ราชการฯแจ้งวัฒนะ และเดินทางไปยื่นหนังสือต่อหัวหน้าอัยการ กรมพระธรรมนูญ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเสียชีวิตของพลทหารวิเชียรในฐานความผิดตาม มาตรา 289 (5) แห่งประมวลกฎหมายอาญา เนื่องจากเป็นกรณีที่พลทหารวิเชียรถูกกระทำโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ส่วนกรณีคดของ นริศราวัลถ์ จากการโพสต์บอกเล่าเรื่องราวและร้องขอความเป็นธรรมกรณีพลทหารวิเชียรบนอินเตอร์เน็ตนั้น นริศราวัลถ์ เปิดเผยว่า พนักงานอัยการเจ้าของสำนวนด้แจ้งต่อตนด้วยวาจาว่าได้สรุปสำนวนและมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาล โดยระบุว่าความเห็นพนักงานสอบสวนที่สรุปมาในสองข้อหาคือ 1) ข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาด้วยเอกสาร  2) ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ  ขณะนี้สำนวนอยู่ที่อัยการจังหวัดนราธิวาส พิจารณาและมีคำสั่งต่อไป (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม)

วันเดียวกัน (23 ก.ย.59) มติชนออนไลน์ รายงานว้า ประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีมีข่าวว่า อัยการมีคำสั่งฟ้อง นริศราวัลถ์ ดังกล่าวว่า คดีนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน และพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนมาให้สำนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส โดยตนทราบข้อมูลจาก อารยะ กระโหมวงศ์ อัยการจังหวัดนราธิวาส ว่าคดีนี้พนักงานสอบสวนส่งสำนวนมาแบบไม่มีตัวผู้ต้องหา ในสำนวนมีเอกสารหลักฐานในส่วนของผู้เสียหายที่กล่าวหา แต่ยังไม่มีข้อมูลการแจ้งข้อกล่าวหาและคำให้การของผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนมาให้อัยการพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 141 ระบุว่า ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ แต่เมื่อได้ความตามทางสอบสวนอย่างใด ให้ทำความเห็นว่าควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนให้พนักงานอัยการ ถ้าพนักงานอัยการเห็นชอบด้วยว่าควรสั่งไม่ฟ้อง ให้ยุติการสอบสวนโดยสั่งไม่ฟ้อง และให้แจ้งคำสั่งนี้ให้พนักงานสอบสวนทราบ แต่ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสอบสวนต่อไป ให้สั่งพนักงานสอบสวนปฏิบัติเช่นนั้น ถ้าพนักงานอัยการเห็นว่าควรสั่งฟ้อง ให้จัดการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหามา ถ้าผู้ต้องหาอยู่ต่างประเทศ ให้พนักงานอัยการจัดการเพื่อขอให้ส่งตัวข้ามแดนมา

ประยุทธ กล่าวต่อว่า โดยเบื้องต้น รติ ช่อลำไย อัยการเจ้าของสำนวน ได้พิจารณาสำนวนเท่าที่มีอยู่ของพนักงานสอบสวน แล้ว รติ จึงเสนอความเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหา ให้อัยการจังหวัดนราธิวาส พิจารณา โดย อารยะ อัยการจังหวัดนราธิวาส พิจารณาแล้วมีความเห็นสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในหลายประเด็น อาทิ ฝ่ายผู้เสียหายมีการร้องทุกข์หลายท้องที่หรือไม่ รวมถึงเรื่องการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นการพิจารณาความเห็นของอัยการจึงยังไม่สิ้นสุด ไม่ใช่ความเห็นเด็ดขาดเพราะอัยการจังหวัดนราธิวาส สั่งสอบสวนเพิ่มเติม จึงต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งล่าสุดที่ผู้ต้องหาได้ร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเข้ามา

ประยุทธ กล่าวอีกว่า ที่มีข่าวออกมาว่าผู้ต้องหาให้การปฎิเสธ โดยมีการส่งตัวผู้ต้องหาไปยังอัยการนราธิวาสแล้วนั้น จริงๆแล้วยังไม่มีการส่งตัวผู้ต้องหาให้อัยการจังหวัดนราธิวาสแต่อย่างใด ดังนั้นการมีความเห็นเสนอสั่งคดีเบื้องต้นจึงเป็นการสั่งแบบไม่มีตัวตามขั้นตอนกฎหมาย ภายหลังหากได้ตัวผู้ต้องหาต้องรวบรวมคำให้การและพยานของผู้ต้องหาส่งมาให้อัยการพิจารณาต่อไป

ต่อกรณีคำถามว่าเมื่อผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดขั้นตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร ประยุทธ กล่าวว่า จะรวบรวมเอกสารทั้งหมดส่งไปยังอัยการเจ้าของสำนวนเพื่อให้พิจารณาไปในคราวเดียวกันกับการพิจารณาสำนวนคดี หากเจ้าของสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้องจะต้องรายงานให้อัยการสูงสุดรับทราบ แต่กรณีสั่งไม่ฟ้องจะต้องส่งสำนวนไปที่อธิบดีอัยการภาค 9 ก่อนเสนอให้อัยการสูงสุด ตามขั้นตอนที่เป็นระเบียบปฏิบัติ

 


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน