เปิดแนวคิดโครงสร้างพลังงาน นํ้ามันทุกชนิดไม่เกิน”30บาท”

z_2390รายงานพิเศษ
พรพิมล แย้มประชา

ด้วย ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับลงอย่างต่อเนื่องสู่ระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ทำให้ภาครัฐวางแผนปรับโครงสร้างราคาพลังงานในประเทศ ขณะเดียวกันกลุ่มนักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมัน เสนอแนวทางที่น่าสนใจเกี่ยวกับราคาน้ำมันเพื่อให้รัฐบาลพิจารณา

เริ่ม จากนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่าสถาบันร่วมกับ นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน ขอเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่จะประชุมวันที่ 15 ธ.ค.นี้ 2 แนวทาง มีทั้งลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต

เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมัน โลกปรับลดลงมาก และสถานะกองทุนฯ กลับมาเป็นบวก 10,874 ล้านบาทแล้ว โดยโครงสร้างราคาพลังงานใหม่ทำให้ราคาน้ำมันทุกประเภทต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร โดยเฉพาะกลุ่มเบนซินปรับลดลงเฉลี่ย 3-10 บาทต่อลิตร ขณะที่ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนลดลงเฉลี่ย 2 บาทต่อกิโลกรัม และก๊าซเอ็นจีวีปรับขึ้น 1 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้ ข้อเสนอแรกเป็นของสถาบัน อาจ มองว่าเป็นข้อเสนอสุดซอย คือให้ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดต่างๆ เหลือ 0.15 บาทต่อลิตร ยกเว้นแก๊สโซฮอล์ อี 20 และอี 85 ให้อุดหนุนตามเดิม จากปัจจุบันเก็บเงินเข้ากองทุนฯ เฉลี่ย 3-10 บาท/ลิตร

รวม ทั้งเสนอให้เพิ่มอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลจากปัจจุบันเก็บเพียง 0.75 บาทต่อลิตร ให้จัดเก็บเป็น 4.75 บาท/ลิตร ส่วนประเภทอื่นจัดเก็บตามเดิม แต่จะไม่ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น เนื่องจากเป็นการลดการจัดเก็บกองทุนฯ แต่เพิ่มภาษีสรรพสามิตแทน

ส่วน การปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี เสนอลอยตัวราคาก๊าซแอลพีจี โดยกำหนดราคาแอลพีจีจากโรงแยกก๊าซฯ เท่ากับต้นทุนการผลิตแอลพีจีของโรงแยกก๊าซฯ โดยให้ปรับเพิ่มตามต้นทุนราคาก๊าซฯ, ยกเลิกการเก็บภาษีสรรพ สามิต สำหรับแอลพีจีภาคครัวเรือน โดยให้คงการเก็บภาคขนส่งไว้ที่ 2.17 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากภาคขนส่งมีการใช้ถนนร่วมด้วย ขณะที่ภาคครัวเรือนเป็นการใช้ตามวัตถุประสงค์

สําหรับราคา ใหม่ตามแนวทางที่ 1 คือ เบนซิน 95 เหลือ 29.16 บาทต่อลิตร จากปัจจุบัน 39.36 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 เหลือ 27.99 บาทต่อลิตร จากปัจจุบัน 32.30 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 เหลือ 27.78 บาทต่อลิตร จากปัจจุบัน 30.28 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ อี 20 เหลือ 25.52 บาทต่อลิตร จาก 28.98 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ อี 85 เหลือ 20.99 บาทต่อลิตร จาก 22.68 บาทต่อลิตร ขณะที่ดีเซลเป็นลิตรละ 28.12 บาทต่อลิตร จาก 27.89 บาทต่อลิตร

ขณะ ที่แอลพีจีภาคครัวเรือน เหลือ 22.98 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนภาคครัวเรือนผู้มีรายได้น้อยคงเดิม 18.13 บาทต่อลิตร ขณะที่ภาคขนส่งอยู่ที่ 25.53 บาท เชื่อว่าจะส่งผลให้มีการลักลอบใช้ข้ามกลุ่ม เพราะหากคิดเป็นลิตรจะต่างกันเพียงลิตรละบาทกว่าเท่านั้น

นาย มนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน กล่าวว่า แนวทางที่ 2 ลดการจัดเก็บกองทุนน้ำมันบางส่วน จะทำให้ราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินลดลงประมาณ 1.70 บาท-2 บาทต่อลิตร และราคาเอ็นจีวีเพิ่มขึ้น 1 บาท ส่วนแอลพีจีและดีเซลคงเดิมกัน

เช่น ดีเซล ลดการจัดเก็บเข้ากองทุนฯ 2.25 บาท เหลือ 2.55 บาท เพิ่มจัดเก็บสรรพสามิต 2.25 บาท เป็นจัดเก็บ 3 บาท, เบนซิน 95 ให้ลดการจัดเก็บกองทุนน้ำมันฯ 1.35 บาท เหลือ 8.80 บาท และลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เหลือ 5 บาท จาก 5.60 บาท ทำให้ราคาลดลง 1.95 บาทต่อลิตร

แก๊สโซฮอล์ 95 ให้ลดการจัดเก็บกองทุน 1.20 บาท เหลือ 3.45 บาท และลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต เหลือ 4 บาท จาก 5.04 บาท จะทำให้ราคาลดลง 2.24 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 ให้ลดการจัดเก็บกองทุนน้ำมันฯ 1.20 บาท และลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเหลือ 4 บาท จาก 5.04 บาท จะทำให้ราคาลดลง 2.24 บาทต่อลิตร

ด้านแก๊สโซฮอล์ อี 20 ให้ลดการจัดเก็บกองทุนน้ำมันฯ 1.20 บาท และลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตเหลือ 5 บาท จาก 5.60 บาท จะทำให้ราคาลดลง 1.68 บาทต่อลิตร แก๊ส โซฮอล์ 95 ให้ลดการจัดเก็บกองทุนน้ำมันฯ 1.20 บาท เหลือ 3.45 บาท และลดการจัดเก็บสรรพสามิต เหลือ 4 บาท จาก 5.04 บาท จะทำให้ราคาลดลง 2.24 บาทต่อลิตร เอ็นจีวี เพิ่มการจัดเก็บภาษีสรรพสามิต 1 บาทต่อกิโลกรัม

ตอน นี้ราคาน้ำมันโลกปรับลดลงอย่างมาก คาดว่าแนวโน้มยังอยู่ในระดับต่ำอีกอย่างน้อย 6 เดือน ก่อนที่กลุ่มเอเปคจะมีการประชุมอีกครั้ง จึงต้องการเสนอปรับโครงสร้างโดยเร็ว และแม้แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่อง จนต่ำกว่า 60 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ทำให้ราคาน้ำมันแต่ละประเภทลดลง 8-11 บาท แต่ราคาขายปลีกในประเทศปรับลดลงไม่เท่า

เช่น เบนซิน 95 ลดลง 9.40 บาท หรือ 20% และดีเซลลดลง 2 บาท หรือ 7% ซึ่งไม่ได้ปรับลดลงมาก และเร็วตามราคาตลาดโลก เพราะไทยเก็บภาษีสรรพสามิต และการเก็บเงินเข้ากองทุนฯ รวมทั้งดีเซลของไทย ผสมไบโอดีเซล บี 100 ซึ่งมีราคาแพงเข้าไปด้วย

ด้าน นายทวารัฐ สูตะบุตร รองปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า อยากชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปัจจุบันลดลงเหลือ ประมาณ 60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากที่เคยสูงระดับ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ภาครัฐได้ปรับลดราคาขายปลีกลงด้วย โดยเฉพาะเบนซิน 95 ที่ลดลงรวม 9.79 บาทต่อลิตร และแก๊ซโซฮอล์ลดลงเช่นกัน

มีเพียงดีเซลที่ลดลงเล็กน้อยเพียง 2.10 บาทต่อลิตรเนื่องจากที่ผ่านมาราคาต่ำกว่าตลาด ทำให้ต้องนำส่วนต่างที่ลดลงของดีเซลเร่งเก็บเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ถึงระดับเหมาะสม จากนั้นจึงเริ่มปรับโครงสร้างราคาน้ำมันได้ ซึ่งแนวทางปรับโครงสร้างคือการสลับระหว่างเงินทุนน้ำมันฯ และภาษีสรรพสามิตดีเซล ทำให้ไม่มีผลกระทบต่อราคาแน่นอน

“ขณะ นี้กองทุนน้ำมันฯ สูงสุดในรอบ 4 ปี ซึ่งการเก็บเงินต่อไปถึงระดับเหมาะสมนั้นต้องขึ้นอยู่กับการประชุมคณะ กรรมการพลังงานนโยบายแห่งชาติ หรือกพช. วันที่ 15 ธ.ค.นี้ แต่แนวทางน่าจะชัดเจนว่าราคาขายปลีกดีเซลจะใกล้เคียงและอาจเท่ากับแก๊ส โซฮอล์บางชนิดที่รถบ้านนิยมใช้”

นายทวารัฐกล่าว และว่า ในส่วนของก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ขณะนี้อยู่ที่ 24.16 บาทต่อกิโลกรัม (ก.ก.) เท่ากันทั้ง 3 กลุ่มตามราคาตลาดโลก และหลังจากนี้ราคาจะขึ้น-ลงตามตลาดโลก

อย่าง ไรก็ตามกองทุนน้ำมันฯ ยังมีภาระชดเชยแอลพีจีครัวเรือนเล็กน้อย จากโครงการลดผลกระทบร้านค้าครัวเรือนยากจนให้ซื้อแอลพีจีราคาเดิม ซึ่งภาระดังกล่าวน้อยมากเมื่อเทียบกับอดีต ที่กองทุนน้ำมันฯ เคยมีภาระอุดหนุนสูงถึง 48,000 ล้านบาทต่อปี

 

source :- http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TURObFkyOHlNREUxTVRJMU53PT0%3D