ม.หอการค้าไทยเผยตัวเลขบ่งชี้ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยส่อเค้าดีขึ้นเล็กน้อย


ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจฯ ม.หอการค้าไทยเผยตัวเลขบ่งชี้ความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจไทยส่อเค้าดีขึ้นเล็กน้อย

ผู้บริโภครายได้ระดับกลางในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นตัวนำในการเริ่มใช้จ่าย บวกมาตรการอัดเม็ดเงินลงหมู่บ้าน คุมราคาสินค้าไม่ให้แพงเกินทำให้คนรู้สึกว่าแม้รายได้ไม่เพิ่มแต่รายจ่ายไม่แพงเกินไป ในขณะที่หวังพึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวมาเสริม ส่วนที่ยังหนักคือรอบนอกที่พึ่งสินค้าการเกษตรเพราะราคายังไม่ดีขึ้นขณะที่มีปัญหาการผลิต ด้านการส่งออกยังไม่กระเตื้องเพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นมากนัก

นายธนวรรธน์ พลวิสัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และนายวชิร คูณทวีเทพ รองผู้อำนวยการ ได้ร่วมกันแถลงข่าวผลการสำรวจและทำดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนต.ค.2558 โดยได้ข้อสรุปว่า ความเชื่อมั่นของประชาชนส่วนใหญ่ต่อเศรษฐกิจไทยดีขึ้นเล็กน้อย โดยดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของเดือนต.ค.วัดได้ 62.2 ในขณะที่ของเดือนก.ย.อยู่ที่ 61.2 โดยระบุว่าแม้จะน้อยแต่ก็ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกในรอบสิบเดือนที่ดัชนีชี้วัดความเชื่อมั่นปรับตัวสูงขึ้น และถือว่าเป็นสัญญาณด้านบวกแสดงให้เห็นว่ามีโอกาสที่ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว ในขณะที่ความเชื่อมั่นด้านสังคมและการเมืองก็กำลังดีขึ้นเช่นกัน

ความเชื่อมั่นในด้านเศรษฐกิจนั้น ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจบอกว่า ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นการปล่อยเงินผ่านกองทุนหมู่บ้าน การให้เม็ดเงินพัฒนาตำบล การเร่งเบิกจ่ายเงินในโครงการขนาดเล็กที่กระจายไปทั่วประเทศ บวกมาตรการสร้างความมั่นใจเช่นช่วยเหลือผู้ซื้อบ้าน กระตุ้นอสังหาริมทรัพย์

นายธนวรรธน์กล่าวว่า ตัวเลขดัชนีต่างๆที่รวบรวมได้แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยอาจจะพ้นจากจุดที่ตกต่ำที่สุดมาแล้วแต่ยังเปราะบางอยู่มาก โดยสิ่งที่เป็นตัวกระตุ้นมาจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ จากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในกรุงเทพฯและปริมณฑลเป็นตัวนำ ผู้บริโภคที่เป็นคนชั้นกลางซึ่งเดิมไม่มีความเชื่อมั่นในอันที่จะใช้จ่ายเริ่มมีความเชื่อมั่นมากขึ้น โดยวัดได้จากการที่มีการซื้อสินค้ากลุ่มคงทนเช่นบ้านและรถมากขึ้น ในส่วนของค่าครองชีพแม้ว่าประชาชนจะรู้สึกว่ารายได้ไม่เพิ่มเต็มที่ แต่อีกด้านก็รู้สึกว่าราคาสินค้าก็ไม่ได้แพงมากนักเช่นกัน ซึ่งในเรื่องนี้ทำให้เห็นความสำคัญของการที่จะต้องมีมาตรการสนับสนุนให้มีการลดราคาสินค้าและควบคุมราคาต่อไป

ส่วนปัจจัยอีกตัวที่กระตุ้นเศรษฐกิจมาจากการท่องเที่ยวที่เริ่มจะคึกคัก และเมื่อบวกรวมสองปัจจัยคือการใช้จ่ายของบางภาคส่วนที่เพิ่มขึ้นและการท่องเที่ยว เม็ดเงินที่จะเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจจึงมาจากสองส่วนพอๆกันคือจากภาครัฐครึ่งหนึ่งและเอกชนอีกครึ่งหนึ่ง และเป็นสภาพที่ฟื้นด้วยตัวเองเพราะในขณะนี้สภาพเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีนัก ไม่ว่าจีนหรือยุโรปและสหรัฐฯ ซึ่งทำให้การส่งออกของไทยยังไม่ดีขึ้น

ในส่วนของภาคการเกษตร ผอ.ศูนย์พยากรณ์ฯเชื่อว่าจะยังไม่ฟื้นตัวมากนัก เพราะราคาสินค้าการเกษตรยังไม่ฟื้น ขณะที่ในด้านการผลิตก็ยังมีปัญหา มองไปในอนาคตปีหน้าโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก สภาพเช่นนี้จะยังดำรงอยู่ต่อไป แต่หากในครึ่งปีหลังสามารถแก้ปัญหาในเรื่องน้ำได้ และราคาเริ่มดีขึ้นไตรมาสที่สี่จึงจะเห็นสภาพฟื้นตัว แต่สำหรับขณะนี้ในรอบนอกจากเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลประชาชนจะยังไม่รับรู้มากนักว่าเศรษฐกิจอาจจะเริ่มฟื้นตัว