กลุ่มนักกฎหมายสิทธิแถลง ขอคืนสิทธิประกันตัว ‘ไผ่ ดาวดิน’

กลุ่มนักกฎหมายสิทธิแถลง ขอคืนสิทธิประกันตัว ‘ไผ่ ดาวดิน’

Posted: 15 Jan 2017 10:52 PM PST  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

16 ม.ค. 2560 กลุ่มนักกฎหมาย ทนายความ และนักสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์ เรียกร้องคืนสิทธิปล่อยตัวระหว่างดำเนินคดีแก่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษาโดยทันที เนื่องจากการควบคุมตัวไว้ไม่ชอบด้วยเหตุผลตามหลักการทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ชี้หัวใจของกฎหมายอาญายึดอยู่บนหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะกรณีดังกล่าวกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ และก่อผลกระทบด้านการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ แก่ผู้ถูกควบคุมตัวอย่างร้ายแรงและส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อกระบวนยุติธรรมของสังคมโดยรวม โดยการเยียวยาภายหลังจากการพิจารณาคดีของศาลไม่อาจจะคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างแท้จริง หากพิสูจน์ได้ว่าจตุภัทร์ไม่ใช่ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

 

เผยแพร่ 16 มกราคม 2560
แถลงการณ์
คืนสิทธิปล่อยตัวระหว่างดำเนินคดีแก่นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษาโดยทันที
เนื่องจากการควบคุมตัวไว้ไม่ชอบด้วยเหตุผลตามหลักการทางกฎหมายและสิทธิมนุษยชน

สืบเนื่องจากตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2559 ศาลจังหวัดขอนแก่นได้มีคำสั่งให้เพิกถอนสัญญาประกันตัว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ “ไผ่ ดาวดิน” นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้ถูกกล่าวหาว่า กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 จากการแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเฟซบุ๊กของสำนักข่าวบีบีซีไทย ในเฟซบุ๊กของตนเอง โดยศาลให้เหตุผลในการเพิกถอนการประกันตัวว่า ยังไม่ยอมลบข้อความที่ถูกกล่าวหา และมีการโพสรูปภาพแสดงท่าทางในเชิงสัญลักษณ์ที่ศาลเห็นว่าเป็นการเย้ยหยันอำนาจรัฐ ซึ่งนับตั้งแต่ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งเพิกถอนการประกันตัว ทนายความได้ยื่นอุทธรณ์ และฎีกาตามลำดับ แต่ศาลสูงได้ยืนตามคำสั่งของศาลจังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ ทนายความยังได้มีการยื่นขอประกันตัวใหม่ไปแล้วถึง 5 ครั้ง แต่ศาลก็ยังไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจตุภัทร์ โดยอ้างว่า ยังไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ประกอบกับพนักงานสอบสวนได้ยื่นขอฝากขัง ครั้งที่ 4 โดยอ้างว่า การสอบสวนพยานบุคคลยังไม่เสร็จสิ้น และศาลขอนแก่นได้อนุมัติฝากขัง เป็นผลให้จตุภัทร์ต้องถูกคุมขังต่อไปอีกจนถึงวันที่ 20 มกราคม 2560 ซึ่งจะทำให้เขาไม่ได้ออกมาสอบวิชาสุดท้าย ที่จะมีการสอบในวันที่ 17 มกราคม 2560 ที่กำลังจะถึงนี้

องค์กรและผู้มีรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์ฉบับนี้ มีความเห็นต่อการเพิกถอนการประกันตัว และการไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจตุภัทร์ ดังนี้

1.       การเพิกถอนสัญญาประกันตัวและการยกคำร้องของปล่อยตัวชั่วคราวของจตุภัทร์ ขัดต่อหลักสิทธิที่จะได้รับการดำเนินคดีที่เป็นธรรม โดยเฉพาะหลักการที่ได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวระหว่างดำเนินคดี และสิทธิที่จะสามารถต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ที่ได้รับรองไว้ โดยประเทศไทยในฐานะประเทศภาคีย่อมมีพันธกรณีที่ต้องเคารพและปฏิบัติตาม[1] และตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 มาตรา 4 และฉบับที่เพิ่งผ่านประชามติไป ก็ได้บัญญัติรับรองสิทธิดังกล่าวไว้ด้วยเช่นกัน[2]

2.       การควบคุมตัวไว้ระหว่างดำเนินคดี เป็นเรื่องที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ การคุมขังบุคคลระหว่างสอบสวนหรือระหว่างการพิจารณาจึงเป็นวิธีสุดท้าย ซึ่งตามกฎหมายได้กำหนดไว้ชัดแจ้งว่า จะกระทำได้เฉพาะในกรณีที่ไม่มีวิธีการอื่นที่เหมาะสมกว่ามาใช้แล้ว และต้องเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยเหตุผล โดยต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ความน่าเชื่อถือของหลักประกัน พฤติกรรมหลบหนี หรือการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปจะก่อเหตุร้ายอีกหรือไม่เท่านั้น[3] ซึ่งการแสดงความเห็นทางสังคมการเมืองหรือพฤติกรรมเย้ยหยันอำนาจรัฐ ไม่ใช่เหตุตามกฎหมายซึ่งจะใช้ในการควบคุมตัวได้ ด้วยเหตุนี้ ในการพิจารณาว่าจะควบคุมตัวไว้หรือไม่ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและเคร่งครัดถึงเหตุจำเป็นในการควบคุมตัวดังกล่าว

3.       บทบาทตุลาการจำเป็นต้องดำรงความเป็นอิสระและเป็นกลาง ไม่ว่าประเทศจะดำรงอยู่ในระบอบการปกครองใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้าที่ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน และตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐในภาวะที่บ้านเมืองไม่ได้ปกครองในระบอบประชาธิปไตย การใช้ดุลพินิจบนฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายย่อมทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นว่ายังมีองค์กรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ถ่วงดุลเจ้าหน้าที่รัฐ

ดังนั้น องค์กรและผู้มีรายชื่อแนบท้ายแถลงการณ์นี้ จึงขอให้ศาลทบทวนการใช้ดุลพินิจในการปล่อยตัวชั่วคราว นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา อีกครั้งหนึ่ง โดยพิจารณาบนฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายถึงความจำเป็นในการควบคุมตัวนายจตุภัทร์ไว้ในระหว่างการดำเนินคดีอย่างรอบคอบ เพราะหัวใจของกฎหมายอาญายึดอยู่บนหลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ เพราะกรณีดังกล่าวกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ และก่อผลกระทบด้านการศึกษาและการประกอบวิชาชีพ แก่ผู้ถูกควบคุมตัวอย่างร้ายแรงและส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อกระบวนยุติธรรมของสังคมโดยรวม โดยการเยียวยาภายหลังจากการพิจารณาคดีของศาลไม่อาจจะคุ้มครองสิทธิของประชาชนได้อย่างแท้จริง หากพิสูจน์ได้ว่าจตุภัทร์ไม่ใช่ผู้กระทำผิดตามกฎหมาย

ด้วยความเคารพในสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน
มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน
โครงการอาสาสมัครนักสิทธิมนุษยชน มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม
สมชาย หอมลออ ทนายความ
ไพโรจน์ พลเพชร นักกฎหมาย
ผศ.สุรัสวดี หุ่นพยนต์
สุมิตรชัย หัตถสาร ทนายความ
สุรชัย ตรงงาม  ทนายความ
ส.รัตนมณี  พลกล้า ทนายความ
เยาวลักษ์ อนุพันธุ์ ทนายความ
พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ นักสิทธิมนุษยชน
วัฒนา นาคประดิฐษ์
จุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักกฎหมาย
คอรีเยาะ  มานุแช   ทนายความ
ณัฐาศิริ  เบิร์กแมน   ทนายความ
ผรัณดา  ปานแก้ว   ทนายความ
อนุชา วินทะไชย นักสิทธิมนุษยชน
ปรีดา ทองชุมนุม ทนายความ
วรวุธ ตามี่ นักพัฒนา
จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความ
จิรารัตน์ มูลศิริ ทนายความ
อัมรินทร์ สายจันทร์  นักกฎหมาย
สัญญา เอียดจงดี ทนายความ
สนธยา โคตรปัญญา  นักกฎหมาย
พนม บุตะเขียว ทนายความ
วีรวัฒน์ อบโอ ทนายความ
กฤษดา ขุนณรงค์  ทนายความ
พิชญุตา ธนพิทชัย นักกฎหมาย
อิศสิยาภรณ์ อินทพันธุ์ นักกฎหมาย
ธัญญารัตน์ เพ็งลาภ นักกฎหมาย
ทิตศาสตร์ สุดแสน นักกฎหมาย
เฉลิมศรี ประเสริฐศรี นักกฎหมาย
มนทนา ดวงประภา ทนายความ
อำพร สังข์ทอง ทนายความ
พิฆเนศ ประวัง นักกฎหมาย
ธีรพล คุ้มทรัพย์ ทนายความ
นรเศรษฐ์ นาหนองตูม นักกฎหมาย
ธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร
ดวงทิพย์ ฆารฤทธิ์ นักสิทธิมนุษยชน
วราภรณ์  อุทัยรังษี   ทนายความ
คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความ
สุภาภรณ์ มาลัยลอย นักสิทธิมนุษยชน
พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความ
ภาวิณี ชุมศรี ทนายความ
เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ทนายความ
นภาพร สงปรางค์ ทนายความ
กรกนก วัฒนภูมิ นักกฎหมาย
ชัชลาวัณย์ เมืองจันทร์ นักกฎหมาย
บัณฑิต หอมเกษ นักกฎหมาย
สุนิดา ปิยกุลพานิชย์ นักกฎหมาย
อานนท์ นำภา ทนายความ
ศราวุฒิ ประทุมราช นักกฎหมาย
[1]กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ข้อ 9 (3)

[2]ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับผ่านประชามติ มาตรา 29

[3] ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 108 มาตรา 108/1

ผู้ไม่ประสงค์ออกนามแฮกเว็บศูนย์ข้อมูลเทศบาลขอนแก่นเรียกร้องปล่อย ‘ไผ่ ดาวดิน’

ผู้ไม่ประสงค์ออกนามแฮกเว็บศูนย์ข้อมูลเทศบาลขอนแก่นเรียกร้องปล่อย ‘ไผ่ ดาวดิน’

เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลนครขอนแก่น ถูกแฮกเกอร์ Anonymous แฮ็กหน้าหลักของเว็บและขึ้นข้อความว่า “ปล่อยจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา | AntiSec”

หน้าหลักของเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลนครขอนแก่น ถูกแฮ็กและขึ้นภาพและข้อความเรียกร้องให้ปล่อยตัวจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

2 ม.ค. 2560 ช่วงเช้ามืดวันนี้ (2 ม.ค.) เว็บไซต์ของ ศูนย์ข้อมูลข่าวสารเทศบาลนครขอนแก่น (http://center.kkmuni.go.th/index.php) ถูกแฮกเกอร์ไม่ทราบฝ่าย แฮ็กหน้าหลักของเว็บ ขึ้นภาพของจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ดาวดิน และขึ้นข้อความว่า “> Free Jatuphat Boonpattaraksa | AntiSec <” หรือ “ปล่อยจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา | AntiSec” ทั้งนี้ในหน้าจอของเว็บที่ถูกแฮกไม่มีการะบุว่าชื่อกลุ่มของแฮกเกอร์ แต่มีข้อความขึ้นที่ด้านบนของจอว่า “Defaced by Anonymous”

สำหรับ จตุภัทร์ หรือ ไผ่ ดาวดิน ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม หลังจากแชร์ข่าวพระราชประวัติรัชกาลที่ 10 จากเว็บไซต์บีบีซีภาคภาษาไทย โดยผู้แจ้งความคือ พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี  รองหัวหน้ากองยุทธการ มณฑลทหารบกที่ 23 ขอนแก่น

ต่อมาในวันที่ 4 ธันวาคม ศาลจังหวัดขอนแก่นอนุญาตให้ประกันตัว หลังบิดาของจตุภัทร์ยื่นหลักทรัพย์ 4 แสนบาท โดยให้เหตุผลประกอบการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวว่า ผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีการเมืองอยู่ 4 คดี ที่ผ่านมาไม่เคยมีพฤติกรรมหลบหนี อีกทั้งในวันที่ 8 ธ.ค. ผู้ต้องหามีสอบเป็นวิชาสุดท้าย หากไม่ได้เข้าสอบวิชาดังกล่าวจะส่งผลให้เขาเรียนไม่จบตามหลักสูตร ศาลจึงพิจารณาให้ประกันตัว

ต่อมาวันที่ 16 ธันวาคม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เป็นผู้ร้องขอต่อศาลให้ถอนประกัน โดยให้เหตุผลว่าหลังได้รับการประกันตัว ผู้ต้องหาโพสต์เยาะเย้ยเจ้าพนักงานว่า “เศรษฐกิจมันแย่แม่งเอาแต่เงินประกัน” นอกจากนี้ยังยกเหตุผลว่าผู้ต้องหามีประวัติทำผิดคดีความมั่นคง คดีปัจจุบันเป็นคดีร้ายแรงตามประมวลกฎหมายอาญา และผู้ต้องหาแสดงความเห็นในสื่อออนไลน์เรื่อยมาและอาจยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หากรอถึง 23 มกราคม 2560 อาจก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น

ในวันที่ 22 ธันวาคม ศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ได้ลบข้อความที่ถูกกล่าวหาเป็นคดี และยังโพสต์เย้ยหยันอำนาจรัฐ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง ผู้ต้องหาเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มีอายุ 25 ปี ย่อมรู้ดีว่าการกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าวข้างต้นเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล ทั้งยังเห็นว่า วิบูลย์ บุญภัทรรักษา นายประกันซึ่งเป็นบิดา ไม่ได้ทำการห้ามปราม ทำผิดเงื่อนไขการประกันตัว จึงสั่งให้เพิกถอนการปล่อยชั่วคราว

ต่อมาในวันที่ 27 ธันวาคม ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งพิจารณาคำร้องอุทธรณ์กรณีศาลขอนแก่นสั่งเพิกถอนประกัน โดยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาโดยชอบแล้ว

ในวันที่ 28 ธันวาคม ทีมทนายความของจตุภัทร์ ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนการพิจารณาคำร้องขอฝากขังที่ผิดระเบียบและขอให้ศาลเบิกตัวผู้ต้องหามาสอบถาม เนื่องจากพบว่ามีการสั่งฝากขังเป็นผัดที่ 3 อีก 12 วันเป็นที่เรียบร้อย โดยในเอกสารระบุว่าผู้ต้องหาไม่ค้านการฝากขัง คำร้องฝากขังดังกล่าวลงชื่อเจ้าพนักงานสอบสวนได้ยื่นต่อศาลในวันที่ 26 ธันวาคม 2559 และศาลมีคำสั่งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม

ต่อมาศาลได้ให้เจ้าหน้าที่นำเอกสารกระบวนพิจารณาคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนการพิจารณาที่ผิดระเบียบมาให้ทนายความได้อ่านโดยในเอกสารได้ระบุคำพิเคราะห์ว่า การยื่นคำร้องขอฝากขังของพนักงานสอบสวนชอบด้วยกฎหมายแล้ว เพียงแต่ศาลไม่ได้สอบถามผู้ต้องหาเสียก่อนว่าจะคัดค้านคำร้องฝากขังนั้นหรือไม่เท่านั้น หาทำให้การสั่งอนุญาตให้ฝากขังดังกล่าวเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดกฎหมายไม่ ให้ยกคำร้อง โดยให้เบิกตัวผู้ต้องหามาสอบถามในลักษณะการประชุมผ่านจอภาพ เวลา 16.30 น.

หลังศาลสอบถามผู้ต้องหา ซึ่งผู้ต้องหาคัดค้านการฝากขัง อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์ว่าคำคัดค้านของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น เมื่อผู้ร้องมีเหตุจำเป็นที่ต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 4 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร ประกอบกับคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงและมีความเกี่ยวข้องกับกลุ่มบุคคลที่มีการแสดงความคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์ กรณีจึงมีเหตุจำเป็นที่จะควบคุมผู้ต้องหาต่อไป ในชั้นนี้จึงอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาเป็นเวลา 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2559 ถึง 8 มกราคม 2560

โดยวิบูลย์ซึ่งเป็นทนายและบิดา ระบุว่าจะทำหนังสือร้องเรียนต่อสำนักคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่ากระบวนพิจารณาฝากขังอันมิชอบด้วยกฎหมาย

 

ปล่อยตัวไผ่ ดาวดินแล้ว

ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ New Democracy Movement – NDM

ปล่อยตัวไผ่ ดาวดินแล้ว

แม้ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 ยกคำร้อง กรณีทนายความ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ยื่นขอให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่มีเงื่อนไข และนัดตรวจพยาน 27 ตุลาคม 2559 ซึ่งทางครอบครัวของไผ่เห็นว่าเป็นระยะเวลานานเกินไป และมีความกังวลว่าจะกระทบต่อการเรียนของไผ่ในเทอมสุดท้าย

พ่อกับแม่ จึงขอร้องให้ไผ่ประกันตัวด้วยเหตุผลเรื่องการเรียนบวกกับความกังวลต่อปัญหาสุขภาพของไผ่ ทนายจึงยื่นประกันตัวในวงเงิน 10,000 บาท

ขณะนี้ไผ่ จตุภัทร ได้รับการปล่อยตัวแล้วที่เรือนจำขอนแก่น

2016-08-23_193126 2016-08-23_193141 2016-08-23_193046 2016-08-23_193103


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน

ที่เห็นและเป็นไป ว่าด้วยเรื่อง ‘ไผ่ ดาวดิน’ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ จากชัยภูมิ ถึง ขอนแก่น

ที่เห็นและเป็นไป ว่าด้วยเรื่อง ‘ไผ่ ดาวดิน’ ตั้งแต่เช้ายันค่ำ จากชัยภูมิ ถึง ขอนแก่น

Posted: 20 Aug 2016 01:33 AM PDT  (อ้างอิงจากอีเมล์ข่าว เวบไซท์ประชาไท)

ความจริงแล้ววันนี้เป็นวันครบกำหนดฝากขังผลัดแรกของไผ่ ดาวดิน นักศึกษาที่ถูกจับกุมจากการแจกเอกสารคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 6 สิงหาคม (ก่อนวันออกเสียงประชามติ 1 วัน) หลังจากที่พนักงานสอบสวน สภ.ภูเขียว ได้นำตัวมาขออำนาจศาลจังหวัดภูเขียว จ.ชัยภูมิ เพื่อฝากขังและศาลได้อนุญาตตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ให้ฝากขังที่เรือนจำอำเภอภูเขียวมาตั้งแต่วันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา และไผ่ ประกาศอดอาหารมาตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม

ความตั้งใจของผู้เป็นพ่อแม่ ทนายความ และกลุ่มเพื่อนที่เดินทางมาที่ศาลฯ ในวันนี้คือ ต้องการใช้สิทธิในการยื่นขัดค้านไผ่ในผลัดที่ 2 แต่ความยุ่งยากก็เริ่มก่อตัวขึ้น เมื่อพนักงานอัยการแจ้งว่า “พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนให้อัยการแล้ว และพนักงานอัยการได้สั่งฟ้องดำเนินคดีกับไผ่ จำเลยที่ 1 และวศิณ จำเลยที่ 2 (วศิณยื่นขอประกันตัวออกไปตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.) แล้ว ” และ “จะพิจารณาคดีในวันนี้”

แน่นอน… ไม่มีใครทราบเรื่องนี้และไม่คาดคิดว่าศาลจะพิจารณาคดีในวันนี้ด้วย

คดีนี้มีผู้ตกเป็นผู้ต้องหาทั้งหมด 2 คน ดังนั้นการพิจารณาคดีจะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้ต้องหาทั้ง 2 คนต้องมาที่ศาล แต่วันนี้มีเพียงไผ่เท่านั้นที่ถูกควบคุมตัวมาที่ศาล แต่วศิณไม่มา เพราะ ศาลนัดวศินให้มาพบในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ และวศิณเองก็ไม่ทราบว่าจะมีการพิจารณาคดี จึงไม่ได้เดินทางมาศาล

เมื่อผู้ต้องหามาไม่ครบ ก็ไม่สามารถพิจารณาคดีได้ ผลที่ตามมาคือ ศาลเลื่อนการพิจารณาคดีออกไปเป็นวันที่ 22 สิงหาคม 2559 เวลา 09.00 น. และ “ให้ขังไผ่ไว้ก่อนในระหว่างรอการพิจารณาคดี”  หมายความว่า ไผ่ต้องถูกขังในเรือนจำอำเภอภูเขียวต่ออีก 3 วัน

ทนายความจึงยื่นคำร้องคัดค้านการขังในระหว่างรอพิจารณาคดี แต่ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า “โจทย์ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง และศาลประทับฟ้องแล้ว จึงมีอำนาจออกหมายขังจำเลยที่ 1 (ไผ่) ไว้ระหว่างรอพิจารณาคดี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.71 และ ม.88 เว้นแต่จะมีการประกันตัว” จึงจะสามารถปล่อยตัวชั่วคราวได้

ในฐานะสื่อมวลชนที่ไปทำข่าวในวันนี้ ผมมีโอกาสได้สอบถามไผ่ถึงเรื่องการอดอาหารและการประกันตัว เขาบอกว่า ตั้งใจที่จะอดอาหารจนครบกำหนดการฝากขังผัดแรกในวันนี้ ส่วนจะประกันตัวหรือไม่ขอให้พ่อแม่และทนายความเป็นผู้ตัดสินใจ และไม่ว่าจะอย่างไรก็ยังยืนยันที่จะสู้ต่อ

เมื่อไผ่ไม่คัดค้านการประกันตัวและครอบครัว ทนายและเพื่อนๆ มีความเห็นว่า การออกมาอยู่ข้างนอกจะเป็นประโยชน์มากกว่า จึงตัดสินใจยื่นประกันตัวไผ่ โดยศาลคิดหลักทรัพย์ตีเป็นเงิน 150,000 บาท โดยนายวิบูลย์ บุญภัทรรักษา ผู้เป็นพ่อของไผ่ซึ่งเป็นทนายความได้ใช้ตำแหน่งทนายความค้ำประกันและวางเงินสดเพิ่มอีก 30,000 บาท เพื่อประกันตัวลูกชาย ซึ่งศาลก็ได้อนุญาตและปล่อยตัวไผ่ชั่วคราว หมายความว่าไผ่จะได้ออกจากเรือนจำและกลับบ้านในวันนี้อย่างแน่นอน

แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด… เพราะนอกจากคดีนี้ ไผ่ยังมีอีก 1 คดี ที่มีหมายจับจ่ออยู่แล้ว นั้นคือ คดีในความผิดฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. จากกรณีร่วมกับพวกทำกิจกรรมต้านรัฐประหารที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2558 ซึ่งตำรวจขอนแก่นได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลทหารขอนแก่นไว้แล้ว และตำรวจ สภ.ภูเขียวได้ขออายัดตัวไผ่ไว้แล้วเช่นกัน นั้นหมายความว่า หากไผ่ได้รับการปล่อยตัวในคดีนี้ ตำรวจขอนแก่นก็จะมารับตัวเพื่อนำตัวไปยังศาลทหาร ค่ายศรีพัชรินทร์ จ.ขอนแก่น

ซึ่งก็เป็นตามที่ว่า เพราะภายหลังจากที่หนังสือการอนุญาตปล่อยตัวมาถึงเรือนจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจขอนแก่นพร้อมหมายจับก็ตามมาทันที นาทีนี้ทุกคนรู้แล้วว่าไผ่คงไม่ได้กลับบ้านแน่นอน

ผู้เป็นพ่อและแม่เข้าใจและไม่ขัดขืนหากนำตัวลูกชายไปที่ จ.ขอนแก่น แต่ขอเพียงได้พบหน้าลูกและให้ลูกได้เซ็นหนังสือมอบอำนาจให้ผู้เป็นแม่สามารถลงทะเบียนเรียนให้ได้ในระหว่างถูกคุมขัง แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากทางเรือนจำ

ราวๆ 17.30 น. รถของตำรวจขอนแก่นที่มารออยู่ก่อนหน้านี้ เคลื่อนเข้าไปในเรือนจำ ท่ามกลางการจับจ้องของบรรดาเพื่อนๆ ที่มารอรับไผ่ออกจากเรือนจำ นาทีนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่านี่คือรถที่จะพาไผ่ไปขอนแก่น และนั้นคือความจริง ไม่นานนักรถคันที่ว่าก็ถอยหลังออกมา จากประตูเรือนจำ นอกจากตำรวจประมาณ 4 นายที่อยู่ในรถแล้ว อีกหนึ่งคนคือ “ไผ่ ดาวดิน” ทว่า รถถอยออกมายังพ้นประตูเรือนจำ ก็ต้องเดินหน้ากลับเข้าไป เมื่อผู้เป็นแม่และน้องสาว ตัดสินใจนั่งคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขวางไม่ให้รถถอยออกไป พร้อมกับตัดพ้อถึงความอยุติธรรมของกระบวนการยุติธรรม

แม่และน้องสาว นั่งอยูเช่นนั้นเกือบ 1 ชั่วโมง โดยมีเพื่อนๆ ของไผ่นั่งอยู่ไม่ห่าง ในขณะที่ฝนการเริ่มปรอยลงมา เกือบหกโมงเย็นกว่าๆ เจ้าหน้าที่ของเรือนจำออกมาเจรจา ซึ่งจบลงด้วยการอนุญาตให้ผู้เป็นแม่เพียงคนเดียวเข้าพบลูกชาย เพื่อแลกกับการเปิดทางให้รถได้วิ่งออกไป

การพบปะระหว่างแม่และลูกอยู่ในระยะเวลาไม่นานนัก เมื่อผู้เป็นแม่ออกมา ไม่นานรถของตำรวจก็ขับออกจากด้านในของเรือนจำอีกครั้ง ซึ่งเป็นไปด้วยดี ไผ่และเพื่อนทักทายกันผ่านกระจกด้านข้างของรถที่เขานั่งอยู่

“สู้ๆ”

นี่คือประโยคสั้นๆที่เพื่อนและเขาทักทายกัน ก่อนที่รถคันนั่นจะวิ่งพ้นประตูเรือนจำออกไป โดยมีรถตำรวจประกบหน้าและหลัง มุ่งหน้าไปที่ จ.ขอนแก่น โดยทนายความและเพื่อนๆบางส่วนที่ตามขบวนไป

ทันทีที่ถึงขอนแก่น ไผ่ถูกนำตัวมาที่ศาลทหาร มณฑลทหารบกที่ 23 ค่ายศรีพัชรินทร จ.ขอนแก่น กระทั้งประมาณ 2 ทุ่มเศษ มีรายงานว่า อัยการศาลทหารมีความเห็นสั่งฟ้องไผ่ ในคดีดังกล่าวว่า ได้ร่วมกับพวกอีก 6 คน ชุมนุมทางการเมือง โดยรวมตัวกันร้องเพลง และชูป้ายต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลด้วยข้อความ “คัดค้านรัฐประหาร” ที่ลานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นการร่วมกันชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยตุลาการศาลมณฑลทหารบกที่ 23 รับฟ้องของอัยการ และได้นัดสอบคำให้การไผ่ ในวันที่ 22 ก.ย.2559 ( อีก 34 วัน ) (อัพเดทล่าสุด เมื่อ 20 ส.ค. ศาลฯ เลื่อนเวลานัดสอบคำให้การเข้ามาเป็นวันที่ 23 ส.ค.นี้)โดยให้คุมขังระหว่างการพิจารณาคดี โดยจะถูกนำไปขังที่เรือนจำกลางขอนแก่นตั้งแต่คืนนี้เป็นต้นไป.

0000

หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกในเฟซบุ๊ก Siwa Loho โดยผู้เขียนได้อนุญาตให้เผยแพร่ในประชาไท


เนื้อหาที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน