แก้กฎหมายลงทุน ไม่เป็นมิตรกับต่างชาติ

z_470x1257

ทูตอังกฤษประจำประเทศไทยเขียนบทความตั้งคำถามว่าประเทศไทยกำลังเดินไปผิดทางหรือไม่ ที่จะแก้กฎหมายให้นักลงทุนต่างชาติทำธุรกิจในเมืองไทยยากขึ้น ทั้งที่บอกว่าต้องการเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ

นายมาร์ก เคนท์ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย เขียนบทความลงในเว็บไซต์ของกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายการลงทุนของไทยช่วงหลังการยึดอำนาจ ที่ดูจะไม่เป็นมิตรต่อนักลงทุนต่างชาติ จนสร้างความกังวลใจให้กับทูตหลายประเทศ รวมถึงนักธุรกิจต่างชาติในเมืองไทย ทั้งที่ตอนนี้ความเชื่อมั่นที่นักลงทุนต่างชาติมีต่อประเทศไทยกำลังเริ่มกลับคืนมา

ในบทความนี้ นายเคนท์กล่าวว่าไทยกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 หลังจากมีความพยายามที่จะแก้กฎหมายนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงปี 2550 แต่ได้ถูกระงับไป โดยครั้งนี้มีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงนิยามความหมายของธุรกิจต่างด้าวตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นก็คือจะทำให้เกิดการป้องกันการถือหุ้นบุริมสิทธิ์ของนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งหมายถึงหุ้นที่ผู้ถือนำเงินเข้ามาลงทุนได้ แต่ไม่มีอำนาจการบริหาร ทั้งที่ตอนนี้ กฎหมายฉบับดังกล่าวก็จำกัดไม่ให้ชาวต่างชาติทำธุรกิจในไทยได้อย่างสะดวกอยู่แล้ว เช่นไม่ให้ต่างชาติถือหุ้นในธุรกิจบริการเกินร้อยละ 49 และไม่ให้ประกอบธุรกิจสาขาที่คนไทยยังไม่มีศักยภาพพอในการแข่งขันกับบริษัทต่างชาติ

นายเคนท์กล่าวว่าแนวโน้มนี้ทำให้เกิดความกังวลในหมู่นักลงทุนต่างประเทศในประเทศไทย หอการค้าต่างประเทศ รวมถึงคนไทยหลายคนซึ่งเชื่อในเสรีภาพทางเศรษฐกิจ และส่วนตัวนายเคนท์เอง เขาก็ตั้งข้อสงสัยว่าเหตุใดรัฐบาลไทยจึงจะเปลี่ยนแปลงกฎหมายข้อนี้ในช่วงนี้ ทั้งที่บอกว่าต้องการเม็ดเงินจากต่างชาติเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ซึ่งอังกฤษและอีกหลายๆชาติก็ต้องการเข้ามาลงทุน เพื่อตอบสนองการที่ไทยอยากเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียนในด้านต่างๆ แต่แล้วไทยเองกลับออกกฎหมายที่ทำให้ประเทศตนเองน่าลงทุนน้อยลง

นายเคนท์ถึงกับบอกว่าการตัดสินใจเช่นนี้ ถือว่ารัฐบาลกำลังก้าวถอยหลังในการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเกิดผลเสียระยะยาวสำหรับคนไทยในรุ่นต่อไปได้ เพราะหากมีการแก้ไขกฎหมายตามที่ว่านี้จริง ไม่เพียงแต่ไทยจะกลายเป็นสถานที่ที่ไม่น่าลงทุนสำหรับนักลงทุนรายใหม่เท่านั้น แต่ผู้ที่ทำธุรกิจอยู่เดิม และจ้างงานคนไทยอยู่นับแสนหรืออาจถึงล้านคน ก็อาจต้องทบทวนว่าจะลงทุนในไทยต่อ และเสี่ยงต่อการถูกยึดธุรกิจ หรือย้ายไปยังประเทศข้างเคียงในอาเซียน ที่นับวันจะมีนโยบายดึงดูดนักลงทุนยิ่งขึ้น ขณะที่ไทยกลับน่าลงทุนน้อยลงทุกที

ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น นายเคนท์ยังบอกว่าหากมีการออกกฎหมายที่บีบคั้นนักลงทุนขึ้นมาจริงๆ บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งอาจเลือกอ้างพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยให้ไว้กับ WTO หรือข้อตกลงระดับทวิภาคีกับประเทศต่างๆ ขึ้นมาบีบขอสิทธิพิเศษจากรัฐบาล เนื่องจากกฎหมายเปิดช่องให้ยกเว้นข้อบังคับต่างๆได้ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะเกิดความยุ่งยากอย่างมหาศาลในเชิงปฏิบัติ

 

source :: http://news.voicetv.co.th/world/132938.html